วันพฤหัสบดีที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น้ำตา เบื้องหลัง บันทึกประวัติศาสตร์ 'จิตสุภา วัชรพล' งานยากสุดในชีวิต

'ภาพแห่งช่วงเวลาถวาย 'ดอกไม้จันทน์' ที่พระเมรุมาศ ยังไม่กล้าคิดภาพตัวเองในวันนั้นแต่คิดว่าน้ำตาจะท่วมประเทศแน่ๆ และคิดว่าหลายคนคงไม่อยากให้ถึงวันนั้น ซึ่งก็ต้องคอยเตือนตัวเองว่า ถึงพ่อไม่อยู่ ถึงพ่อจากไปแล้ว แต่ว่าเราก็มีหน้าที่ที่ต้องเป็นคนดีของประเทศต่อไป' 

'แอบเสียดายที่ 'ลูก' เกิดไม่ทันในรัชสมัยพระองค์ท่าน และคิดว่าคงจะสอนและถ่ายทอดเรื่องราวของพระองค์ท่านให้เขาได้ฟัง โตไปเราจะบอกเขาว่าไม่ต้องเก่งก็ได้ ขอให้ 'เป็นคนดี' เพราะเวลาได้อยู่กับคนดีๆ มันจะมีพลังดีๆ ส่งเข้ามา ซึ่งเรื่องการทำความดีเป็นเรื่องที่พระองค์ท่านเน้นมาก เคยตรัสเป็นพระบรมราโชวาทอยู่บ่อยๆ มันเป็นพื้นฐานของทุกอย่างที่จะตามมา'

'ชาวไทยรัฐเหมือนเป็นแค่ตัวแทนของคนไทย เป็นส่วนหนึ่งที่อาศัยอยู่ใต้ร่มพระบารมีของพระองค์ท่าน สิ่งที่เรานำเสนอหรือถ่ายทอด เราพยายามที่จะรวบ รวมเรื่องราวให้ได้มากที่สุด ให้ครอบคลุม ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด เพื่อเป็นตัวแทนของคนไทยหลายๆ คน ในการบอกคนอื่นๆ ในประเทศ หรือแม้กระทั่งบอกคนอื่นๆ บนโลก ว่าเรามีพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่แค่ไหน'

เป็นเรื่องราวต่างๆ ที่พรั่งพรูออกมาจากหัวใจ เป็นความในใจทั้ง 3 ฐานะ 'ประชาชน - คนทำสื่อ - แม่' ของ 'จิตสุภา วัชรพล' ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์ ไทยรัฐ กรุ๊ป หนึ่งในผู้มีส่วนร่วมสำคัญในงาน 'ไทยรัฐส่งใจสู่ฟ้าอาลัยพ่อฉบับพิเศษบันทึกประวัติศาสตร์' เป็นการรวม หัวใจบันทึกประวัติศาสตร์เหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่เป็น 'หนังสือพิมพ์มีชีวิต' 15 วัน เพื่อคนไทยทั้งประเทศอีกครั้ง เล่าน้ำตาคลอในฐานะแม่ ซึ่งเพิ่งรับรู้ข่าวดีว่ากำลังตั้งครรภ์ได้ไม่กี่เดือน

และทั้งหมดนี้นี่คือเรื่องราวเบื้องลึก เบื้องหลัง ในการ 'ร่วมบันทึกประวัติศาสตร์' หน้าสำคัญด้วยหัวใจของ 'คนไทยรัฐ' เพื่อ 'คนไทย' ทั้งประเทศ ที่รัก และคิดถึงคนบนฟ้าเหมือนกันกับทุกๆ คน

ย้อน 'นสพ.มีชีวิต' ปรากฏการณ์เชิง 'คุณค่า'

