วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ราเมศ' ชี้คดี 'ปู' ต้องยื่นอุทธรณ์เอง สวน 'วิษณุ' ยันคดีไร้อายุความ

"ราเมศ" ชี้ "ยิ่งลักษณ์" ต้องยื่นอุทธรณ์เอง ไม่ต้องรอกฎหมายใหม่ ประกาศใช้ สวน "วิษณุ" ยันคดีไร้อายุความ สงสัยชี้ช่องอายุความ 10 ปีเอาใจใคร

เมื่อวันที่ 28 ก.ย.60 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่พิพากษาจำคุก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังได้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 195 วรรค 4 มีสิทธิอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาฯ ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษา ดังนั้นคดีนี้จึงยังไม่ถึงที่สุด ซึ่งตนสนับสนุนให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช้สิทธิต่อสู้คดีด้วยการอุทธรณ์คดี ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อให้ข้อเท็จจริง และะข้อกฎหมายสมบูรณ์ที่สุด แต่มีประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องมาปรากฏตัวเพื่อยื่นอุทธรณ์เองหรือไม่ ซึ่งตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 มาตรา 18 วรรคสอง ระบุว่า "นอกจากที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กระบวนการพิจารณาในศาลให้เป็นไปตามข้อกำหนดในกรณีที่ไม่มีข้อกำหนดให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้ " ซึ่งในมาตรา 198 วรรคสาม ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2559 บัญญัติว่า "ในกรณีที่ตามคำพิพากษาจำเลยต้องรับโทษจำคุก หรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น และจำเลยมิได้ถูกคุมขัง จำเลยจะยื่นอุทธรณ์ได้ก็ต่อเมื่อแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาล ในขณะที่ยื่นอุทธรณ์ มิเช่นนั้นให้ศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์" ดังนั้นหากจะยื่นอุทธรณ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องมาแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาล เพื่อใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาฯ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายเดิม ที่ใช้มาตรฐานเดียวกับประชาชนทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องรอ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฉบับใหม่แต่อย่างใด

ส่วนกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า คดีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ มีอายุความ 10 ปีนั้น นายราเมศ กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะพูดเรื่องนี้เพราะคดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด แต่เมื่อนายวิษณุระบุมาเช่นนี้ ตนก็มีความเห็นแย้งนายวิษณุ เพราะเรื่องอายุความที่อ้างว่าต้องรอ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฉบับใหม่นั้น ถือว่าไม่จำเป็น เนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 157 และผิดตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต(ป.ป.ช.) มาตรา 123/1 ซึ่งศาลฎีกาฯให้ลงโทษตามโทษที่หนักสุดตามมาตรา 123/1 ซึ่งในกฎหมายฉบับดังกล่าวมีการระบุไว้ในมาตรา 74/1

ไม่ให้นับเวลาที่จำเลยหลบหนีเป็นอายุความ ดังนั้นถ้าคดีถึงที่สุดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีความผิด การจะหลบหนี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ต้องหนีตลอดชีวิต ไม่ว่าจะกี่สิบปี เพราะหากกลับมาประเทศไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ต้องรับโทษตามคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ เนื่องจากความผิดในคดีนี้ ถือว่า ไม่มีอายุความ

"ทั้งนี้ผมเห็นว่า หากคนในรัฐบาล คสช. จะพูดเพื่อให้ใครสบายใจ หรือพูดเพื่อเอาใจใคร ก็อย่าพูดดีกว่า ขอให้ปล่อยเป็นไปตามครรลองของกฎหมาย ไม่เช่นนั้นสังคมไทยจะเกิดความไขว้เขว สับสน และเห็นว่า อาจารย์วิษณุ เป็นผู้ที่มีวิชาความรู้ทางกฎหมายมาก จึงน่าจะทราบว่า หลักเกณฑ์กฎหมายเรื่องอายุความเป็นอย่างไร หากแสดงความเห็นที่ขัดแย้งกับหลักดังกล่าว ก็จะทำให้สังคมเกิดความเคลือบแคลงสงสัยว่า ที่ออกมาให้ความเห็นทางกฎหมายเช่นนี้เพื่ออะไร" นายราเมศ กล่าว