วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สัจธรรมแห่งสังคมไทย

ต้องยกให้เป็นวีรชนผู้กล้าหาญ สร้างคุณงามความดีฝากไว้ในวงข้าราชการ กรณีที่นายจเร พันธุ์เปรื่อง ที่ปรึกษาสำนักนายกรัฐมนตรี เขียนบทความเรื่อง “สัจธรรมชีวิตราชการ” เล่าว่าเป็นข้าราชการรัฐสภามาตั้งแต่ปี 2522 ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ ขยัน อดทน สิ่งที่ไม่ยอมทำเด็ดขาดคือการร่วมมือกับคนขี้โกง ชีวิตราชการก้าวหน้ามาตามลำดับ และได้พบสัจธรรมว่าคนที่เข้ามาทำหน้าที่ในรัฐสภา ไม่ว่าจะมาอย่างไร มีโอกาสเป็นคนขี้โกงพอๆกัน

นายจเรเคยเป็นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถูกย้ายด้วยคำสั่งมาตรา 44 มาเป็นที่ปรึกษาสำนักนายกรัฐมนตรี เขียนบทความลงในหนังสือแจกในงานข้าราชการเกษียณ มุ่งหมายให้เป็นคติสอนใจข้าราชการรุ่นหลัง เตือนว่าข้าราชการที่ซื่อสัตย์ก็อาจไปไม่รอด

จากประสบการณ์อันยาวนานในชีวิตราชการ นายจเรได้พบสัจธรรมอย่างหนึ่ง คือคนที่เข้ามาทำหน้าที่ในรัฐสภา ไม่ว่าจะมาจากช่วงรัฐบาลเลือกตั้ง หรือรัฐบาลแต่งตั้ง มีโอกาสเป็นคนขี้โกงได้พอๆกัน การเป็นข้าราชการที่ซื่อสัตย์ แต่ไม่ก้มหัวให้คนขี้โกง ในที่สุดจะไปไม่รอด เพราะคนขี้โกงมีความสามารถในการใส่สีตีไข่ คิดกลโกงแยบยลมากขึ้น

เป็นข้อเท็จจริงหรือสัจธรรม อันเป็นที่รู้กันในวงข้าราชการ แต่ไม่มีใครกล้าพูดความจริง เพราะหวั่นเกรงว่าจะเป็นภัย เป็นการตอกย้ำความเป็นจริง ที่แม้แต่คนนอกทั่วไปก็พอจะรู้กันอยู่ เพราะการทุจริตโกงกินเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในสังคมไทย ผลการสำรวจความเห็นประชาชน หลายครั้งในอดีต คนส่วนใหญ่ยอมรับรัฐบาลโกงได้ถ้ามีผลงาน

ในช่วงแรกๆของรัฐบาล คสช. ซึ่งประกาศว่าจะจัดการการโกงกินอย่างเฉียบขาด ด้วยดาบอาญาสิทธิ์มาตรา 44 กลายเป็นที่ชื่นชอบของประชาชน แต่ในระยะหลังๆความชื่นชมเรื่องการปราบโกงเริ่มแผ่วๆ เพราะว่าภายใต้การนำของ คสช.เกือบ 4 ปี การทุจริตคอร์รัปชันก็ยังเฟื่องฟู เป็นหลักฐานยืนยันว่าแม้แต่ในยุคอำนาจเด็ดขาด ก็ยังมีคนกล้าโกงกิน

ไม่ว่าจะเป็นยุคเลือกตั้งหรือแต่งตั้ง แต่การทุจริตโกงกินก็ยังดำรงอยู่ แต่ที่ต่างกันคือระบบการตรวจสอบ ในระบบเลือกตั้งจะมีระบบการตรวจสอบที่แน่นอน เป็นกลไกที่เขียนบังคับไว้ ในกฎหมายสูงสุดของประเทศ โดยยึดหลักนิติธรรม ถือกฎหมายเป็นใหญ่ แต่ถ้าระบบการตรวจสอบพิกลพิการ ไม่โปร่งใส ตรงไปตรงมา ก็มีบทลงโทษ และมีอำนาจตุลาการเป็นที่พึ่งสุดท้าย

ต่างจากระบอบที่ไม่เลือกตั้ง แม้จะมีกฎหมายและกติกาการตรวจสอบเช่นเดียวกัน แต่มักจะถือตัวบุคคลเป็นใหญ่ มีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ ถ้าได้ผู้มีอำนาจเป็นคนดี มีคุณธรรม ก็ดีไป แต่นักปราชญ์เตือนว่าอำนาจมักทำให้คนเหลิง ยิ่งอำนาจเด็ดขาดก็อาจลุแก่อำนาจจนหัวปักหัวปํา หวังว่าข้อเขียนของนายจเร จะทำให้สังคมไทยตาสว่างมองเห็นสัจธรรม.