"ครั้งที่แล้วเสียงตอบรับเหนือความคาดหมายที่เป็นทั้งแฟนไทยรัฐและไม่ได้เป็นในหลายวงการเข้ามาชื่นชม เราไม่คิดว่าจะ Impact ขนาดนี้ เพราะเนื้อหาที่มีมากมายมหาศาลของพระองค์ท่าน มีหลายคนหยิบนำมาเสนออยู่เรื่อยๆ เนื้อหาที่เราทำอาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ทั้งหมด แต่พอเรานำเสนอด้วยวิธีการใหม่ๆ มันก็สร้างปรากฏการณ์ได้เป็นอย่างดีในเชิง 'คุณค่า' ทำให้โปรเจกต์นี้สมบูรณ์แบบ และทรงพลังมากมายขึ้นจริงๆ"  

"ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผลิต ผู้บริหาร คนขับรถส่งหนังสือพิมพ์ รปภ. แม่บ้าน ยังรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในโปรเจกต์นี้ทุกคน" 

จิตสุภา เกริ่นเสียงสั่นเมื่อกล่าวถึงความประทับใจตลอดระยะเวลา เกือบ 1 ปีที่ทำโปรเจกต์นี้ขึ้นมาและย้ำว่า สิ่งที่ทำให้รู้สึกตื้นตันมากคือการได้เห็นการร่วมแรง-ใจของทุกคน

'รู้สึกตื้นตัน มันเหมือนคำว่า 'ในหลวง รัชกาลที่ 9' เป็นศูนย์กลางศูนย์รวมใจของพสกนิกรทั้งประเทศมันสื่อออกมาได้แค่โปรเจกต์นั้นโปรเจกต์เดียว ทุกวันนี้พูดก็ยังรู้สึกเหมือนจุกอยู่ที่คอ เพราะไม่ใช่โอกาสที่จะเห็นความร่วมแรงร่วมใจกันแบบนั้นบ่อยๆ มันเห็นพลังที่อธิบายไม่ได้ด้วยคำพูด'

เมื่อถามถึงความท้าทาย ความยากง่าย ของงานที่ทำถวายพระองค์ท่านครั้งใหม่ ครั้งสำคัญนี้! ผู้บริหารสาว ยอมรับว่าเป็นงานที่ยากและท้าทายมาก

"ครั้งที่แล้วที่ทำฉบับนสพ.มีชีวิต 100 วันในหลวงสวรรคตว่ายากแล้ว ด้วยเงื่อนเวลาเรามีระยะเวลาในการเตรียมงานแค่ 3 เดือน แล้วเป็นครั้งแรก และยังไม่รู้ว่ากระแสตอบรับจากประชาชนคนไทย รวมถึงพาร์ทเนอร์จะเป็นอย่างไร เนื่องจากครั้งที่แล้วเราทำไว้ค่อนข้างดี สองความท้าทายครั้งนี้อยู่ที่ ทำอย่างไรให้การนำเสนอของ เนื้อหา เรื่องราวทั้งหมดของพระองค์ท่านสมพระเกียรติเหมาะสมกับการที่เราร่วมส่งใจไปไว้อาลัยเสมือนเป็นครั้งสุดท้าย

ความท้าทายต่อมาต้องวัดรอยเท้าตัวเอง คือทำอย่างไรให้มันดีขึ้น น่าประทับใจยิ่งกว่าเดิม อันนี้เป็นโจทย์ที่ยากมากๆ กับทีมงานทุกคน"

ความท้าทายครั้งใหม่ แด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 


กล่าวสำหรับ โปรเจกต์ใหม่ 'ไทยรัฐส่งใจสู่ฟ้าอาลัยพ่อฉบับพิเศษบันทึกประวัติศาสตร์' ของเครือไทยรัฐ จิตสุภา เล่าถึงวิธีการทำงานที่จับมือกันจรดหัวใจร่วมกันบันทึกประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ว่า วิธีคล้ายเดิมโดยการผนึกกำลังทั้ง 3 สื่อ 3 แพลตฟอร์ม แต่สิ่งพิเศษคือลูกเล่น Gimmick เนื้อหาที่เราบรรจุอยู่ในโครงการ และรูปแบบของแคมเปญที่ต่างออกไป

ร่วมถึงการนำเอาเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) เทคนิคอะไรที่คราวที่แล้วเราไม่ได้ใช้ คราวนี้เรามีเวลาเตรียมเวลาคิดมากขึ้น ทำอะไรได้มากกว่าเดิมหรือเปล่า

