วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แฉวิธีแยบยล โจรโปแลนด์ บึมตู้เอทีเอ็ม

ตำรวจรวบหนุ่มโปแลนด์ คนร้ายโจรกรรมเงินวางระเบิดตู้เอทีเอ็ม “บัวหลวง” หน้าห้างโลตัส เอ็กซ์เพรส สาขาตลาดกรุงเทพกรีฑา แกะรอยจากขนมปังยี่ห้อ เอพลัส รสสังขยา คนร้ายไปซื้อกิน 3 ถุง ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และเก็บไว้ในกระเป๋าเป้โยนทิ้งสระน้ำท้ายซอยกรุงเทพกรีฑา 15/1 หลังก่อเหตุหลบหนี ผู้ต้องหาสารภาพ ศึกษาวิธีการก่อเหตุใช้สายยางอัดแก๊สหุงต้มใส่ในลูกบอลลูนแล้วต่อชนวนจุดระเบิดด้วยปืนยิงแก๊ส เพื่อให้เกิดแรงดันไปเปิดฝาตู้เอทีเอ็มมาจากทางอินเตอร์เน็ต และคนร้ายชาวรัสเซียระเบิดตู้เอทีเอ็มเอาเงิน ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตำรวจเผย เตรียมก่อเหตุซ้ำอีก จ่อขยายผลเมียชาวกัมพูชา มีส่วนรู้เห็นหรือไม่

ตำรวจล็อกหนุ่มโปแลนด์วางระเบิดตู้เอทีเอ็มโจรกรรมเงิน เปิดเผยขึ้นที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 ก.ย. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน พล.ต.อ.วินัย ทองสอง พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ พล.ต.อ. ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น.และ พ.ต.อ.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส ผกก.กก.สส.น.4 แถลงข่าวจับกุมนายกราคยาน พาเวล สแตนิช เซวสกี้ อายุ 36 ปี ชาวโปแลนด์ ผู้ต้องหากระทำความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือให้พ้นการจับกุม และทำให้เสียทรัพย์ ตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรีที่ 890/2560 ลงวันที่ 26 ก.ย.60 จับกุมได้ที่บริเวณถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 แขวงและเขตประเวศ กทม.

พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 ก.ย.เวลา 04.00 น. ตำรวจ สน.ประเวศ รับแจ้งเหตุระเบิดตู้กดเงินสด (ATM) ธนาคารกรุงเทพ ที่บริเวณหน้าเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส สาขาตลาดกรุงเทพกรีฑา ถนนกรุงเทพกรีฑา แขวงและสะพานสูง กทม. พยานให้การว่า ได้ยินเสียงระเบิด ออกมาดูเห็นไฟลุกไหม้และมีชายสวมหมวกสีขาว เสื้อสีดำ คว้ากล่องเหล็กนิรภัยใส่เงิน ได้เงินไปกว่า 3 แสนบาท และขี่รถ จยย.สีดำออกไป มุ่งหน้าถนนศรีนครินทร์ ที่เกิดเหตุพบว่ามีกลิ่นแก๊สหุงต้ม จากนั้นได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางจนถึงท้ายซอยกรุงเทพกรีฑา 15/1 พบสระน้ำก่อนถึงหมู่บ้านเศรษฐสิริ คนร้ายได้หายไป ตรวจสอบบริเวณรอบสระน้ำพบเศษเทปสีดำ 2 ชิ้น อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีได้ประสานนักประดาน้ำลงงมในสระน้ำ พบกระเป๋าเป้ใบใหญ่ ภายในพบเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้หลายชิ้น รวมทั้งถุงขนมปังยี่ห้อเอพลัส รสสังขยา 1 ถุง เงินสด 3,100 บาท และเทปสีดำ คาดว่าคนร้ายนำมาทิ้งไว้ ที่ข้างสระน้ำยังพบพลั่วสนาม 1 อัน กระเป๋าใบเล็กถูกฝังดินอยู่ข้างพลั่ว ภายในพบถุง ขนมปังยี่ห้อเอพลัส รสสังขยากินแล้ว 2 ถุง และทราบว่าขนมปังยี่ห้อนี้ ขายเฉพาะร้านเซเว่นอีเลฟเว่นเท่านั้น ขนมปังดังกล่าวผลิตวันที่ 9 ก.ย. หมดอายุวันที่ 15 ก.ย. ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ว่ามีการจำหน่ายขนมปังยี่ห้อเอพลัส รสสังขยา 3 ชิ้น ในช่วงวันที่ 9-13 ก.ย.2560 ให้กับลูกค้ารายใดบ้าง

