วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ปชป.-พท.' บี้! กำหนดวันเลือกตั้ง ช่วงบิ๊กตู่พบทรัมป์

วิษณุแจงโยกกลับ ผอ.พศ.ให้พงศ์พร

คึกคัก “บิ๊กตู่” เตรียมบินพบ “ทรัมป์” 3 ต.ค. กห.ขึงขังเตรียมข้อมูลด้านความ มั่นคงเป็นกุรุสให้นายกฯ ด้านสหรัฐฯหวังกระชับสัมพันธ์แน่นแฟ้น รมว.พาณิชย์อเมริกาพบนายกฯ-ทีม ศก.ที่ทำเนียบหารือชื่นมื่น นายกฯเชื่อเยือนสหรัฐฯวิน-วิน ได้ประโยชน์ สองฝ่าย พท.ได้ทีจี้ “บิ๊กตู่” บอกวันเลือกตั้งก่อนพบ “ทรัมป์” เชื่อถูกถามถึงโรดแม็ปแน่ แนะให้เตรียมตอบคำถามเรื่องสิทธิมนุษยชนด้วย ปชป.ร่วมด้วยช่วยจี้ “บิ๊กตู่” บอก “ทรัมป์” เลือกตั้งวันไหน ชี้ถ้าไม่บอกชัดเจนจะเสียโอกาสมาก “บิ๊กตู่” วอนขรก.ถูกโยกดองจนเกษียณเข้าใจ พท.สับ ม.44 โยกย้ายเขย่าขวัญ ขรก. ปชป.สำทับภาวะผู้นำตกต่ำ “วิษณุ” แจงคืนตำแหน่ง “พงศ์พร” ไม่เกี่ยวหนังสือแย้ง ดึง “ธนะศักดิ์” คุม พศ.คู่กรมศาสนาให้งานเป็นเนื้อเดียวกัน “ไพบูลย์” ชี้มติ ครม.ส่งสัญญาณลุยแหลกล้างเงินทอน โครงการ 9101 พบพิรุธกรุงเก่า “ฉัตรชัย” รับเร่งรีบจนเกิดปัญหา

หลังจากทำเนียบขาว สหรัฐอเมริกา ออกแถลงอย่างเป็นทางการระบุนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จะให้การต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในวันที่ 3 ต.ค.นี้ ทำให้เกิดการตื่นตัวเตรียมพร้อมจากทางรัฐบาลและฝ่ายความมั่นคง ขณะที่ฝ่ายการเมืองฉวยจังหวะจี้ถามความชัดเจนเรื่องโรดแม็ปวันเลือกตั้ง

กห.ชงข้อมูลมั่นคง “บิ๊กตู่” ถก “ทรัมป์”

เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการเตรียมข้อมูลด้านการทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ และการฝึกด้านการทหาร เพื่อเป็นข้อมูลให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไปพูดคุยกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ในการเดินทางไปเยือนประเทศสหรัฐอเมริการะหว่างวันที่ 30 ก.ย.-5 ต.ค.ว่า กระทรวงกลาโหมได้เตรียมการเรื่องข้อมูลให้กับ พล.อ.ประยุทธ์เพื่อหารือกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งที่ผ่านมาได้เคยประชุมคณะทำงานร่วมในการเตรียมข้อมูลในส่วนของกระทรวงกลาโหม เบื้องต้นได้เตรียมข้อมูลความร่วมมือด้านความมั่นคงการทหาร การฝึก การศึกษา และการให้ทุนต่างๆ ของสหรัฐฯ ตลอดจนอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีพันธะสัญญาต่อกัน เราเตรียมทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงกลาโหม ของทุกเหล่าทัพที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องความมั่นคง การทำหน้าที่ต่อจากนี้ หลังจากที่ตนเกษียณแล้วจะเป็นหน้าที่ของ พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหมคนใหม่

