วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตลกไม่ออก! แจ้งจับอ้างสื่อฯเมืองเพชร ยัดขายบัตรจำอวดหน้าม่าน

จำอวดหน้าม่านที่เมืองเพชร ตลกไม่ออกแล้ว หลังสมาคมสื่อฯอ้างเป็นผู้จัด ยัดเยียดขายบัตร โดนร้องเรียนเพียบ จนจังหวัดสั่งตรวจสอบ ก่อนให้นิติกรแจ้งความ หลังพบไม่ได้จดทะเบียน ไม่ได้เป็นสื่อฯจริง...

สายวันที่ 27 ก.ย.2560 ที่สมาคมสื่อมวลชนเพชรบุรี นายสุรพล นาคนคร นายกสมาคมสื่อมวลชนเพชรบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้มีส่วนราชการ องค์กรเอกชนและประชาชนรวมทั้งร้านค้าจำนวนมาก สอบถามมายังสมาคมฯ กรณีมีกลุ่มบุคคลที่อ้างว่า เป็นตัวแทนสมาคมสื่อมวลชนเพื่อการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี ส.พพท.(ส). จัดส่งทีมงานไปจำหน่ายบัตรชมการแสดง จำอวดหน้าม่าน พร้อมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย ณ โรงแรมรอยัล ไดมอน อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี และอ้างว่ารายได้จะนำไปช่วยเหลือสาธารณกุศล จะมีการแสดงในวันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม 2560 นั้น ว่า สมาคมฯดังกล่าว มีการจัดตั้งหรือจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และมีความน่าเชื่อถือเพียงใด ขอให้สมาคมสื่อมวลชนเพชรบุรี ช่วยดำเนินการตรวจสอบ เนื่องจาก สมาคมสื่อมวลชนเพื่อการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี ส.พพท.(ส). ได้ส่งทีมงานจำนวนมากกระจายกันไปขอให้องค์กรและบุคคลในจังหวัดเพชรบุรีช่วยซื้อบัตร

สมาคมสื่อมวลชนเพชรบุรี ขอชี้แจงว่า สมาคมฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสมาคมสื่อมวลชนเพื่อการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี ส.พพท.(ส).แต่ประการใด ซึ่งได้มีการตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว ไม่พบว่า มีการจดทะเบียนชื่อ “สมาคมสื่อมวลชนเพื่อการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี ส.พพท.(ส).” ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด

อนึ่ง พระราชบัญญัติ กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ.2499

มาตรา 49 ผู้ใดใช้คำว่า “สมาคม” ประกอบกับชื่อ ในดวงตรา ป้ายชื่อ จดหมาย ใบแจ้งความ หรือเอกสารอย่างอื่นเกี่ยวกับธุรกิจโดยมิได้เป็นสมาคมที่ได้จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือตามกฎหมายอื่น เว้นแต่เป็นการใช้ในการขอจดทะเบียนเกี่ยวกับการตั้งสมาคมหรือในการแปลอักษรต่างประเทศเป็นอักษรไทยโดยมีอักษรต่างประเทศกำกับไว้ด้วย ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาทและปรับอีกวันละห้าร้อยบาทจนกว่าจะได้เลิกใช้

มาตรา 50 ผู้ใดดำเนินกิจการของคณะบุคคลใดโดยกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้บุคคลอื่นหลงเชื่อว่ากิจการนั้นเป็นสมาคมที่ได้จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และการกระทำดังกล่าวน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สมาคมสื่อมวลชนเพชรบุรี ขอเรียนว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนสมาคม ควรมีการตรวจสอบองค์กรต่างๆ ที่เข้ามาจัดกิจกรรมต่างๆ ว่า มีการดำเนินการถูกต้องหรือไม่ โดยเฉพาะเกี่ยวกับการเรี่ยไร การระดมทุนต่างๆ เพื่อไม่ให้มีการแอบแฝง ในการแสวงหาผลประโยชน์ใดๆ ในการจัดกิจกรรมนั้นๆ และหากพบว่ามีการกระทำความผิดก็ควรดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

