วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แค่พันกว่าบาท! เที่ยวเดี่ยว ‘เกาะสีชัง’ 2วัน1คืน ชิลใกล้กรุงไม่แพง! (คลิป)

หนีฝนกรุงเทพฯ ไปซบทะเลสวยใสกันเถอะ! ก็ช่วงนี้ฝนมันตกทุกวัน บรรยากาศอึมครึมแถมตัวเปียกกลับบ้านทุกวัน เกลียดความฝนตกรถติดเป็นที่สุด ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเลยพาตัวเองไปผ่อนคลายความหงุดหงิดบนเกาะสีชัง

I TOUR ALONE กลับมาเจอกันคราวนี้ ฮัมมิ่งเบิร์ดอยากพาไปเที่ยวแบบถูกๆ ที่เกาะสีชัง จ.ชลบุรี แถมเดินทางง่ายใกล้กรุงเทพฯ ทริปนี้เป็นทริปสั้นๆ 2 วัน 1 คืน เราตั้งงบไว้ที่ 1,800 บาท คิดว่าเอาอยู่ ไม่จำเป็นต้องแพงก็เที่ยวต่างจังหวัดได้สบาย

-1-

เกาะสีชัง เป็นเกาะเล็กๆ ที่มีความยูนีคไม่เหมือนใคร อาจจะไม่ได้หวือหวาฉูดฉาดเหมือนเกาะล้าน แต่ที่นี่ก็มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทำให้นักท่องเที่ยวเลือกมาพักผ่อนอยู่ไม่ขาดสาย นอกจากจะเงียบ สงบ ทะเลสวย ฟ้าใส เกาะสีชังยังใกล้กรุงเทพฯ เดินทางสะดวกด้วยรถตู้ ราคาแค่ 100 บาทเอง

เรามุ่งหน้าจากกรุงเทพฯ เพื่อมาขึ้นเรือข้ามฟากไปยังเกาะสีชัง ปกติจะต้องขึ้นเรือที่เกาะลอย แต่ช่วงนี้ท่าเรือที่เกาะลอยเขาปิดปรับปรุง เลยต้องนั่งรถมาขึ้นเรือที่ท่าจรินทร์แทน มีเรือข้ามฟากบริการทุกชั่วโมง ตั้งแต่ 07.00-20.00 น. สะดวกเวลาไหนก็ไปเวลานั้น ค่าเรือข้ามฟาก 50 บาท ใช้เวลาเดินทาง 40-45 นาที

เรามาถึงเกาะสีชังช่วงบ่ายๆ มาถึงปุ๊บก็มองหารถสกายแล็ป รถเฉพาะถิ่นสำหรับบริการนักท่องเที่ยวบนเกาะ เหมาให้ไปส่งที่โรงแรม ราคาประมาณ 50-60 บาท (แชร์กันกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ได้) เราก็เข้าไปเช็กอินเรียบร้อย โรงแรมเราเลือกแบบไม่แพงมาก ประมาณ 600-800 บาท

เก็บสัมภาระเสร็จ ก็ได้เวลาเที่ยวสิจ๊ะ มองหารถเที่ยวรอบเกาะสีชังได้ง่ายๆ จะมีป้ายบอกตลอดทาง หรือจะถามจากพี่น้องชาวเกาะก็ได้ ชาวบ้านที่นี่ใจดี แนะนำร้านเช่ารถ ร้านอาหารถูกๆ ให้เราด้วย

-2-

ถ้าอยากไปเองเดี่ยวๆ ก็เช่ามอเตอร์ไซค์ คันละ 200-250 บาท แต่ถ้าจะให้ได้อารมณ์แบบคนท้องถิ่น ก็ต้องนั่งรถสกายแล็ปนี่แหละ เที่ยวรอบเกาะ 250 บาท แถมแชร์กับเพื่อนร่วมทางได้ด้วย ก็ยิ่งถูกลงไปอีก