'เดือนตุลาคมมีวันที่ต้องจารึกลงในประวัติศาสตร์ถึง 2 วัน คือวันที่ 13 ตุลาคม วันที่พระองค์ท่านจากไป กับวันที่ 26 ตุลาคม วันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระองค์ท่าน 2 วัน เรารู้สึกว่าเป็นหัวใจสำคัญของบรรยากาศในเดือนตุลาคมทั้งหมด เราเลยทำโปรเจกต์นี้ที่ครอบคลุมระยะเวลาวันที่ 13 ต.ค.กับวันที่ 26 ต.ค.นี้ เพื่อให้เราบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ได้อย่างครบถ้วนและสมบูรณ์ที่สุด โปรเจกต์นี้ก็เลยออกมาเป็นแคมเปญหนังสือพิมพ์พร้อมกับสื่ออื่นๆ เป็นโปรเจกต์ที่เราทำทั้งหมด 15 วัน วันสุดท้ายเป็นการประมวลภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 26 ตุลาคม ที่เป็นวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระองค์ท่าน'

เธอบอกว่า จึงออกมาเป็น 'หนังสือพิมพ์มีชีวิต' 15 วัน 14 ศิลปินชื่อดัง ที่ร่วมแรงร่วมใจในการวาดเอามาตีพิมพ์เป็นภาพหน้าปกหนังสือพิมพ์ตั้งแต่ฉบับประจำวันที่ 13-25 ตุลาคม' จิตสุภา กล่าวและว่า ทางไทยรัฐทีวีก็ได้รับเกียรติจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยทำกราฟิกเพื่อนำไปใช้ในการถ่ายทอดพระราชกรณียกิจหรือเรื่องราวของพระองค์ท่านผ่านทีวีพูล หลังจากได้ทำกราฟิกเกี่ยวกับพระเมรุมาศหรือเรื่องราวเกี่ยวกับพระองค์ท่านก่อนหน้า  

'นอกจากที่เราได้รับเกียรติจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยให้เราได้มีโอกาสได้นำเสนอ Content สกู๊ป กราฟิกที่เราได้ทำผ่านทางโทรทัศน์ช่องอื่นด้วย

ยังได้ร่วมมือกับ 'อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์' ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ในปี พ.ศ. 2554 มาช่วยออกแบบฉากในสตูดิโอเหมือนออกแบบฉากของห้องส่งรายการข่าวของไทยรัฐทีวีเป็นพิเศษโดยมีรูปแบบและดีไซน์ ที่เหมือนเป็นการถวายงานเพื่อน้อมถวายบังคมลาพระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งเราก็จะใช้ฉากพิเศษนี้ในช่วงใกล้ๆ วันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

ถามว่าอยากให้คนอ่านคนดู อ่าน ดู สื่อในเครือไทยรัฐด้วยอารมณ์แบบไหน? ผู้บริหารสาวนิ่งคิดและบอกว่า 

อาจจะกำหนดอารมณ์ของผู้อ่านหรือผู้เสพ Content ค่อนข้างยาก แต่คิดว่าบรรยากาศในประเทศเดือนตุลาคมคงจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือทุกคนไม่อยากให้ถึงวันที่ 26 ตุลาคม บางคนอาจจะอ่านแล้วรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ บางคนอ่านแล้วรู้สึกคิดถึง หรือบางคนอ่านแล้วอาจจะรู้สึกได้แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตตามแบบที่พระองค์ท่านได้ทรงสอนไว้ บางคนอาจจะรู้สึกอาลัยอาวรณ์อะไรแบบนี้ คิดว่าอารมณ์ของคนมันจะหลากหลายมาก