“ทรัมป์” ต้อนรับ “บิ๊กตู่” กระชับสัมพันธ์

วันเดียวกัน ทวิตเตอร์ของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เผยแพร่คำแถลงของสำนักงานฝ่ายสื่อมวลชน ทำเนียบขาว ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ จะให้การต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีประเทศไทย ณ ทำเนียบขาว ในวันที่ 3 ต.ค. 2560 โดยประธานาธิบดีทรัมป์หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเน้นย้ำความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับราชอาณาจักรไทย ซึ่งเป็นประเทศหุ้นส่วนที่สำคัญและพันธมิตรหลักในทวีปเอเชียมาอย่างยาวนาน ประธานาธิบดีสหรัฐฯและนายกรัฐมนตรีไทยจะหารือกันถึงแนวทางการเสริมสร้างและขยายความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี ตลอดจนยกระดับความร่วมมือในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

รมว.พาณิชย์สหรัฐอเมริกาพบนายกฯ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.พาณิชย์สหรัฐอเมริกา เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล รมช.ต่างประเทศ ร่วมหารือการส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและธุรกิจระหว่างสองประเทศ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ สรุปการหารือว่า นายกฯ ซาบซึ้งในโอกาสที่ รมว.พาณิชย์สหรัฐฯ นำคณะลงนามแสดงความเสียใจในสมุดหลวงต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมทั้งแสดงความเสียใจต่อภัยพิบัติจากเฮอริเคนฮาร์วีย์ เออร์มา และมาเรีย ซึ่งไทยได้มอบเงินช่วยเหลือ 1 ล้านบาท ผ่านสภากาชาดอเมริกัน (American Red Cross) ทั้งนี้ นายกฯได้กล่าวถึงการบริหารงานตลอดช่วง 3 ปีว่า รัฐบาลมุ่งแก้ไขปัญหาที่คั่งค้าง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเกี่ยวกับไอยูยู ไอเคโอ การค้ามนุษย์ และการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมทั้งขจัดอุปสรรคการค้าการลงทุน และเร่งปฏิรูปเพื่อเสริมสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้วยนโยบายประเทศไทย 4.0 มีเป้าหมายสำคัญคือพัฒนาประเทศให้ “มั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน” สำหรับพัฒนาการทางการเมืองนั้น รัฐบาลเดินหน้าตามโรดแม็ปเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งในช่วงเวลาที่เหมาะสม นายกฯชื่นชมการลงทุนของทั้งไทยและสหรัฐฯ ว่ามีแนวโน้มที่ดี และขอให้สหรัฐอเมริกาช่วยดูแลนักลงทุนไทยในสหรัฐฯด้วย

เชื่อมั่นเยือนอเมริกาวิน–วิน

พล.ท.วีรชนกล่าวว่า สำหรับประเด็นข้อห่วงใยด้านการค้าและการลงทุนต่างๆนั้น อยู่ระหว่างการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน นายกฯเชื่อมั่นสหรัฐฯทราบถึงความจริงจังและจริงใจของรัฐบาลไทย และมั่นใจว่าการเดินทางเยือนสหรัฐฯ และการร่วม หารือกับประธานาธิบดีทรัมป์จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั้งสองฝ่ายอย่างเท่าเทียม ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายกฯ และ รมว.พาณิชย์สหรัฐอเมริกา ยังได้ร่วมพูดคุยกับคณะนักธุรกิจจากบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ ด้วย อาทิ นายคีธ วิลเลียมส์ ประธานบริหารและกรรมการบริษัท Underwriters Laboratories. (UL) นายสกิป บอยซ์ ประธานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท Boeing ภาคเอกชนสหรัฐฯ ยืนยันที่จะลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

พท.จี้บอกวันเลือกตั้งก่อนพบ “ทรัมป์”

นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเดินทางเยือนประเทศสหรัฐอเมริกาครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ต้องเตรียมยุทธศาสตร์การเจรจาให้มากกว่าปกติ เพราะสหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีความสำคัญ ส่วนประเด็นที่จะเจรจากันนั้นคงมีทั้งเรื่องการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้าการลงทุน รวมถึงประเด็นทางสังคมเช่นการค้ามนุษย์ที่เขาให้ความสนใจมาโดยตลอด ที่สำคัญรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่เกิดขึ้นหลังการรัฐประหาร น่าจะถูกถามเกี่ยวกับโรดแม็ปการเลือกตั้งว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด รัฐบาลหลังการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร เพราะเขาคงอยากเห็นความปรองดองและการเดินหน้าประชาธิปไตยในประเทศไทย ซึ่งสหรัฐฯให้ความสนใจติดตามเรื่องนี้มาตลอด และความจริงแล้วเมื่อคิดว่าจะถูกถามในเรื่องโรดแม็ปเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ก็น่าจะใช้โอกาสนี้บอกกับประชาชนก่อนการเดินทางได้เลยว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อใด เพราะการกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจนจะเป็นผลดีที่สร้างความเชื่อมั่นทั้งในและต่างประเทศ

คาดหวังคำตอบที่ชัดเจนแน่นอน

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. จะเดินทางเยือนประเทศสหรัฐอเมริกา ตามคำเชิญของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่า การเดินทางเยือนสหรัฐฯครั้งนี้เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องชี้แจงเกี่ยวกับโรดแม็ปการเลือกตั้งของประเทศไทยอย่างแน่นอน เพราะนายโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้นำโลกประชาธิปไตย หวังว่า พล.อ.ประยุทธ์คงมีคำตอบที่แน่นอนในเรื่องนี้ อีกทั้งคงต้องเตรียมคำตอบในประเด็นสิทธิมนุษยชนเพราะองค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ได้ร้องเรียนประเด็นนี้ไว้ด้วย แต่การที่เขาเชิญเราไปครั้งนี้คงต้องการขอความร่วมมือให้สนับสนุนในประเด็นความขัดแย้งกับเกาหลีเหนือมากกว่า เพราะปกติเขาไม่ต้อนรับผู้นำประเทศที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ส่วนประเด็นความร่วมมือด้านเศรษฐกิจคงไม่มีอะไรมาก เพราะเขาคงไม่เจรจากับประเทศที่ผู้ไม่ได้มาจากประชาธิปไตย แต่ขอให้กำลังใจให้สามารถเจรจาให้เขาสนับสนุนในเรื่องนี้แม้จะเป็นเรื่องยากก็ตาม

ปชป.จี้ “บิ๊กตู่” บอก “ทรัมป์” ลต.วันไหน

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. จะเดินทางไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 3 ต.ค. ตามคำเชิญของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ว่า ถือเป็นข่าวดีที่นายกฯไทยจะไปพบผู้นำเบอร์หนึ่งของโลกเสรี นายโดนัลด์ ทรัมป์ ออกปากเชิญถือว่ายอมรับว่าไทยเป็นผู้นำในระดับภูมิภาค สหรัฐฯคงอยากให้ไทยอยู่ในระบบเลือกตั้ง นายกฯจึงต้องไปบอกด้วยว่า ในช่วง 3 ปี คสช. กำลังกวาดบ้าน กวาดเมือง กวาดสิ่งที่ไม่ดี ขณะเดียวกัน คงมีคำถามว่าไทยจะเลือกตั้งเมื่อใด พล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องพูด และเมื่อพูดแล้วก็ต้องกลับมาบอกคนไทยด้วยว่าไปพูดกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ไว้อย่างไร อย่างน้อยแรงกดดันจากสหรัฐฯที่มีต่อประเทศไทยจะลดลง อาจมีผลทำให้สหภาพยุโรป หรืออียู ลดแรงกดดันลงด้วย ถ้าทำได้จะได้ผลคุ้มค่าคือพี่น้องเกษตรกร ชาวประมง ที่เดือดร้อน จะลืมตาอ้าปากได้ ถ้านายกฯยืนยันได้ว่าจะมีการเลือกตั้งในวันเวลาใด เชื่อว่าจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและมีเกียรติ แต่ถ้าไม่พูดกำหนดวันเลือกตั้ง จะเสียโอกาสอีกมากมาย นอกจากนี้นายกฯจะต้องย้ำให้อเมริกาเห็นว่าระบบกษัตริย์ของประเทศไทย ได้ดูแลพี่น้องคนไทยมานับพันปีแล้ว ซึ่งเป็นจุดที่คนอเมริกันส่วนหนึ่งยังไม่เข้าใจ

