วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บ่วงกรรมรับจำนำข้าว

โดย สายล่อฟ้า

คุก 5 ปี หนีไม่พ้นจำนำข้าว

ที่สุดก็มาถึงจุดจบโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งทำให้ประเทศชาติได้รับความเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท มีผลให้ผู้เกี่ยวข้องได้รับโทษติดคุกกันระนาว

ล่าสุดองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 9 ท่าน ได้มีคำพิพากษาเป็นเอกฉันท์ให้จำคุกจำเลย 5 ปี ไม่รอลงอาญา

“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกฯหญิงคนแรกของประเทศไทย

การดำเนินคดีนี้ใช้เวลาทั้งสิ้น 2 ปี 7 เดือน หลังจากที่ศาลได้นัดฟังคำพิพากษา เมื่อวันที่ 25 ส.ค.60 ที่ผ่านมา ปรากฏว่า จำเลยได้หนีศาลไม่ไปฟังคำพิพากษาศาลจึงออกมาหมายจับและได้นัดให้มาฟังคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 27 ก.ย.60

ปรากฏว่าจำเลยไม่มาฟังเช่นเคย ศาลจึงมีคำพิพากษาลับหลัง และออกหมายจับทันที โดย สตช.ต้องนำไปดำเนินการต่อไป โดยมีอายุความ 10 ปี

เมื่อจำเลยที่มีข่าวว่าหลบหนีไปอยู่ต่างประเทศทางหนึ่งที่ต้องดำเนินการก็คือต้องรู้ให้แน่ชัดว่าจุดสุดท้ายอยู่ประเทศไหน เพื่อขอตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน ก็อยู่ที่ว่าประเทศนั้นจะส่งตัวให้หรือไม่เท่านั้น ซึ่งก็คงเป็นเรื่องยากไม่ใช่น้อย

คงไม่ต่างไปจาก “พี่ชาย” คือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯที่หนีคดีเป็นสัมภเวสีอยู่ในประเทศต่างๆ โดยพำนักถาวรที่ดูไบ

ข้ออ้างสำคัญก็คือ ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง

แม้คดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่เกี่ยวกับการทุจริตแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะว่าเกี่ยวพันกับการทุจริตการระบายข้าวแบบจีทูจีมีความผิดทางอาญา ม.157 และความผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช.

ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยปละละเลยจนทำให้เกิดการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว จนทำให้เกิดความเสียหาย

เพราะมีข้อเท็จจริงที่ปรากฏว่าในฐานะนายกฯได้รับรู้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการระบายข้าวแบบจีทูจีปลอม

หลายเรื่องศาลเห็นว่ามีความชอบไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการตามนโยบายที่ประกาศไว้ตลอดจนการดำเนินการต่างๆ ที่มีการตั้งคณะกรรมการดำเนินการ

แต่มีอีกหลายเรื่องที่ไม่ดำเนินการตามคำเตือนจาก ป.ป.ช. สตง. ทีดีอาร์ไอ และกระทรวงการคลัง ที่เตือนว่าใช้จ่ายเงินในการดำเนินการจนเกิดภาวะการขาดทุน

ที่สำคัญก็คือ ไม่ระงับยับยั้ง ไม่ให้ความสำคัญต่อคำเตือนแม้แต่น้อย

เมื่อผลลงเอยอย่างนี้ เหลืออีกทางหนึ่งก็คือ การอุทธรณ์คดีจะดำเนินการหรือไม่ เพราะจำเลยมีสิทธิ์ที่จะกระทำเช่นนั้นได้

ทางหนึ่งก็คือมอบหมายให้ทนายดำเนินการแทน อีกทางหนึ่งก็ยื่นอุทธรณ์ด้วยตนเอง ซึ่งก็อยู่ที่ว่าศาลจะใช้ดุลพินิจพิจารณาอย่างใดเท่านั้น

ที่น่าสนใจก็คือ การตัดสินใจหลบหนีก่อนที่ศาลนัดฟังคำพิพากษาเพียง 2 วันนั้น เป็นเพราะรู้ผลล่วงหน้าหรือคาดการณ์ออกมาว่าคำตัดสินจะออกมาอย่างไร

หากตัดสินใจตรงนั้นผิดพลาดโอกาสที่จะถูก “จำคุก” จึงมีความเป็นได้สูง เมื่อศาลตัดสินออกมาให้จำคุก 5 ปี ไม่มีการรอลงอาญา

อีก 10 ปีนั่นแหละถึงจะกลับเมืองไทยได้ โดยพ้นโทษตามอายุความ

ชีวิตคนเรามันก็เท่านั้น 49 วันบนสนามการเมืองจนนำไปสู่ผู้นำสูงสุดของประเทศ แต่สุดท้ายจบเกมอย่างที่ไม่พึงปรารถนา

บุญทำ-กรรมแต่งเหล่านี้ ก็เพราะพี่ชายที่แสนดีได้ทำให้เกิดทุกข์แก่น้องสาว ซึ่งไม่มีทางเลือกและกำหนดตัวเองไม่ได้

สุดท้ายชีวิตก็ต้องไปตามกรรมที่ทำไว้.


“สายล่อฟ้า”