"แต่เราจะไม่บังคับให้ทุกคนต้องร้องไห้น้ำตาซึม แต่คิดว่าสุดท้ายแล้วคนในประเทศน่าจะมีอารมณ์ร่วมไปในทิศทางเดียวกัน นั่นก็คือ คิดถึงนึกถึงพระองค์ท่าน ชาวไทยรัฐเหมือนเป็นแค่ตัวแทนของคนไทย เป็นส่วนหนึ่งที่อาศัยอยู่ใต้ร่มพระบารมีของพระองค์ท่าน สิ่งที่เรานำเสนอหรือถ่ายทอด เราก็พยายามที่จะรวบรวมเรื่องราวให้ได้มากที่สุด ให้ครอบคลุม ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด เพื่อเป็นตัวแทนของคนไทยหลายๆคน ในการบอกคนอื่นๆ ในประเทศ หรือแม้กระทั่งบอกคนอื่นๆ บนโลก ว่าเรามีพระมหากษัตริย์ที่ย่ิงใหญ่และดีเพียงใด"

ข้อความถึงคนบนฟ้า ความในใจและน้ำตา

ในฐานะสื่อมวลชนหรือเจ้าของสื่อ ถ้าพูดกับประชาชนที่รักพระองค์ได้ ด้วยโปรเจกต์ที่เราทำด้วยหัวใจของเรา! จิตสุภา บอกว่า เราอาจจะรวบรวมเนื้อหา ถ่ายทอดความรู้สึกแทนคนไทยทั้งประเทศได้ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ แต่อยากให้เชื่อมั่นว่าเราตั้งใจทำด้วยหัวใจจริงๆ และตั้งใจอยากให้คนไทยทุกคนมีโอกาสได้เก็บพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ของพระองค์ท่าน ผ่านการตีพิมพ์ของหนังสือพิมพ์ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ตลอดระยะเวลา 15 วัน เราไม่กล้าการันตีหรอกว่านี่จะเป็นผลงานชิ้นโบแดงที่ดีที่สุดของไทยรัฐ หรือเป็นผลงานที่ทุกคนต้องมีเก็บไว้ครอบครองที่บ้านแต่เราทำด้วยหัวใจ

"ในเชิงของ 'มูลค่า' ของหนังสือพิมพ์ราคาเท่าเดิม เทียบกับ 'คุณค่า' ที่เราตั้งใจถ่ายทอด คุณค่าที่คนซื้อหนังสือพิมพ์หรือคนโหลดแอปแต่ละคนจะได้รับมันเทียบกันไม่ได้ คุณค่ามันมหาศาลมาก เราตั้งใจทำหน้าที่นี้อย่างดีที่สุด ตลอดระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 เดือนที่คุยกันมันยากและท้าทาย ในทุกๆ ครั้งที่เราช่วยกันออกไอเดีย กระทั่งคิดว่าจะดีเหมาะสมกับพระองค์ท่านไหมมันใช้พลัง ใช้เวลากับความตั้งใจเยอะมาก อย่างที่บอกไม่กล้าบอกว่าเป็นผลงานชิ้นโบแดง แต่มั่นใจว่าเรากล้ายืนยันว่าทุกคนในไทยรัฐทำด้วยหัวใจและตั้งใจกับโปรเจกต์นี้มากจริงๆ ไม่ใช่แค่คนทำ Content รวมไปถึงทุกส่วนในองค์กร ทีม HR บัญชี คนขับรถ ช่างพิมพ์ ทุกคนอยากให้โปรเจกต์นี้ออกมาสมบูรณ์และดีที่สุด" 

ในฐานะประชาชน ถ้าท่านฟังแม้ท่านจะไม่อยู่นิรันดรแล้วอยากจะบอกอะไรกับท่าน? ผู้บริหารสาวบอกว่า สิ่งที่พระองค์ท่านอยากได้ยินมากที่สุดในตอนนี้ คงอยากเห็นว่าลูกๆ ของท่านทุกคนจะสัญญาว่าจะดูแลประเทศนี้ต่อไปยังไง แค่ทุกคนดูแลหรือว่าทุกคนมีความดีและความตั้งใจดีได้แค่ครึ่งหนึ่งของพระองค์ท่าน ในการให้คำมั่นสัญญาว่าจะเป็นคนดีของประเทศ

"และเราหวังไว้ว่าหนังสือพิมพ์เล่มนี้หรือสิ่งที่เราสร้างจะอยู่แนบหัวใจคนไทยจะอยู่เหนือศีรษะคนไทยตลอดไป เพราะการทำหนังสือพิมพ์มีชีวิตโปรเจกต์นี้เหมือนที่ระลึกเพราะมันทรงคุณค่าทางจิตใจ" เธอกล่าว

