วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลองของจริง! ตัวเป็นๆก่อนเข้าไทย MAZDA NEW CX-5

Mazda New CX-5 เจนเนอร์เรชั่นแรกเปิดตัวเมื่อปี พศ 2555 ในฐานะรถยนต์ครอสโอเวอร์-เอสยูวีรุ่นแรกของ Mazda ที่ใช้แนวทางการออกแบบ KODO Design พร้อมเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน Skyactiv Technology ตามด้วยการตอบรับของลูกค้าทั่วโลกจากประสิทธิภาพการใช้งานและรูปลักษณ์ที่ลงตัวรวมถึงระบบความปลอดภัย CX-5 Gen 1 กลายเป็นโมเดลรถยนต์รุ่นสำคัญของแบรนด์ Mazda ด้วยตัวเลขยอดขายร้อยละ 25 ของยอดขายประจำปี ปัจจุบัน CX-5 ขายไปแล้วกว่า 1.4 ล้านคันใน 120 ประเทศทั่วโลก

ภายนอก New CX-5 Gen 2 รุ่นใหม่ล่าสุดนั้น ค่าย Mazda Sales Thailand ได้เชิญสื่อมวลชนเดินทางลงไปสัมผัสกับตัวรถพร้อมทดลองขับช่วงสั้นๆเมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมาในเมืองปีนังประเทศมาเลเซีย All New Mazda CX-5 2018 จะเปิดตัวที่ประเทศไทยในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 เป็นการทำตลาดอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วหลังจากความสำเร็จของ CX-5 รุ่นแรก สำหรับ All New CX-5 2018 วิศวกรของ Mazda ได้ลงมือปรับปรุงในทุกๆด้านเพื่อทำให้รถรุ่นใหม่มีการควบคุมที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบภายนอกและภายใน ความสมดุลระหว่างการขับขี่ ความสะดวกสบายของผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น New CX-5 ใช้แนวคิด Refined Toughness พร้อมยกระดับงานดีไซน์ที่ยังคงยึดโยงกับ KODO Design ให้ก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับที่ดีกว่าเดิม ใช้หลักการออกแบบตัวถังที่เรียบง่าย ตัดองค์ประกอบเดิมที่ไม่จำเป็น แม้จะมีรูปลักษณ์ที่คล้ายกับ Gen1 แต่ New CX-5 Gen 2 นั้นมีเพียงแค่ เครื่องยนต์ เกียร์และช่วงล่างเท่านั้นที่เหมือนกับรถรุ่นแรก  

มิติตัวถังของ All New CX-5 Gen 2 รุ่นดีเซล 2.2 ลิตร  มีขนาดความยาวรวม 4,550 มิลลิเมตร กว้าง 1,840 มิลลิเมตร สูง 1,680 มิลลิเมตร ใส่ล้ออัลลอยขอบ 19 นิ้ว ยาง toyo tires ไซล์ 225/55 R19 ส่วน All New CX-5 Gen 2 รุ่นเบนซิน 2.0 ลิตร มีขนาดความยาวรวม 4,550 มิลลิเมตร กว้าง 1,840 มิลลิเมตร สูง 1,675 มิลลิเมตร ใส่ล้ออัลลอยขอบ 17 นิ้ว ยาง toyo tires ไซล์ 225/65R17 ระยะฐานล้อวัดจากดุมหน้าไปหลังยาว 2,700 มิลลิเมตร 

