วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รมช.พาณิชย์ สั่งเตรียมพร้อม 1 ต.ค.นี้ใช้จริง บัตรคนจนทั่วประเทศ

สนธิรัตน์ เตรียมพร้อมใช้บัตรคนจนรูดซื้อสินค้าทั่วประเทศ 1 ต.ค.นี้ จี้พาณิชย์จังหวัด ติดตามปัญหาหลังติดเครื่องอีดีซี ร้านธงฟ้าประชารัฐในพื้นที่ ถ้ามีให้รีบแจ้งส่วนกลางหวังแก้ได้ทันที...

เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2560 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังประชุมทางไกลผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ว่า ได้กำชับให้พาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ที่มีร้านธงฟ้าประชารัฐ ที่ได้ติดตั้งเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อีดีซี) แล้ว ประมาณ 5,000 แห่งทั่วประเทศ ให้ติดตามดูผลว่ามีปัญหาอะไรบ้าง หลังจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย จะเริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้เป็นต้นไป โดยประชาชนสามารถใช้บัตรเพื่อซื้อสินค้าที่ร้านธงฟ้าประชารัฐ โดยหากพบปัญหาก็ให้รีบรายงานข้ามายังส่วนกลาง เพื่อจะแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที

“ตอนนี้ร้านธงฟ้าประชารัฐ 5,000 แห่ง ได้ติดตั้งเครื่องรูดบัตรแล้ว และพร้อมที่จะเปิดรับชำระค่าสินค้าด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยส่วนที่เหลือกำลังทยอยติดตั้ง ซึ่งได้ส่งรายชื่อร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไปให้กรมบัญชีกลางแล้ว 8,900 แห่ง จากจำนวนร้านที่สมัครเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 17,000 แห่ง” รมช.พาณิชย์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้พาณิชย์จังหวัดประสานไปยังธนาคารของรัฐ 4 แห่งที่อยู่ในพื้นที่ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้ช่วยประชาสัมพันธ์ที่ตั้งของร้านค้าธงฟ้าประชารัฐในพื้นที่ ที่ประชาชนสามารถรูดบัตรซื้อสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกในการไปใช้บริการของประชาชน


นายสนธิรัตน์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม วันที่ 28 ก.ย. 60 กระทรวงพาณิชย์จะเปิดตัวรถธงฟ้าประชารัฐเคลื่อนที่ (โมบาย ยูนิต) เพื่อรองรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยรถเคลื่อนที่เหล่านี้ได้ติดตั้งเครื่องรูดบัตร และจะนำสินค้าในโครงการร้านค้าธงฟ้าประชารัฐออกไปจำหน่ายในพื้นที่ที่ยังไม่มีร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่ติดตั้งเครื่องรูดบัตร เพื่อให้ประชาชนได้รูดซื้อสินค้าได้ทันที

รมช.พาณิชย์ กล่าวด้วยว่า แม้ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐบางร้านจะไม่สามารถติดตั้งเครื่องรูดบัตรได้ทัน และไม่สามารถใช้บัตรได้ ประชาชนทั่วไปก็สามารถเข้าไปเลือกซื้อสินค้าได้ตามปกติ เพราะสินค้าที่จำหน่ายในร้านทั้ง 3 กลุ่ม คือ สินค้าอุปโภคบริโภค อุปกรณ์การเรียน และปัจจัยทางการเกษตร มีราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปถึง 10-20% ซึ่งสามารถช่วยลดค่าครองชีพได้.