วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มหากาพย์ศูนย์เหรียญ! โอเอ แจ้งจับ 2 พงส.พญาไท-ไม่มีชื่อ 'บิ๊กโจ๊ก'ตามหมายเชิญสื่อ

"โอเอ ทรานสปอร์ต" ร้องกองปราบ เอาผิด 2 พสง. สน.พญาไท-ตำรวจชุดทำคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ  หลังศาลยกฟ้อง การแจ้งความไม่ระบุชื่อ "บิ๊กโจ๊ก" เป็นผู้ต้องหา ตามรายละเอียดในหมายเชิญสื่อ...

ภายหลังเมื่อกลางดึก วันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ทาง "บริษัทโอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด" ผู้ต้องหาทัวร์ศูนย์เหรียญ ได้ร่อนจดหมายเรียนเชิญสื่อมวลชน ทำข่าวกรณีดำเนินคดีข้อหาเป็นเจ้าหน้าที่ประพฤติมิชอบกับ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กรณีศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาสั่งยกฟ้องในคดีดังกล่าวไปแล้วเมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากเห็นว่า บริษัทไม่ได้รับความเป็นธรรม และที่ผ่านมาเจอกับปัญหาต่างๆ ทั้งได้รับความเสียหายและเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ประเมินค่าไม่ได้ และได้พิสูจน์ถึงความบริสุทธิ์มาตลอดจนกระทั่งศาลชั้นต้นสั่งยกฟ้อง 

ในคืนเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้โทรสอบถามรายละเอียดกับทางฝ่ายประชาสัมพันธ์ ของบริษัทโอเอ ซึ่งได้รับการยืนยันว่า จะเข้าแจ้งความกับ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล บิ๊กโจ๊ก รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ตามข้อความในจดหมายดังกล่าวจริง และทางบริษัทได้สรุปผลการประชุมช่วงประมาณ 3 ทุ่ม ของวันที่ 27 กันยายน ก่อนจะทำการร่างจดหมายเชิญสื่อทำข่าวตามวันและเวลาดังกล่าว โดยระบุชื่อ "พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล" โดยตรง 

กระทั่ง วันที่ 28 กันยายน 2560 เวลา 13.30 น. ตามเวลาที่ได้แจ้งไว้กับสื่อมวลชน นายวสุรัตน์ โรจน์รุ่งรังสี ผู้ประกอบการ บริษัททัวร์แห่งหนึ่ง เข้าร้องทุกข์กับพลตำรวจโทสุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บังคับการกองปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับพันตำรวจเอกสุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว และพันตำรวจโทธรรมารักษ์ เรืองดิษฐ์ พนักงานสอบสวน สน.พญาไท เจ้าของคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ ในข้อหา เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีที่ได้ดำเนินคดีต่อตัวเองและพวกรวม 13 คน ในข้อหา ผิดพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 ข้อหา อั้งยี่ และข้อหาฟอกเงิน จนทำให้ธุรกิจเสียหาย ครอบครัวเสื่อมเสียชื่อเสียง และตกเป็นจำเลยสังคม ซึ่งคดีได้ถูกศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ไปเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา

นายวสุรัตน์ กล่าวว่า หลังถูกดำเนินคดี คนในครอบครัวบางคนต้องถูกคุมขังในเรือนจำ นานร่วม 5 เดือน สูญเสียอิสรภาพ และตระกูลเสื่อมเสียชื่อเสียง ที่สำคัญธุรกิจก็ได้รับความเสียหายอย่างที่ไม่สามารถประเมินได้ และยังกระทบต่อชีวิตของพนักงานบริษัทนับพันคน จึงได้เข้าร้องเรียนผ่านกองปราบปราม แม้ว่าคู่กรณีจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และเชื่อมั่นว่า กองปราบปรามจะดำเนินการด้วยความเป็นธรรม

พันตำรวจเอกสุวัจน์ แสงนุ่ม รองผู้บังคับการกองปราบปราม บอกว่า ได้รับคำร้องเอาไว้แล้ว และดำเนินการสอบปากคำ จากนั้นจะรวบรวมสำนวนให้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.เป็นผู้สืบสวนตรวจสอบ ตามระเบียบทางราชการ

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ถามกลับไปยังผู้แจ้งความว่า หมายเรียนเชิญนักข่าวเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เหตุใดจึงระบุแจ้งดำเนินคดีกับ "พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล" โดยตรง ในข้อหาเป็นเจ้าหน้าที่ประพฤติมิชอบ แต่เมื่อมาแจ้งจริงกลับกลายเป็นไม่ระบุชื่อและข้อหาตามหมาย ได้รับคำตอบกลับมาว่า หมายที่ส่งถึงสื่อมวลชนกลางดึกเมื่อคืนนี้ ทางทีมทนายความและบริษัทโอเอ ไม่ได้เป็นคนทำออกมาแต่อย่างใด

สำหรับคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ เป็นคดีที่ตำรวจท่องเที่ยวดำเนินการตรวจสอบกลุ่มบริษัททัวร์ ที่ดำเนินกิจการเข้าข่ายผิดต่อพระราชบัญญัติธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งทำให้ประเทศไทยสูญเสียรายได้จากการเรียกเก็บภาษีประกอบกิจการไปจำนวนมาก