เมื่อดูจากรูปลักษณ์ภายนอกแทบจะไม่มีชิ้นส่วนใดของ All New CX-5 Gen2 ที่เกี่ยวข้องกับ CX-5 Gen1 งานออกแบบก้าวไปสู่ระดับที่สูงขึ้นจนมีความคล้ายกับรถเอสยูวีจากยุโรป โดยเฉพาะพลาสติกกระจังหน้าสีดำ กรอบกระจังหน้าแบบใหม่ที่เฉียบคมมากยิ่งขึ้นลากยาวไปจนถึงชายล่างของไฟหน้า LED ที่เล็กและบางลงมาก สปอยเลอร์หน้าก็เล็กและหดสั้นลงเพื่อให้เข้ากับกระจังหน้าแบบใหม่ ไฟตัดหมอกหลอด LED มีขนาดเล็กติดตั้งอยู่ที่มุมของสปอยเลอร์หน้า ฝาประโปรงหน้ามีการออกแบบใหม่โดยยกสันนูนขึ้นบริเวณขอบไฟหน้า ด้านข้างบริเวณซุ้มล้อติดตั้งพลาสติกกันกระแทกสีดำ มือจับที่เปิดประตูสีเดียวกับตัวรถ กรอบกระจกมองข้างสีเดียวกับตัวถังพร้อมหลอดไฟเลี้ยว LED กระจกบานหลังใกล้กับเสาท้ายล้อมกรอบด้วยพลาสติกโครเมี่ยม ล้ออัลลอยลายใหม่ของรุ่นดีเซล 2.2 ลิตร ขนาด 19 นิ้ว ส่วนรุ่นเบนซิน 2.0 ลิตรยัดล้อขอบ 17 นิ้ว ยางติดรถของทั้งสองรุ่นมีขนาดที่ใกล้เคียงกันแต่แตกต่างที่ความสูงของแก้มยาง ฝาท้ายแบบไฟฟ้าทำให้ใช้งานได้สะดวกสบายมากขึ้น รวมถึงไฟท้ายแบบใหม่หลอด LED ก็ยังมีขนาดที่เล็กลงเมื่อเทียบกับ CX-5 รุ่นแรก

All New CX-5 Gen 2 มีการปรับจุดศูนย์ถ่วงให้เตี้ยลง ยืดระยะห่างของล้อหน้าและหลังกว้างขึ้นอีก 10 มิลลิเมตร เสาหน้าหรือเสา A ปรับถอยหลัง 35 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับ CX-5 รุ่นแรก ตำแหน่งของเสาหน้าและเพลาหน้าถูกปรับให้มีความสัมพันธ์กันอย่างเหมาะสม รวมไปถึงการวางตำแหน่งของไฟหน้าให้ต่ำลงมากกว่าเดิมเล็กน้อย สีตัวถังแบบใหม่ Soul Red Crystal เป็นโทนสีใหม่ของ Mazda มีการผสมสีให้เกิดความสว่างและส่องประกายความเงางามมากกว่าเดิม 

ภายใน
ห้องโดยสารของ All New CX-5 Gen 2 มีการปรับปรุงใหม่เพื่อเพิ่มเติมอุปกรณ์และความสะดวกสบายให้กับคนขับกับผู้โดยสาร โดยคำนึงถึงหลักสรีระศาสตร์ ปุ่มควบคุมต่างๆ ออกแบบอย่างเหมาะสมกับการขับขี่ โดยใช้หลักการเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติของมือและเท้าของผู้ขับขี่ในการใช้งาน คอนโซลกลางและคันเกียร์ถูกยกระดับให้มีความสูงขึ้นอีก 60 มิลลิเมตรเพื่อความง่ายในการใช้งาน ตำแหน่งของเสา A ที่เอียงไปทางด้านหลังขยายมุมมองทางด้านซ้ายและขวาของคนขับให้เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย นอกจากนี้ นักออกแบบของ Mazda ยังลดความสูงของเส้นขอบหน้าต่างให้ต่ำลง ใช้กระจกหน้าต่างบานประตูหลังแบบชิ้นเดียวเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยด้านหลัง

เบาะหน้ามีการออกแบบพนักพิงศีรษะใหม่เพื่อปรับปรุงให้มีชิ้นส่วนรองรับและโครงสร้างที่แข็งแรงขึ้น ช่วยลดการเคลื่อนไหวของศีรษะและร่างกายส่วนบนให้น้อยลง นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงเบาะรองนั่งทีมีชิ้นส่วนของโฟมยูรีเทนที่เข้ามาช่วยลดแรงสั่นสะเทือนเพื่อความสบายในการนั่งขับหรือนั่งโดยสาร เบาะหลังของ All New CX-5 Gen 2 ติดตั้งพนักพิงหลังแบบปรับเอนได้ถึง 2 ระดับ ปรับระดับความสูงของเบาะรองนั่งให้ต่ำลงโดยทำการออกแบบรูปทรงของเบาะหลังให้เป็นแบบ 3 มิติ สอดรับกับสรีระของร่างกายส่วนบน เพิ่มช่องแอร์ที่บริเวณคอนโซลกลาง ที่วางแก้วแบบปรับได้ 2 ตำแหน่ง บริเวณคอนโซลกลาง พื้นที่เก็บสัมภาระส่วนท้ายมีขนาดความจุมากถึง 505 ลิตร ตามมาตรฐานของDIN พร้อมส่วนเก็บของขนาดเล็ก ใกล้เคียงกับ CX-5 รุ่นปัจจุบันที่มีความจุ 500 ลิตร 

การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ
มาตรวัตติดตั้งหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID ใช้หน้าจอสีที่มีความละเอียดสูงแบบ TFT thin film transistor LCD ขนาด 4.6 นิ้ว All New CX-5 Gen 2 ใช้จอภาพมอนิเตอร์ขนาด 7 นิ้ว ถูกย้ายขึ้นไปติดตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางแดชบอร์ดเพื่อลดการละสายตาของคนขับ เป็นครั้งแรกที่ Mazda ใช้เทคโนโลยีการเชื่อมต่อ LCD กับแผงสัมผัสแบบ Optical Bonding ช่วยลดแสงสะท้อนทำให้คนขับมองเห็นหน้าจอได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น All New CX-5 ยังติดตั้งจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ Active Driving Display สามารถแสดงผลข้อมูลของระบบนำทางด้วยดาวเทียมบนกระจกหน้ารถอีกด้วย 

MZD Connect
New CX-5 Gen 2 ติดตั้งระบบ MZD Connect เป็นระบบเชื่อมต่อในรถยนต์ที่มีความทันสมัยและใช้งานได้ง่าย ทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อื่นๆเพื่อความสะดวกในการเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ตและเข้าถึงบริการเครือข่ายสังคมออนไลน์กับฟังก์ชั่นการสื่อสารอื่นๆ ระบบ MZD จาก Mazda ประกอบด้วยเครื่องเสียง/ การใช้งานระบบโทรศัพท์ไร้สาย / ระบบติดต่อสื่อสารผ่านแอพพลิเคชั่น Aha by HARMAN รวมไปถึงระบบนำทางด้วยดาวเทียมซึ่งใช้ข้อมูลจาก SD การ์ด 

ระบบเครื่องเสียง
ระบบเสียงของ New CX-5 ถูกปรับแต่งเพื่อความเหมาะสมเพื่อให้เข้ากับลักษณะของรถ SUVด้วยเสียงที่คมชัดจากลำโพงคุณภาพสูง พร้อมเสียงเบสที่หนักแน่น ระบบเสียงแบบใหม่ของ All New CX-5  ยังเพิ่มทวีตเตอร์โดยติดตั้งอยู่กลางเสา A วางตำแหน่งของลำโพงเพื่อเพิ่มคุณภาพในการรับฟัง ให้เสียงที่เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น New CX-5 มีระบบเสียงแบบพรีเมี่ยมจากลำโพง 10 ตัวของ BOSE ถูกพัฒนาขึ้นร่วมกับค่าย Mazda และบริษัทเครื่องเสียงชั้นนำยี่ห้อ BOSE ประกอบด้วยระบบชดเชยเสียงรอบทิศทาง Audio PILOT tm2 และระบบเสียงแบบเซอร์ราวด์ Centrepoin 2

สมรรถนะ
วิศวกรของ Mazda ให้ความเห็นว่า CX-5 รุ่นแรกสุดนั้นให้ความสำคัญกับคนขับเป็นอันดับแรก ส่วน New CX-5 Gen 2 นั้นมีการปรับปรุงประสิทธิภาพของการขับเคลื่อนโดยอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารมากยิ่งขึ้น มีการปรับแต่งระบบขับเคลื่อนและการควบคุมเสถียรภาพของตัวรถ ความสะดวกสบายในการขับขี่และความเงียบในห้องโดยสารใหม่หมด เครื่องยนต์และระบบส่งกำลังยังคล้ายกับรุ่นที่แล้วแต่มีการปรับจูนใหม่เพื่อการตอบสนองที่ดีขึ้น รุ่นดีเซลกับเครื่องยนต์ Skyactiv-D ขนาด 2.2 ลิตร เทอร์โบคู่ (two stage turbocharger) และเครื่องยนต์เบนซิน Skyactiv-G ขนาด 2.0 ลิตรแบบไม่มีระบบอัดอากาศ เครื่องยนต์ทั้งสองรุ่นจับคู่กับระบบส่งกำลัง Skyactiv Transmission เป็นระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด ระบบส่งกำลังถูกปรับปรุงเพื่อการเทแรงบิดจากเครื่องยนต์ให้การตอบสนองที่เป็นธรรมชาติ ประหยัดเชื้อเพลิงและปล่อยมลพิษต่ำ นอกจากนี้ยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบอัตโนมัติ AWD - i-ACTIV AWD คอยป้องกันไม่ให้ล้อหน้าเกิดอาการลื่นไถล ระบบนี้ใช้น้ำมันสังเคราะห์เพื่อลดการสูญเสียพลังงานตลอดช่วงอุณหภูมิทำงานด้วยการรักษาความหนืดให้ต่ำลงแม้อุณหภูมิที่เย็นจัด ลดแรงเสียดทานด้วยการใช้บอลแบรริ่งสำหรับชุดส่งกำลังในระหว่างการออกตัวพร้อมชุดเพืองท้ายด้านหลังทั้งหมด 