“มาร์ค” ลุ้นถกสหรัฐฯนำเข้าหมู

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกฯ กล่าวว่า กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปคุยกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จะคอยดูว่ามีการพูดคุยเพื่ออนุญาตให้มีนโยบายนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐฯหรือไม่ เพราะเรื่องนี้จะส่งผลต่อเกษตรกรไทย ในด้านนโยบายด้านการจัดระเบียบชาวประมงเพื่อเอาใจสหภาพยุโรป ลดปัญหาการค้ามนุษย์ก็ส่งผลทำให้ตอนนี้อาหารทะเลไทยแพงขึ้นไปแล้ว จะมีการแก้ไขอย่างไร นโยบายนี้ทำให้ชาวประมงลำบากมาก

“บิ๊กตู่” ขอ ขรก.ถูกดองจนเกษียณเข้าใจ

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 5/2560 โดยก่อนการประชุม นายกฯได้เปิดโอกาสให้หัวหน้าส่วนราชการที่จะเกษียณอายุราชการในปี 60 จำนวน 15 คน เข้าพบที่ตึกไทยคู่ฟ้า อาทิ นายกฤษฎา บุญราช ปลัดมหาดไทย นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นต้น ทั้งนี้ สปน. ฐานะเจ้าภาพยังได้มอบผ้ายันต์เจ้าคุณธงชัยใส่กรอบให้เป็นที่ระลึกกับผู้เข้าร่วมการประชุมด้วย ขณะที่ในที่ประชุมนายกฯได้กล่าวว่า ขอบคุณทุกคนที่ทุ่มเทการทำงานร่วมกันมาโดยตลอด ข้าราชการบางคนอาจไม่ได้เกษียณในตำแหน่งเดิม อาจจะเกษียณอายุที่สำนักนายกรัฐมนตรีหรือที่ไหนก็ตาม แต่เป็นเพราะประเทศมีปัญหาหลายอย่าง รวมถึงต้องทำเพื่อลดความขัดแย้ง อาจทำให้หลายคนไม่เข้าใจ ส่วนตัวขอยอมรับทุกประการในสิ่งที่ได้ทำไป และในช่วงที่ต้องการปรับเปลี่ยนแต่ยังมีบางส่วนไม่พร้อม จึงทำให้เกิดปัญหา

กำชับทำประชาพิจารณ์แผนงาน

นายกฯกล่าวว่า ขอให้ข้าราชการทุกคนซึ่งเป็นเครื่องจักรสำคัญของรัฐบาล เร่งสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้น การมอบนโยบายลงไปสู่ระดับปฏิบัติต้องชัดเจน เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดประสิทธิภาพ ไม่เป็นปัญหาย้อนกลับมายังรัฐบาลอีก ส่วนตัวไม่เคยรู้สึกถึงการเกษียณอายุราชการ แม้จะผ่านมาแล้ว 3 ปี เนื่องจากยังต้องทำงานอยู่ และหวังให้แผนงานโครงการต่างๆ ที่ส่วนราชการจัดทำแล้วเสร็จ ต้องเปิดรับฟังความคิดเห็น หรือทำประชาพิจารณ์ เพื่อให้ประชาชนได้ยอมรับร่วมกัน อย่างกรณีการจัดทำผังเมือง จะใช้วิธีการเดิมไม่ได้ ต้องลงพื้นที่เพื่อจะได้เห็นภาพจริง และชี้แจงให้ประชาชน รวมถึงคนทุกกลุ่มได้เห็นแผนในอนาคต และเป้าหมายที่วางไว้ให้ชัดเจน

