วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“ครูจอมทรัพย์” เฮ! ไฟเขียวต่อตั๋วครู

รอลุ้นหวนคืนราชการ เล็งบรรจุลักษณะต้องห้ามใน พ.ร.บ.สภาครูฯ

ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยว่า การประชุมคณะอนุกรรมการดำเนินงานมาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภา ที่มี ดร.กมล รอดคล้าย ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ได้มีการพิจารณากรณีนางจอมทรัพย์ ศรีบุญหอม หรือครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครู โรงเรียนบ้านม่วงไข่ประชาราษฎร์สงเคราะห์ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ยื่นหนังสือถึงคุรุสภาเพื่อขอต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่งคณะอนุกรรมการฯพิจารณาโดยยึดตามหลักเกณฑ์การพิจารณาลักษณะต้องห้าม กรณี “ต้องโทษจำคุกในคดีที่คุรุสภาเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ” ตามที่กำหนดใน “มาตรา 44 (ข) (3) แห่ง พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 แล้วเห็นว่า กรณีของครูจอมทรัพย์ ไม่ได้สร้างความเสื่อมเสีย และไม่เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามในทางจรรยาบรรณวิชาชีพ ดังนั้นที่ประชุมจึงมีมติอนุมัติต่อใบอนุญาตฯ

ดร.สมศักดิ์กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ใบอนุญาตฯของครูจอมทรัพย์ ขาดการต่ออายุไปตั้งแต่ปี 2557 เนื่องจากถูกจำคุกจึงไม่สามารถดำเนินการขอต่ออายุใบอนุญาตฯได้ ดังนั้นการอนุมัติต่ออายุใบอนุญาตฯครั้งนี้ จะมีผลย้อนหลังตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปี 2562 เมื่อครบกำหนดผู้รับใบอนุญาตฯต้องดำเนินการยื่นเรื่องขอต่ออายุใบอนุญาตฯ ซึ่งคุรุสภากำหนดให้ต่ออายุทุก 5 ปี หลังจากนี้คุรุสภาจะขึ้นทะเบียนให้ครูจอมทรัพย์เป็นผู้ได้รับอนุญาตฯตามขั้นตอนปกติ กรณีของครูจอมทรัพย์ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคุรุสภาถือว่าสิ้นสุดแล้ว จากนี้หากครูจอมทรัพย์จะนำใบอนุญาตฯไปยื่นเพื่อใช้ในการสอนหนังสือ เป็นเรื่องที่สถานศึกษาเป็นผู้พิจารณาไม่เกี่ยวกับคุรุสภา

“กรณีครูจอมทรัพย์ถือเป็นรายแรกที่พิจารณาโดยใช้หลักเกณฑ์ใหม่ ที่ผ่านมามีหลายกรณีที่มีความผิดเกี่ยวกับจรรยาบรรณจะพิจารณาเป็นรายกรณี ยกเว้นความผิดที่เกี่ยวกับปัญหาการทุจริต เกี่ยวกับทางเพศและยาเสพติด จะสั่งระงับใบอนุญาตฯ ชั่วคราว และตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง จนกว่าจะได้ข้อสรุป หากผิดจริงก็จะดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตฯตามขั้นตอน หลักเกณฑ์ใหม่ที่ออกมานี้จะใช้เป็นแนวทางในการพิจารณากรณีอื่นๆด้วย และในอนาคตอาจบรรจุไว้ใน พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมาย” ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภากล่าว.