Mazda Skyactiv Vehicle Dynamic with G-Vectoring Control
All New CX-5 Gen 2 ติดตั้งเทคโนโลยี mazda skyactiv vehicle dynamic with G-vectoring control จากความสำเร็จของโมเดลแรกที่กลายเป็นรถยนต์ขายดี หลังจาก 5 ปีก็มีการพัฒนา CX-5 รุ่นใหม่ โดยยังคงยึดถือแนวทางเดิมๆ ที่เป็นจุดแข็งของตัวรถในการปรับปรุง New CX-5 รุ่นใหม่ล่าสุด การรับฟังความคิดเห็นของลูกค้าเพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงเทคโนโลยีล่าสุดที่ถูกติดตั้งใน New CX-5 ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบ สมรรถนะในการขับ ระบบความปลอดภัย และฟังก์ชั่นต่างๆ เพื่อปรับให้รถ CX-5 รุ่นใหม่มีประสิทธิภาพการใช้งานที่ดีขึ้น G-vectoring control
ทำงานโดยปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ให้ตอบสนองต่อการหักเลี้ยวของพวงมาลัย เป็นการควบคุมแบบไฟฟ้าผสมผสานระหว่างแรงเร่งจากด้านข้างและตามยาวของตัวรถรวมถึงการปรับโหลดในแนวดิ่งที่กระทำลงไปบนล้อแต่ละข้างให้มีความเหมาะสม G-vectoring control มีประโยชน์มากโดยเฉพาะในรถยนต์แบบ SUV ที่มีจุดศูนย์ถ่วงมากกว่ารถยนต์แบบปกติ ซึ่งอาจมีแนวโน้มที่จะเกิดแรงกระทำจากด้านข้างเนื่องจากจุดศูนย์ถ่วงที่ค่อนข้างสูง G-vectoring control ทำให้ความมั่นคงของรถเพิ่มขึ้น ลดอาการโคลงตัวไปด้านข้างและทำให้นั่งโดยสารได้สบายขึ้น 

Skyactiv Chassis
นอกจากระบบบังคับเลี้ยวแบบไฟฟ้าที่ได้รับการปรับปรุงใหม่แล้ว All New CX-5 Gen 2 ยังใช้ชุดบังคับเลี้ยวที่มีการปรับด้านความแข็งแรง เพิ่มการตอบสนองต่อการเปลี่ยนทิศทางที่เป็นธรรมชาติและความแข็งแกร่งของแรคพวงมาลัย ระบบรองรับหรือช่วงล่างของ All New CX-5 Gen 2 ด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช็คอัพและเหล็กกันโคลง ส่วนระบบรองรับด้านหลังเป็นแบบมัลติลิ้งค์ มีเส้นผ่าศูนย์กลางของลูกสูบในโช็คอัพใหญ่ขึ้น ใช้บูชยางที่มีของเหลวภายใน สำหรับช่วงล่างด้านหน้า เพื่อลดอาการหน้าลอยตัวรวมถึงลดแรงสั่นสะเทือน ส่วนระบบห้ามล้อหรือเบรค ระบบเบรคของ CX-5 Gen 2 เป็นแบบดิสเบรคทั้ง 4 ล้อพร้อมช่องระบายความร้อนที่ด้านหน้า ฟังก์ชั่น Auto Hold ช่วยทำให้ลดอาการเมื่อยล้าเมื่อขับท่ามกลางการจราจรที่หนาแน่น