ย้ำโครงสร้าง ป.ย.ป.ใหม่อยู่สานต่อ

ต่อมาเวลา 13.45 น. พล.อ.ประยุทธ์แถลงว่า เป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของผู้ที่จะเกษียณราชการปีนี้ ปลัดกระทรวงทั้ง 15 คนที่จะเกษียณได้พูดความในใจกัน เขาภูมิใจที่ได้ทำงานในช่วงเวลาที่ผ่านมา และได้มีโอกาสทำงานอย่างที่เขาตั้งใจ ตอบสนองรัฐบาล ได้อย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องของการแต่งตั้ง ความเจริญก้าวหน้า เป็นเรื่องที่ตนต้องดูแลเขาอยู่แล้ว สำหรับความต่อเนื่องในการทำงานนั้น ตนบอกว่าอย่ากังวล รัฐบาลใหม่จะสานต่อ และหารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีแล้ว จะขับเคลื่อนคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ที่ต้องทำโครงสร้างออกมา สิ่งเหล่านี้ต้องอยู่ขับเคลื่อนทางการเมืองด้วยในวันข้างหน้า เพื่อช่วยกันบูรณาการคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ และคณะอื่นๆที่อยู่ในความรับผิดชอบของนายกฯ โดยมีสำนักงานบริหารนโยบายนายกรัฐมนตรี (พีเอ็มดียู) เป็นตัวขับเคลื่อน

พท.ติง ม.44 พ่นพิษเขย่าขวัญ ขรก.

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงผลกระทบจากการใช้มาตรา 44 ในการโยกย้ายข้าราชการที่ไม่มีความเป็นธรรมว่า การใช้มาตรา 44 มีข้อที่ต้องระมัดระวัง เพราะเป็นการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ ไม่มีการตรวจสอบ ถ้าเป็นรัฐบาลก่อนหน้านี้ หากดำเนินการในลักษณะนี้มีปัญหาแน่นอน แต่รัฐบาล คสช.ถือว่ามีแต้มต่อที่สามารถทำได้ ภายในระยะเวลากว่า 3 ปี ได้ออกคำสั่งโดยอาศัยมาตรา 44 โยกย้าย พักงาน ตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐเป็นจำนวนมาก แม้แต่ผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการระดับสูง จึงถูกตั้งคำถามว่า การใช้มาตรา 44 เพื่อการโยกย้ายข้าราชการนั้น เป็นอำนาจที่ถูกต้องชอบธรรมเหมาะสมหรือไม่ และจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการชี้แจงว่ากฎหมายที่ใช้กันในระบบปกติ มีข้อบกพร่องในการตรวจสอบการทุจริต โยกย้าย พักงานเจ้าหน้าที่รัฐอย่างไรจึงต้องใช้อำนาจพิเศษที่ไม่มีการตรวจสอบเช่นนี้ ข้าราชการเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศและเป็นผู้สนับสนุนผลักดันนโยบายของรัฐไปสู่ประชาชนเพื่อการพัฒนาประเทศ ดังนั้นรัฐบาลควรสร้างขวัญและกำลังใจที่ดีให้แก่ข้าราชการ ไม่ให้ตกอยู่ในความรู้สึกทดท้อ ไร้ความหวัง หรือรู้สึกว่าชีวิตการรับราชการไม่มีความมั่นคง ไม่มีขวัญกำลังใจที่จะปฏิบัติตนเป็นข้าราชการที่ดี หรือกระทั่งรู้สึกว่าคนดีไม่มีที่ยืน

ปชป.เตือนภาวะผู้นำตกต่ำดำดิ่ง

นายประมวล เอมเปีย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงภาพรวมการใช้มาตรา 44 ในการโยกย้ายข้าราชการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ว่า การออกคำสั่งย้ายไปย้ายมาของ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. รวมถึงกรณีนายจเร พันธุ์เปรื่อง อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เขียนบทอำลาชีวิตราชการ หลังถูกสั่งย้ายด้วยมาตรา 44 นี่คือตัวอย่างที่ผิดพลาด สะท้อนให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีทีมงานกลั่นกรองข้อมูลให้รอบคอบถึงผลกระทบที่จะตามมาในการออกนโยบายหรือคำสั่งใช้มาตรา 44 หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่แน่ใจว่าภาวะผู้นำจะอยู่ในขาลงและอาจจะลงเร็วกว่าที่คิดไว้ แต่ก็ยังไม่สายที่จะเปลี่ยนวิธีบริหาร ปรับการใช้อำนาจโดยการรับฟังเสียงของประชาชน มากกว่าที่จะฟังเสียงเยินยอที่บิดเบือน

