วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทรัมป์เผยแผนยกเครื่องภาษีครั้งใหญ่สุดรอบ 3 ทศวรรษ เจอเสียงต้านทันที

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เสนอแผนการปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 30 ปี เมื่อวันพุธ ตามสัญญาตอนหาเสียงเลือกตั้ง แต่ต้องเผชิญเสียงต่อต้านจากฝ่ายเดโมแครตทันที...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกาเผยแผนการยกเครื่องระบบภาษีครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 3 ทศวรรษของประเทศ ตามคำมั่นที่เขาให้ไว้ในช่วงการหาเสียง และเป็นความพยายามมาตลอดของพรรครีพับลิกันที่ต้องการยกเครื่องระบบภาษีของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม แผนของทรัมป์ถูกต่อต้านทันทีจากฝ่ายเดโมแครต และจากสมาชิกรีพับลิกันบางคน

แผนการนี้ของโดนัลด์ ทรัมป์ จะลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงจาก 35% เหลือ 20%, เปลี่ยนแปลงอัตราภาษีเงินได้จากต่างประเทศ และตั้งภาษีของนิติบุคคลเพื่อผ่านรายได้ (pass-through entities) ไว้ที่ 25% ขณะที่ในภาคครัวเรือน แผนการนี้จะเพิ่มปริมาณการลดหย่อนภาษีของบุคคลและครอบครัวเกือบ 2 เท่าเป็น 12,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และ 24,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ตามลำดับ, เพิ่มเงินลดหย่อนภาษีสำหรับเด็ก และยกเลิกภาษีมรดก

ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า เขาต้องการให้ระบบภาษีง่ายขึ้น ลดภาษีต่อครอบครัวชนชั้นกลาง และทำให้สหรัฐฯ มีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น ซึ่งในความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ยังรวมถึงการลดตระกร้าภาษีของผู้เสียภาษีชาวอเมริกาตามฐานรายได้ลงเหลือ 3 กลุ่มคือ 12%, 25% และ 35% จากเดิม 7 กลุ่มซึ่งเริ่มจาก 10% ไปจนถึง 39.6% แต่ยังไม่เปิดเผยว่า คนรายได้เท่าใดจะถูกจัดเข้าสู่กลุ่มใดบ้าง

อย่างไรก็ตาม แผนการของทรัมป์เรียกเสียงต่อต้านจากฝ่ายเดโมแครตทันที โดยนาย ชัค ชูเมอร์ ส.ว.รัฐนิวยอร์ก ระบุว่า ความเปลี่ยนแปลงนี้จะทำร้ายครอบครัวชนชั้นกลาง โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย และพ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยว นอกจากนี้ยังจะการลดภาษีจะไปเพิ่มการขาดดุลของประเทศ ซึ่งจะทำให้โครงการต่างๆ เช่น ประกันสุขภาพและการรักษาความปลอดภัยตกอยู่ในความเสี่ยง

ขณะที่ บ็อบ คอร์เกอร์ แกนนำ ส.ว.รีพับลิกันประกาศกร้าวก่อนหน้านี้ว่า เขาจะไม่โหวตผ่านให้มาตรการภาษีใดๆ ที่จะเพิ่มการขาดดุลของสหรัฐฯ ซึ่งมีหนี้สินกว่า 20 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