พบว่าที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาโรงเรียนลำสาลี ระหว่างซอยกรุงเทพกรีฑา 5 และซอยกรุงเทพกรีฑา 7 ขายขนมปังยี่ห้อดังกล่าวเมื่อวันที่ 11 ก.ย. เวลาประมาณ 18.22 น. ให้กับลูกค้า ตรวจกล้องวงจรปิด พบผู้ต้องสงสัยเป็นชายชาวต่างชาติ ใส่กางเกงมีลักษณะตรงกับกางเกงที่ยึดได้จากสระน้ำ ขี่รถ จยย.ฮอนด้า คลิก สีขาว (ไม่เห็นป้ายทะเบียน) หายไปบริเวณปากซอยรามคำแหง 50 นำภาพผู้ต้องสงสัยไปให้พยานดู พบผู้ต้องหาคือนายกราคยาน พาเวล สแตนิช เซวสกี้ ชาวโปแลนด์ พักอยู่ห้องเลขที่ 106 มานูก้าอพาร์ตเมนต์ ซอยรามคำแหง 52 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. กับ น.ส.สุขมี เรือน ชาวกัมพูชา ภรรยา จึงขอหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรีเข้าจับกุม

จากการสอบสวนนายกราคยาน พาเวล สแตนิช เซวสกี ชาวโปแลนด์ให้การว่า เรียนจบเกี่ยวกับช่างเครื่องยนต์ เข้ามาท่องเที่ยวเมืองไทย ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม ปี 2560 มีภรรยาเป็นชาวกัมพูชา ก่อเหตุวางระเบิดตู้เอทีเอ็มจริง ทำเป็นครั้งแรกเพื่อต้องการนำเงินไปใช้จ่าย ศึกษาวิธีการก่อเหตุใช้สายยางอัดแก๊สหุงต้มใส่ในลูกบอลลูนแล้วต่อชนวนจุดระเบิดด้วยปืนยิงแก๊ส เพื่อให้เกิดแรงดันไปเปิดฝาตู้เอทีเอ็มมาจากทางอินเตอร์เน็ต และเลียนแบบนายคอนสแตนติน โดลโกฟ อายุ 28 ปี ชาวรัสเซีย ที่ถูก ตำรวจ สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จับกุมได้หลังก่อเหตุใช้ถังแก๊สถังออกซิเจน และหัวตัดเหล็กใช้ระเบิดตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงไทย สาขาหน้าสำนักงานที่ดินอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.59

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า ผู้ต้องหาก่อเหตุเพียงคนเดียว มีการวางแผนไว้ก่อน หาซื้อวัสดุอุปกรณ์จากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเตรียมนำมาก่อเหตุอีกไม่ต่ำกว่า 3 ครั้งในประเทศไทย จากการตรวจสอบพบผู้ต้องหามีการเดินทางเข้าออกประเทศไทย 3-4 ครั้ง และมีภรรยาเป็นชาวกัมพูชา เชื่อว่าชำนาญในเส้นทางการเดินทางเข้าออกประเทศ ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหาถาวร ผบช.น.เผยว่า ผู้ต้องหามีปัญหาด้านภาษาในการสื่อสาร แต่ขณะนี้ยอมรับสารภาพที่ได้ลงมือก่อเหตุในเพียงบางส่วนเท่านั้น ยืนยันได้ว่าเป็นผู้ก่อเหตุแน่นอน และมีการเตรียมก่อเหตุซ้ำที่อื่นๆอีก ส่วนจะมีผู้ร่วมขบวนการหรือไม่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่มีหลักฐานเชื่อมโยงกับผู้ต้องหาเพียงคนเดียว และเตรียมขยายผลถึงภรรยาชาวกัมพูชาของผู้ต้องหาด้วย ที่อาจจะมีส่วนในการให้ข้อมูลช่องทางเข้าออกประเทศไทย รวมทั้งการใช้เงินที่ได้จากตู้เอทีเอ็มด้วย

มีรายงานอีกว่า บ่ายวันที่ 28 ก.ย. เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวนายกราคยาน พาเวล สแตนิช เซวสกี ไปชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่เกิดเหตุ ก่อนจะนำตัวส่งศาลจังหวัดมีนบุรีเพื่อฝากขังต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องดูสิทธิของผู้ต้องหาว่ายินยอมไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพหรือไม่