วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘บิ๊กอ๊อด’ นั่งหัวโต๊ะ! จับเข่าถกอัพเดตโครงการเด็กยักษ์

"บิ๊กอ๊อด" เป็นประธานในการประชุม เพื่อติดตามความก้าวหน้าของโครงการ “TALLER-STRONGER” โดยหวังเสริมสร้างสรีระร่างกายของเยาวชนไทย ให้สามารถต่อสู้กับต่างชาติได้...

วันที่ 28 ก.ย.60 เวลา 14.00 น. สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จัดการประชุมโครงการ “TALLER-STRONGER” เพื่อพัฒนาสรีระและความแข็งแรงของร่างกายนักกีฬาฟุตบอล ตั้งแต่ระดับเยาวชน ให้มีศักยภาพและขีดความสามารถให้แข่งขันกับนักกีฬาต่างชาติได้อย่างทัดเทียมกัน เพื่อนำไปสู่เป้าหมาย “สานฝันฟุตบอลทีมชาติไทยไปบอลโลก” โดยมอบหมายให้ฝ่ายเทคนิคสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ

โดยการประชุมครั้งนี้ นำโดย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ พร้อมด้วย พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการฯ, คุณธนศักดิ์ สุระประเสริฐ อุปนายกฝ่ายสื่อสารองค์กรฯ, คุณ สาวิน จรัสเพชรานันท์ หัวหน้าฝ่ายเทคนิค, อ.นพ. ชนินทร์ ล่ำซำ คณบดี คณะวิทยาศาสตร์การกีฬาและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะทำงาน

ซึ่งหลังเสร็จสิ้นการประชุม “บิ๊กอ๊อด” กล่าวว่า "ตามที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้จัดโครงการ TALLER-STRONGER คือโครงการที่สร้างนักกีฬาที่มีรูปร่าง สรีระ ที่สูงใหญ่, แข็งแรงและอดทน ในการเล่นกีฬาเพื่อแข่งขันกับชาติต่างๆ ได้อย่างทัดเทียม โครงการนี้ได้รับความร่วมมือระหว่างสมาคมฯ กับมหาวิทยาลัยมหิดล ทางคณบดีก็ได้มาร่วมประชุมวันนี้"

"เราได้แบ่งการทำงานเป็นสองส่วน ก็คือเรื่องของสมาคมฯ จะมีหน้าที่คัดเลือกนักกีฬาที่มีทักษะ ความสามารถที่ดี เอามาเข้าโครงการที่จะถูกกำหนดโดยมหาวิทยาลัยมหิดล ที่มีโปรแกรมทำอย่างไร ถึงจะทำให้เด็กที่คัดมานั้นมีรูปร่าง ร่างกายที่สูงใหญ่ แต่เราไม่ได้คาดหวังว่าเด็กเหล่านี้ จะก้าวไปเป็นนักฟุตบอลอาชีพหรือทีมชาติ แต่สิ่งที่เราจะทำคือโครงการนี้จะทำให้เด็กหรือผู้ที่เข้าโครงการ มีรูปร่างสูงใหญ่ แข็งแรง และมีความอดทน รวมถึงสามารถสู้กับต่างชาติได้อย่างสูสี แต่มันมีรายละเอียดมาก"

ด้าน อ.นพ. ชนินทร์ ล่ำซำ กล่าวว่า "ในแนวคิดที่คุยกับท่านนายกฯ ก็เราเห็นพ้องต้องกันคือการทำงานในแต่ละส่วน เด็กจะรูปร่างใหญ่ โดยที่สมาคมจะรับเด็กเข้ามาตั้งแต่อายุ 9 ขวบ และหาเด็กที่มีพรสวรรค์ ในขณะเดียวกันโครงการนี้ก็ไม่ได้ละเลยช้างเผือกที่อยู่ในป่า เราตั้งใจว่าจะให้โครงการนี้เป็นโมเดล และก็ให้การศึกษาแก่สังคมไทย ให้เดินหน้าไปด้วยกัน ช้างเผือกที่อยู่ในป่าก็จะได้เห็นโครงการนี้ด้วย และสามารถปฏิบัติได้ที่บ้าน เด็กจะสูงใหญ่ได้ก็ต้องฝึก, พัก และรับประทานอย่างเหมาะสมไปด้วยกัน และเราจะนำเอาวิชาการนี้เข้ามาร่วมด้วย"