วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พาณิชย์ ปั้น 'โชห่วย-ไฮบริด' ขายออฟไลน์-ออนไลน์ เพิ่มยอดขาย



“พาณิชย์” ปั้น “โชห่วย-ไฮบริด” คัดเลือกร้านทั่วประเทศ 200 ร้าน พัฒนาเป็นร้านต้นแบบ 120 ร้านค้า นำกลยุทธ์การตลาดแบบ Omni-Channel มาช่วยขายทั้งออฟไลน์-ออนไลน์ มีไปรษณีย์จัดส่งสินค้าให้ เพิ่มยอดขาย...

เมื่อวันที่ 27 ก.ย. นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเปิดตัวโครงการเสริมสร้างศักยภาพร้านค้าชุมชนไทยสู่โชห่วย-ไฮบริด ว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA), บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ช่วยเหลือร้านค้าปลีกรายย่อย (ร้านโชห่วย) ให้มีความเข้มแข็ง โดยจะนำกลยุทธ์ทางการตลาดแบบ Omni-Channel ช่วยให้ร้านโชห่วยเข้าถึงผู้บริโภคทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเพิ่มยอดการค้าให้มากขึ้น 


สำหรับแนวทางการพัฒนาโชห่วย-ไฮบริดนั้น ขณะนี้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ลงพื้นที่ไปยังจังหวัดเชียงใหม่ อุดรธานี สงขลา และกรุงเทพฯ เพื่อให้ความรู้ และช่วยร้านโชห่วยปรับภาพลักษณ์ ปรับปรุงร้านค้า โดยมีร้านโชห่วยเข้าร่วม 200 ร้านค้า จากนั้นจะคัดเลือกร้านโชห่วยที่มีความพร้อม 120 ร้านค้า เพื่อให้คำปรึกษาในเชิงลึก และพัฒนาต่อยอดไปสู่การเป็นร้านโชห่วย-ไฮบริด


“ปีนี้ตั้งเป้าหมายให้เกิดร้านโชห่วย-ไฮบริดไม่ต่ำกว่า 120 ร้าน และจะผลักดันให้ร้านต้นแบบเหล่านี้เป็นพี่เลี้ยงให้กับร้านโชห่วยอื่นๆ ในพื้นที่ เพื่อขยายจำนวนของร้านโชห่วย-ไฮบริดต่อไป ซึ่งคิดง่ายๆ ถ้า 120 ร้าน ไปช่วยต่อร้านละ 10 แห่ง ก็จะมีร้านที่ได้รับการพัฒนาเพิ่มถึง 1,200 ร้าน คาดว่าปี 61 น่าจะมีร้านที่ได้รับการพัฒนาเป็นโชห่วย-ไฮบริด มากถึง 2,000 ร้านค้า” นายสนธิรัตน์ กล่าว


ส่วนรูปแบบของร้านโชห่วย-ไฮบริด จะเป็นจุดรวบรวมคำสั่งซื้อขายสินค้าอุปโภคบริโภค และผลิตภัณฑ์ชุมชนในท้องถิ่นของผู้บริโภค ซึ่งเมื่อซื้อสินค้าแล้ว อาจไปรับสินค้าด้วยตนเองที่ร้าน หรืออาจให้ร้านจัดส่งให้โดยผ่านบริการของไปรษณีย์ และจะชำระเงินผ่านทางออนไลน์ โดย DEPA จะติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในหมู่บ้าน ขณะเดียวกัน ไปรษณีย์ไทยจะพัฒนาแพลตฟอร์มการซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ที่สามารถปรับใช้กับร้านโชห่วยและร้านค้าชุมชน 


“ต่อไปร้านโชห่วย-ไฮบริดจะมีช่องทางการจำหน่ายสินค้าทั้งทางออฟไลน์ คือ ลูกค้าเดินเข้ามาที่ร้านแล้วเลือกซื้อสินค้า หรือทางออนไลน์ ที่สามารถเลือกซื้อสินค้าผ่านทางแพลตฟอร์มที่ไปรษณีย์ไทยจัดทำขึ้น โดยลูกค้าเลือกซื้อสินค้า จ่ายเงิน แล้วรอรับสินค้าจากไปรษณีย์ได้เลย ถือเป็นการนำกลยุทธ์การตลาดแบบ Omni-channel ที่ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าได้ทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ มาช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับร้านโชห่วย ซึ่งจะทำให้โชห่วยเข้มแข็ง และมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก” นายสนธิรัตน์ กล่าว