Skyactiv BODY
ตังถังของ New CX-5  มีการเพิ่มความแข็งแรง ทนต่อแรงบิดตัวมากขึ้นอีก 15% ลดอาการให้ตัวที่ตามมาด้วยอาการย้วย ทำให้การบังคับทิศทางดีขึ้น โครงสร้างของตัวถังใช้เหล็กกล้าทนแรงดึงสูงแบบพิเศษ บริเวณเสา A และเสา B ใช้เหล็กเหนียว 1180 MPa ส่วนเสาท้ายหรือเสา C ใช้เหล็กกล้า 980 MPa  

การเก็บเสียง ลดความกระด้างและระบบอากาศพลศาสตร์
เพื่อทำให้ห้องโดยสารเงียบลง จึงมีความพยายามในการลดเสียงแปลกปลอมจากภายนอกด้วยการเพิ่มวัสดุซับเสียงรบกวนจากพื้นถนนในย่านความถี่ต่ำ ซึ่งจะได้ยินเมื่อขับผ่านผิวถนนที่มีความขรุขระ รวมไปถึงเสียงลมที่ปะทะกับตัวถังและเสียงยางที่บดลงไปบนผิวถนนในย่านความเร็วสูง เมื่อเปรียบเทียบกับ CX-5 รุ่นแรกที่ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง All New CX-5 ให้การสนทนาในห้องโดยสารที่ดีขึ้นจากความเงียบของภายในประมาณ 10% ลดเสียงรบกวนได้ 1.3 เดซิเบลเมื่อขับผ่านเส้นทางที่ขรุขระ ชิ้นส่วนทางอากาศพลศาสตร์ถูกติดตั้งบนตัวถังในตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อทำให้เกิดประสิทธิภาพ รูปทรงแบบท่อของกระจังหน้าเปิดรับอากาศได้ดีเพื่อนำอากาศมาระบายความร้อนในห้องเครื่องยนต์ 

ระบบความปลอดภัย
i-ACTIVSENSE เป็นระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันของ Mazdaเป็นวิธีการที่ครอบคลุมช่วยให้ขับรถได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น i-ACTIVSENSE 2 ของ Mazda ช่วยเตือนคนขับให้รับรู้ถึงสถานการณ์ต่างๆรวมถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดอุบัติเหตุ ลดโอกาสที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน มีการเริ่มใช้เทคโนโลยีใหม่ๆเพื่อเสริมการรับรู้และการขับขี่ให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ปรับปรุงโครงสร้าง Skyactiv BODY ที่มีความแข็งแรงสูงขึ้น ความสามารถในการดูดซับแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุด้วยการเพิ่มเหล็กกล้าทนแรงดึงสูง 

ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน
New CX-5 ติดตั้งระบบควบคุมความเร็วแบบอัตโนมัติ Mazda Radar Cruise Control - MRCC ระบบจะทำการปรับเปลี่ยนและรักษาระยะห่างจากรถคันข้างหน้าแบบอัตโนมัติ ลดภาระของคนขับขณะเดินทางไกล รวมถึงอุปกรณ์เสริมความปลอดภัยที่หลากหลาย ช่วยให้เกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้นในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ โครงสร้างของเบาะหน้าได้รับการปรับปรุงให้ช่วยลดความรุนแรงจากการกระแทกที่เกิดขึ้นกับศีรษะ เพิ่มโฟมโพลีโพรพีลีนในพนักพิงศีรษะ ปรับปรุงการติดตั้งโครงสร้างพนักพิงหลังให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โครงสร้างของฝากระโปรงและกันชนหน้าช่วยถ่ายเทแรงกระแทกเมื่อเกิดการชน ลดอาการบาดเจ็บที่หัวหรือเท้าของคนเดินถนน 