เริ่มละนะ...จุดแรกที่ไปเที่ยวบนเกาะสีชังก็คือ 'ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่' ที่นี่เข้าชมฟรี แถมตอนขึ้นไปศาลเจ้าด้านบนต้องนั่งรถรางขึ้นไป สนุกดี ระหว่างนั่งรถรางก็ได้ชมวิวจากหุบเขาด้วย สวยงามอลังการ

พอขึ้นมาถึงก็แวะซื้อธูปเทียนมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซะหน่อย จ่ายแค่ 20 บาท ก็ไหว้ได้ครบทุกองค์เลย เริ่มตั้งแต่ไหว้ฟ้าดิน ไหว้เจ้าพ่อเขาใหญ่ ถัดไปอีกมุมหนึ่งของถ้ำก็จะมีทั้งเจ้าพ่อเห้งเจีย แม่ย่า พ่อปู่ฤาษี เป็นต้น

ถัดมาเรานั่งรถขึ้นเขาที่อยู่สูงขึ้นไปจากศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่อีกนิด มุ่งหน้าไปยัง 'มณฑปรอยพระพุทธบาท' บนนี้วิวดีมากๆ ลมเย็นๆ พัดเข้ามาตลอด หายใจได้เต็มปอด โปร่ง โล่งสบายตาสบายใจเป็นที่สุด

-3-

ใช้เวลาบนนี้สักพัก ก็นั่งรถลงเขาเพื่อไปชมวิวพระอาทิตย์ตกที่ 'ช่องเขาขาด' ในอดีตสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับชมวิวของรัชกาลที่ 5 กินพื้นที่กว้างและทอดยาวไปตามทางเดินริมผา สามารถมองวิวทะเลสวยๆ ได้ 180 องศา

แต่เสียดายวันที่เราไป ท้องฟ้าปิด เลยอดเห็นวิวพระอาทิตย์ตก แต่บรรยากาศของที่นี่ก็ยังพอทดแทนได้ อากาศดีมากๆ นั่งเล่นไป ถ่ายรูปไป ก็เพลินดีเหมือนกัน

ช่วงค่ำ เราไปเดินเที่ยวต่อที่ 'พิพิธภัณฑ์พระจุฑาธุชราชฐาน' เป็นพระราชวังฤดูร้อนสมัย ร.5 มาที่นี่จะได้ชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่ยุค ร.5 ที่หาชมได้ยาก มีทั้งวัดอัษฎางคนิมิต วัดที่มีการออกแบบก่อสร้างด้วยศิลปกรรมไทยผสมโกธิก มองดูมันกึ่งๆ โบสถ์ฝรั่งกึ่งๆ วัดไทย แปลกแต่ก็สวยดี นอกจากนี้ก็ยังมีเรือนโบราณในสมัยนั้นให้ชมอีกหลายหลัง

โชคดีเรามาเที่ยวในช่วงที่เขาจัดงานประจำปีบนเกาะสีชัง เลยได้เห็นบรรยากาศงานวัดย้อนยุค ชาวบ้านจะแต่งตัวด้วยชุดไทยสมัย ร.5 ออกมาเดินเที่ยวกันอย่างสนุกสนาน ไฮไลต์ที่เด็ดที่สุดคือ บนสะพานอัษฎางค์ เขามีการประดับไฟสวยงามโรแมนติกมากๆ

นี่มาคนเดียวยังแอบเหงาเลยนะเนี่ย...แนะนำว่าถ้าใครจะมาเที่ยวเกาะแห่งความโรแมนติกอย่างเกาะสีชัง ให้หนีบแฟนมาด้วยนะคะซิส!

สรุปค่าใช้จ่ายทริปนี้
- ค่ารถตู้ไปกลับ 200 บาท
- ค่าเรือข้ามฟากไปกลับ 100 บาท
- ค่ารถเหมาเที่ยวรอบเกาะ 250 บาท
- ค่าที่พัก 800 บาท
- ค่าอาหารตลอดทริป 450 บาท