“วิษณุ” แจงคืนตำแหน่ง “พงศ์พร”

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแต่งตั้ง พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ กลับมาดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ว่า มติดังกล่าวถือเป็นมติใหม่และยกเลิกมติเก่าไปโดยปริยาย โดยให้ พ.ต.ท.พงศ์พรกลับมาเป็น ผอ.พศ. ส่วนนายมานัส ทารัตน์ใจ ที่ ครม.มีมติให้โยกย้ายจากอธิบดีกรมการศาสนา ไปเป็น ผอ.พศ.นั้น ตอนนี้ไม่ต้องมาดำรงตำแหน่งนี้แล้ว เหตุที่ให้คืนตำแหน่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุไว้ชัดเจนแล้วคงไม่ต้องพูดซ้ำ ทุกคนพูดนานแล้วว่า พ.ต.ท.พงศ์พรไม่ได้กระทำความผิด และการคืนตำแหน่งครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับกรณี พ.ต.ท.พงศ์พรทำหนังสือแย้งคำสั่งโยกย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการประจำสำนักนายกฯ และไม่เคยมีการพิจารณาหนังสือดังกล่าว การทำแบบนี้มีหลายครั้งแล้วในอดีต

ดึง “ธนะศักดิ์” คุม พศ.คู่กรมศาสนา

เมื่อถามถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ มอบหมายให้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ กำกับดูแล พศ. แทนนายวิษณุ และนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายวิษณุตอบว่า นายกฯได้หารือเรื่องนี้ประมาณ 1 เดือนแล้ว เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย โดยเฉพาะช่วงนี้ เนื่องจากต่อไปอาจปรับเปลี่ยนการแบ่งงานอีก เช่น งานของกรมการศาสนาและ พศ.ควรไปด้วยกัน ที่ผ่านมาหน่วยหนึ่งดูวัดอีกหน่วยหนึ่งดูพระ คิดว่าการดูแลวัดและพระควรเป็นหน่วยงานเดียวกัน จึงให้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ที่ดูแลกรมการศาสนาอยู่แล้วกำกับ พศ.ด้วย ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการโยนเรื่องให้ใครรับผิดชอบ

“ออมสิน” ไม่น้อยใจถูกโยกพ้น พศ.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ ครม.มีมติให้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ กลับไปดำรงตำแหน่ง ผอ.พศ. และให้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้กำกับดูแลงานตามอำนาจมอบหมายงานของนายกรัฐมนตรีว่า ไม่คิดว่าเป็นปัญหาอะไร เป็นไปตามที่นายกฯให้สัมภาษณ์ไว้ว่าให้ พ.ต.ท.พงศ์พรกลับไปดำรงตำแหน่งตามที่ควรจะเป็น เพื่อประโยชน์ของทางราชการ เมื่อตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับ พศ. แล้วจึงไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ เมื่อถามว่า น้อยใจหรือไม่ที่ถูกดึงงานในกำกับอย่าง พศ.ออกไป นายออมสินตอบว่า ไม่น้อยใจ จะน้อยใจทำไม อยู่ตรงไหนก็สามารถทำงานได้ เชื่อว่าทุกคนตั้งใจทำงานตามวัตถุประสงค์เดียวกัน ดังนั้นจึงไม่มีคำว่าน้อยใจสำหรับตน ทั้งนี้งานของ พศ.ก็อยากให้เดินหน้าต่อในเรื่องของสมาร์ทการ์ดพระให้สำเร็จ รวมทั้งการจัดการเรื่องเงินทอนวัด

เชื่อประวัติศาสตร์ไม่ซ้ำรอย

เมื่อถามว่า ต้องการแนะนำ พ.ต.ท.พงศ์พรในการทำงานร่วมกับมหาเถรสมาคมหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมามีปัญหา นายออมสินตอบว่า ไม่มีคำแนะนำ เพราะ พ.ต.ท.พงศ์พรเก่งอยู่แล้ว มีความรู้ความเข้าใจ เรื่องต่างๆเป็นอย่างดี ได้ทำงานมาระยะหนึ่งแล้ว เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร และคงไม่ย้อนกลับไปเป็นปัญหาเหมือนเดิมอีก ขออย่าเพิ่งคิดไปในแง่ร้าย ประวัติศาสตร์ไม่ซ้ำรอยแน่นอน เมื่อถามว่า คิดว่าเป็นเพราะอะไรที่ทำให้ไม่ได้กำกับดูแลงาน พศ.ต่อไป นายออมสินตอบว่า คิดว่าเพื่อความเหมาะสม ยืนยันอีกครั้งว่าไม่เคยน้อยใจ เพราะคนเราต้องมองในเชิงบวก ถ้ามองในแง่ลบก็จะเกิดอาการต่างๆ ไปเรื่อย เมื่อถามว่าจากการทำงานร่วมกันที่ผ่านมาคิดว่าใน พศ.มีมาเฟียเยอะหรือไม่ นายออมสินตอบว่า ไม่รู้ เมื่อถามถึงคนที่ชื่อย่อ มิสเตอร์ ต. ที่มีกระแสข่าวว่าเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ จนเป็นเหตุให้นายกฯต้องกลับมติ โดยฝันไกลอยากเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี นายออมสินตอบว่า “ไม่รู้เหมือนกันว่าใคร ยังนึกอยู่เลย ไม่รู้ๆ ถ้าเขามีอิทธิพลขนาดนั้น จะมาเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีทำไม เป็นรัฐมนตรีไปเลยซิ”

เงินทอนวัดลอตแรกใกล้ได้ข้อสรุป

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนกรณีทุจริตเงินทอนวัดว่า ป.ป.ช.ได้รับสำนวนคดีทุจริตเงินทอนวัด ลอต 2 จากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ป.ป.ป.) แล้ว ส่วนลอตแรกที่มีการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และ น.ส.ประนอม คงพิกุล รอง ผอ.พศ. นั้น ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ มีความคืบหน้าไปมากแล้ว คิดว่าอีกไม่นานน่าจะมีบทสรุปออกมา ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้ถ้ามีพระผู้ใหญ่มาเกี่ยวข้องจะเป็นอุปสรรคต่อการไต่สวนหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพลตอบว่า ต้องดูตามพยานหลักฐาน และนำมาวิเคราะห์ เมื่อมาถึงชั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะเป็นเรื่องกรณีความรับผิดทางอาญา ที่ค่อนข้างต้องการความชัดเจนในการกล่าวหาหรือชี้มูลใคร อีกทั้งสำนวนที่ทาง ป.ป.ป.ตร.เป็นข้อมูลเบื้องต้น เพราะมีข้อจำกัดทางกฎหมาย มีเวลาสรุปเพียง 30 วัน ป.ป.ช.จึงต้องมาดูรายละเอียดอีกครั้ง แต่เท่าที่ดูพฤติการณ์ความผิดของผู้ถูกกล่าวหา จะมีลักษณะคล้ายคลึงกัน ไม่แตกต่างกันมากนัก

เร่งคลอดเกณฑ์โยกย้าย ตร.

