วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชะตาชีวิตชาวเรือ

ทั้งที่รัฐบาลเวียดนามยกให้ ตลาดน้ำ “ไค ลาง” นครเกิ่น เทอ บริเวณปากสามเหลี่ยมแม่น้ำโขง เป็นมรดกแห่งชาติเมื่อปีที่แล้ว และมี โครงการอนุรักษ์และยกระดับตลาดน้ำฯ หวังดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และมีนักท่องเที่ยวต่างหลงใหลในมนต์เสน่ห์มาเยี่ยมชม วิถีชีวิตชาวเรือปีละหลายล้านคน...เรียกว่าเป็นอีกจุดที่พลาดไม่ได้

เพราะสมัยก่อนย้อนไปราว 100 ปี คราวที่เวียดนาม กัมพูชา และลาวตกอยู่ในอาณานิคมฝรั่งเศส ต่างใช้ลำน้ำลำคลองต่างๆ ทั้งโดยธรรมชาติและฝีมือมนุษย์ที่ขุดลอก เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางสัญจรไว้ลำเลียงคนและขนสินค้า

จนเรียกได้ว่าเป็น “เศรษฐกิจแห่งแม่น้ำโขง”

แต่ มร.เหงียน วาน อึ๊ด พ่อค้าชาวเรือวัย 71 ปี บอกกับผู้สื่อข่าวเอเอฟพีว่า หลายๆคนกำลังคิดเลิกแล้วไปทำอย่างอื่นที่ดีกว่า ตัวผมเองก็มีลูกค้ามาซื้อของไม่เยอะ แต่ก่อนอาจใช่ แต่เดี๋ยวนี้หลายลำสละเรือทิ้ง เลิกกิจการขายของแล้วหันไปขึ้นบกขับรถหรือทำงานอื่นแทน

ส่วนตัวเองยึดอาชีพขายผัก-ผลไม้ในตลาดน้ำแห่งนี้มานาน 30 ปี ก็เพื่อหาเลี้ยงลูก 3 คน ปัจจุบันก็โตมีงานทำใกล้ๆนครเกิ่น เทอ แล้วส่งเงินมาให้ใช้

“ไค ลาง” ก็ตกเป็นเหยื่อความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของลุ่มแม่น้ำโขงซึ่งทะยานขึ้นสูงตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ภาคอุตสาหกรรมและสิ่งปลูกสร้างทำให้เกิดการสร้างงานเกือบ 570,000 ตำแหน่ง หลายชีวิตถูกฉุดขึ้นจากความยากแค้น

ขนาดพ่อค้าที่ว่ารายได้ดีจากกลุ่มนักท่องเที่ยวก็ยังถวิลหาความเป็นอยู่บนบก ไม่ว่าจะเรื่อง บ้านที่เป็นสัดส่วนขึ้น การงานดีขึ้น ข้าวของเครื่องใช้ก็สะดวกสบายทันสมัยขึ้น

และเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนหนุ่มสาวอายุไม่ถึง 30 ปี ในประเทศเพื่อนบ้านเรานี้ ที่มีอยู่เกินครึ่งของจำนวนประชากร 93 ล้านคน ต่างก็ใฝ่ฝันอยากเข้าเมืองเจริญๆ เพื่อหางานทำ

ลมหายใจเพื่อการยังชีพของพ่อค้าแม่ค้าบนเรือ เมื่อ 12 ปีก่อน จากที่เคยคึกคัก ดำเนินสะดวกร่วมๆ 550 ลำ ค่อยๆเงียบเหงา เคว้งคว้าง เหลืออยู่ราว 300 ลำ และไม่รู้ว่าจะลดลงไปอีกเท่าไหร่

อาศัยการท่องเที่ยวอย่างเดียวคงหมดกำลังใจที่จะทำมาหากิน...


ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