การที่เราจะสร้างสาธารณประโยชน์เป็นสิ่งดี เป็นสิ่งที่ถูกต้องและควรแล้วที่ต้องช่วยกันทำ แต่หากมีพฤติกรรมแอบแฝงหรือทำให้เคลือบแคลงตั้งแต่ต้น มันทำให้มองไปถึงพฤติกรรมในอนาคตได้ว่า ไม่มีความน่าเชื่อถือแต่อย่างใด ขนาดชื่อองค์กรยังแอบอ้างและกระทำผิดไปจากที่กฎหมายบัญญัติได้ อื่นๆ ก็ไม่ต้องไปพูดถึงแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องออกมาตรวจสอบ ไม่ต้องรอให้ใครเป็นผู้เสียหายแล้วมาแจ้งความ 

“พฤติกรรมของวงการนี้คือ ทีมออแกไนซ์จะวิ่งหาหน่วยงานหรือองค์กรให้ช่วยออกหนังสือนำพร้อมลายเซ็นหัวหน้าองค์กร โดยออแกไนท์จะระบุไปก่อนหน้าว่าจะมอบเงินให้องค์กรที่จัดจำนวนเท่าไร เช่นสองแสนบาท หรือสามแสนบาทแล้วแต่จะตกลงกัน ที่เหลือออแกไนซ์จะเป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมด จากนั้นทีมออแกไนซ์จะจัดทีมงานออกไปตระเวนขายบัตรเอง แม้ว่าจะมีการระบุว่าไม่มีการแอบอ้าง ขู่บังคับ รับเงินบริจาคหรือเรี่ยไรใดๆ ทั้งสิ้น ก็เป็นเพียงเขียนกันไว้เท่านั้นเอง แต่พฤติกรรมส่วนมากที่ได้รับการร้องเรียนคือไปพยายามยัดเยียดบัตรและเรียกเก็บเงินเลย ทำให้ผู้ซื้อบัตรไม่มีโอกาสตัดสินใจหรือตรวจสอบให้ชัดเจนได้ และการใช้ชื่อองค์กรที่ถูกนำมาอ้างเป็นผู้จัดก็เป็นส่วนหนึ่งในการนำไปประกอบในการขายบัตร ส่วนการมอบเงินหรือสิ่งของให้กับองค์กรที่ระบุเป็นผู้รับ ก็มักจะได้รับการติดต่อจริงแต่จะไม่ระบุจำนวนว่า เป็นเงินเท่าใด หรือปริมาณสิ่งของแค่ไหน และที่สำคัญคือหน่วยงานที่ถูกนำไปกล่าวอ้าง จะไม่สามารถตรวจสอบได้เลยว่า มีรายได้จากการจำหน่ายบัตรได้มากน้อยแค่ไหน”

ต่อมาในวันเดียวกัน นายกฤษฎา แก้วสองเมือง ปลัดจังหวัดเพชรบุรีปฏิบัติราชการแทน ผวจ.เพชรบุรี ในฐานะนายทะเบียนสมาคมจังหวัดเพชรบุรี ได้มอบอำนาจให้ นายโกศล อินทรศร เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ ที่ทำการปกครองจังหวัดเพชรบุรี เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเพชรบุรี เพื่อดำเนินคดีกับนางมณฑิตา เขตอารี กรณีอ้างว่าเป็นอนุกรรมการ สมาคมสื่อมวลชนเพื่อการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี มาจำหน่ายบัตรการแสดงฯเพื่อการกุศลให้แก่ส่วนราชการในจังหวัดเพชรบุรี

ทั้งนี้ ปกครองจังหวัดเพชรบุรี ได้ตรวจสอบแล้ว ไม่พบว่ามีการจดทะเบียนในชื่อสมาคมดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งเข้าข่ายใช้ชื่อสมาคมโดยไม่ได้รับการจดทะบียนฯและเป็นการดำเนินกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งทำให้บุคคลอื่นหลงเชื่อว่าเป็นสมาคมที่ได้รับจดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และการ กระทำดังกล่าวน่าจะเกิดความเสียหายต่อผู้อื่นและประชาชน อันเป็นความผิดตามมาตรา 49 และมาตรา 50 แห่ง พ.ร.บ.กำหนดความผิดห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ.2499 และที่แก้ไขเพิ่มเติม.