ที่รัฐสภา นายมานิจ สุขสมจิตร กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) แถลงภายหลังการประชุมว่า พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานกรรมการปฏิรูปตำรวจฯ เร่งรัดให้คณะอนุกรรมการทุกชุด ดำเนินงานทุกอย่างให้เสร็จในเดือนนี้ เพื่อนำกฎเกณฑ์มาร่างกฎหมายพร้อมนำไปรับฟังความเห็น ก่อนนำมาปรับปรุงจัดทำกฎหมาย โดยเฉพาะเรื่องมาตรการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ต้องทำให้เสร็จภายในวันที่ 31 ธ.ค. เพื่อเป็นกฎระเบียบการโยกย้ายครั้งต่อไป ที่ประชุมยังได้พิจารณาข้อเสนอของคณะอนุกรรมการด้านหน้าที่ อำนาจและภารกิจของตำรวจ เรื่องแยกภารกิจตำรวจ 11 ด้าน ออกจาก สตช. โดยงานด้านจราจร กทม.ยินดีจะรับโอนไปดูแล ส่วนตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทย มีความพร้อม แต่กระทรวงการต่างประเทศ ไม่พร้อมจะรับโอน ส่วนตำรวจรถไฟ ตำรวจน้ำ ตำรวจทางหลวง กระทรวงคมนาคมแจ้งว่ายังไม่พร้อมรับโอน ยังขาดความพร้อมด้านบุคลากร

“บิ๊กช้าง” นำทีมอำลา รร.จปร.

วันเดียวกัน ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) เขาชะโงก จ.นครนายก ได้จัดพิธีเทิดเกียรติและอำลาชีวิตราชการทหารของนายทหารชั้นนายพล ประจำปี 2560 โดยมี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. เป็นประธาน ในปีนี้มีทหารชั้นนายพลอำลาชีวิตเกษียณราชการ จำนวน 380 นาย อาทิ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ชาติอุดม ติตถะสิริ รองปลัดกลาโหม พล.อ.อาชาไนย ศรีสุข รองปลัดกลาโหม พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.สุภกิจ นุตสถิตย์ รอง ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.กฤษฎา อารีรัชกุล รอง ผบ. ทหารสูงสุด พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร รอง ผบ.ทบ. พล.อ.สิริศักดิ์ วรเจริญ ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก พล.อ.สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล ผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.อ.ธนศักดิ์ เก่งถนอมม้า ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก พล.อ.ธนดล สุรารักษ์ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก ทั้งนี้ มีการจัดกิจกรรมวางพานพุ่มดอกไม้ พร้อมจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะพระบรม ราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และการสวนสนามเทิดเกียรติของ 12 กองพันสวนสนาม รวมทั้งจัดแสดงยุทโธปกรณ์ของกองทัพบก

นายกฯลั่นขจัดทุจริตหมดจากแผ่นดิน

ช่วงหัวค่ำ เวลา 19.00 น. ที่ห้องนภาลัย บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ร่วมงานประกาศเจตนารมณ์ภาครัฐและเอกชนในการต่อต้านการให้สินบน “รัฐเอกชนร่วมใจ ขับเคลื่อนธุรกิจไทยไร้สินบน”โดย พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้การต้อนรับ และมีรัฐมนตรี สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผู้นำภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ตลอดจนทูตานุทูต หอการค้า และผู้บริหารระดับสูงภาคเอกชนเข้าร่วม โดยภายในงานนายกฯได้กล่าวสุนทรพจน์ตอนหนึ่งว่า วันนี้มาบรรยากาศเงียบสงัด จัดโต๊ะเหมือนศาล มีลูกขุน ผู้พิพากษา แต่ตนเดินมาด้วยความมั่นใจ เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด เดินเชิดหน้าเข้ามาได้ แต่ถ้าทำผิดก็คงต้องเดินก้มหน้าเข้ามา หรือไม่มาตามคำรับเชิญ แม้วันนี้คำครหามากมาย โดยไม่หยุดยั้งการตรวจสอบ เพื่อประกาศเจตนาขจัดทุจริตหมดประเทศให้ได้ เราเห็นตัวอย่างมากมายจากการดำเนินคดีและถูกตัดสิน ตนก็ระมัดระวังเต็มที่ ถ้าทำดีไม่ต้องกลัว อย่างวันนี้ตนฟังคำแถลงของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ต้องศึกษาเพื่อเป็นข้อเตือนใจ