ลองของจริง
Mazda Sales Thailand จัดรถ New CX-5 ทั้งดีเซลและเบนซินให้ลองขับในช่วงสั้นๆแค่รุ่นละสองรอบสนาม โดยใช้ที่จอดรถในสนามกีฬาของมาเลเซียจัดวางไพล่อนให้เป็นสนามทดสอบเล็กๆ New CX-5 ทั้งสองรุ่นมีพวงมาลัยที่เบาขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้เกิดความคล่องตัวขึ้นอีกนิด ส่วนระบบช่วยทรงตัวในย่านความเร็วต่ำ Mazda Skyactiv Vehicle Dynamic with G-Vectoring Control คอยควบคุมและลดอาการโคลงตัวเมื่อเปลี่ยนทิศทางด้วยความเร็วไม่เกิน 30-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้นั่งขับหรือนั่งโดยสารได้สบายเนื้อสบายตัวมากกว่ารุ่นเดิม เบาะนั่งแบบใหม่ของทั้งสองรุ่นมีพนักพิงศีรษะที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี วัสดุรองนั่งทำให้นั่งได้กระชับแต่ไม่อึดอัด เบาะนั่งหนานุ่มมากขึ้นเล็กน้อย รวมถึงการเก็บเสียงก็ดีขึ้นมาก ส่วนการเบรคในย่านความเร็วต่ำก็ไม่มีอาการหน้ายุบท้ายยกโผล่มาให้สัมผัสแต่อย่างใดทั้งสิ้น สำหรับกำลังในรูปของแรงบิดจากเครื่องยนต์ทั้งสองแบบยังคงเท่าเดิม ที่เพิ่มเติมเข้ามาก็คือความนิ่มนวลของระบบรองรับและความเงียบของห้องโดยสาร 

All New CX-5 ทั้งรุ่นดีเซลและเบนซินจะเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2560 เป็นการนำเข้าจากโรงงานประกอบรถของ Mazda ในประเทศมาเลเซีย โดยภาพรวมนั้นดีขึ้นทุกจุดโดยเฉพาะความสวยงามของภายนอกและงานตกแต่งภายในที่เปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบที่ทันสมัยขึ้น ส่วนราคาค่าตัวนั้นก็ต้องมาดูกันในวันเปิดตัวอีกครั้งว่าจะแพงขึ้นกว่าเดิมเท่าไหร่ ความคิดเห็นส่วนตัวเมื่อได้ลองขับแค่นิดเดียวถือว่าทำได้ดีขึ้นแทบจะทุกจุด อาจเหมือนกับรุ่นที่แล้วแต่เมื่อเทียบกันแล้วก็มีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดทั้งการควบคุม ความสวยงามน่าใช้ เป็นรถ SUV อีกคันจากค่าย Mazda ที่พอได้เจอกับตัวเป็นๆก็ทำให้รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลง เป็นรถที่สวยงามและแทบจะไม่มีกลิ่นของรถญี่ปุ่นหลงเหลือให้พบเห็นแม้แต่น้อย

โดยภาพรวมของ All New CX-5 มีการออกแบบภายใหม่โดยใช้แนวคิดมนุษย์เป็นจุดศูนย์กลาง Mazda ให้ความสำคัญกับสมดุลขององค์ประกอบโดยรวม มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างคนและเครื่องจักร แนวคิดในการลดองค์ประกอบเพื่อความเรียบง่าย แต่ยังคงไว้ซึ่งความสวยงามและแข็งแกร่ง การลดเสียงรบกวนและแรงสั่นสะเทือน การเพิ่มความง่ายและสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร มีการเพิ่มวัสดุซับเสียง

เครื่องยนต์ 2.0 เบนซิน และ 2.2 ลิตรดีเซล มีการปรับสมรรถนะเพื่อให้มีการตอบสนองที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในตำแหน่งแป้นคันเร่งกับซุ้มเกียร์ เป็นส่วนหนึ่งที่จะเข้ามาช่วยลดความเมื่อยล้าเมื่อขับทางไกล การปรับเสียงการทำงานของเครื่องยนต์ให้เงียบลงมีการติดตั้ง Clear engine sound ในเครื่องยนต์ทั้งสองรุ่น โดยเฉพาะเสียงจากเครื่องยนต์ดีเซลที่เงียบลงมาก โครงสร้างตัวถังแบบใหม่มีการเลือกใช้เหล็กที่มีความแข็งแรงและมีน้ำหนักเบา

เทคโนโลยี mazda i-activesense มีการปรับปรุงเพื่อตอบสนองต่อการใช้งานลดอาการบาดเจ็บหากเกิดการชนปะทะ สรุปว่าตั้งใจทำออกมาซะดีขึ้นทุกจุดแบบนี้ก็น่าจะชนะคู่ต่อสู้อย่าง Honda New CR-V และ Nissan X-Trail ได้บ้างไม่มากก็น้อยละครับ.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/