 ก้นบึ้ง ความรู้สึก เรื่องเล่า แม่ ลูก และพระมหากษัตริย์ของเรา

ทราบมาว่าคุณเพิ่งตั้งครรภ์ได้ไม่นาน ในฐานะแม่ของลูก เมื่อเขาคลอดออกมาคุณจะเล่า หรือถ่ายทอดเหตุการณ์นี้อย่างไรให้เขาฟังอย่างไร เป็นคำถามทิ้งท้าย เธอเล่าด้วยเสียงสั่นเครือว่า แอบเสียใจนะคะ ที่ลูกไม่ได้เกิดในรัชสมัยของพระองค์

"สิ่งที่หวังไม่ใช่แค่กับลูกของเราเอง แต่หวังกับคนไทย เพื่อนร่วมประเทศชาติ คนอื่นๆ ทุกคนขอแค่ทุกคนเป็นคนดี ซื่อสัตย์ ไม่คดโกง ไม่เห็นแก่ตัวแล้วนึกถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน แค่ทุกคนทำได้แบบนี้ ประเทศน่าจะมีความสุข พระองค์ท่านน่าจะมีความสุข แล้วลูกๆ ทุกคนของพระองค์ท่าน ในบ้านของพระองค์ท่านก็น่าจะมีความสุข ความสามัคคีคือสิ่งที่ประเทศอาจจะยังต้องการอยู่ ถ้าเราเข้าใจคนอื่น ถ้าเรานึกถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน ไม่คิดร้ายต่อกัน แค่นี้อาจจะทำให้คำว่าคนดีมันจับต้องได้มากขึ้นก็ได้" เธอเว้นจังหวะเล่า

"ถ้าเขาเกิดมา คิดว่าคงสอนเขาแล้วก็ถ่ายทอดเรื่องราวของพระองค์ท่านให้เขาได้ฟัง แล้วก็คงแค่ขอให้เขาเป็นคนดีนั่นแหละ ทำความดีกับคนอื่น ไม่ต้องเก่งก็ได้ แต่ว่าเวลาได้อยู่กับคนดีๆ มันจะมีพลังดีๆ ส่งเข้ามา ซึ่งเรื่องการทำความดีเป็นเรื่องที่พระองค์ท่านเน้นมากแล้วก็เคยตรัสเป็นพระบรมราโชวาทอยู่บ่อยๆ มันเป็นพื้นฐานของทุกอย่างอื่นๆ ที่จะตามมา"

ในวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ คิดไหมว่าเราจะอยู่ตรงไหน อยู่ตรงไหนเพื่อยืนร้องไห้ของโลกใบนี้? เธอนิ่งคิดก่อนจะเสียงสั่น จริงๆ ยังคิดไม่ออกเหมือนกัน คงต้องอยู่ออฟฟิศเพื่อดูงาน แต่ก็คิดว่าคงมีโมเมนต์ที่ต้องร้องไห้อยู่ในห้องทำงาน ซึ่งวันนั้น มหาสมุทรไม่แพ้วันที่ 13 ตุลาคม 

'จริงๆ วันที่ 26 ตุลาคมนี้คงไม่ต้องมีใครพูดอะไรหรอก หลายๆ คนคงจุกที่อก กอดกันทั้งน้ำตาจับมือกัน ซึ่งยังนึกภาพตัวเองไม่ออกจริงๆ (นิ่งคิด) แต่คิดว่าหลายๆ คนคงใจสลาย และโมเมนต์ที่ต้องถวายดอกไม้จันทน์ที่พระเมรุมาศก็คงไม่มีใครอธิบายถูก คิดว่าหลายๆ คนคงไม่อยากให้ถึงวันนั้น แต่อาจจะต้องคอยเตือนตัวเองว่า ถึงพ่อไม่อยู่ ถึงพ่อจะจากไปแล้ว แต่ว่าเราก็มีหน้าที่ที่ต้องเป็นคนดีของประเทศต่อไป" จิตสุภาน้ำตาคลอสรุป