วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เทรนด์รักสุขภาพมาแรง คนแห่กินกล้วย เกษตรกรยิ้มแฉ่ง ราคาขายพุ่ง 22%

กระทรวงเกษตรฯ เผยคนไทยกินกล้วยเพิ่มขึ้น ดันราคาเกษตรกรขายได้พุ่ง 22% ชี้ตลาดญี่ปุ่นยังมีโอกาสอีกมาก หลังไทยติดขัดเรื่องคุณภาพ-การขนส่ง ส่งออกได้เพียง 4,000 ตัน..

นายปริญญา เพ็งสมบัติ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ คาดว่าแนวโน้มความต้องการบริโภคกล้วยจากทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น โดยปี 2560 คาดว่าผลผลิตและราคาเติบโตเพิ่มขึ้น 5-10% โดยเฉพาะกล้วยหอม ซึ่งมีความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยปี 2559 มีเนื้อที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นประมาณ 9% หรือเพิ่มเป็น 37,020 ไร่จากปี 2558 ที่มีพื้นที่ปลูก 34,018 ไร่ ผลผลิตปี2559 รวม 117,427 ตัน เพิ่มขึ้น 3% จากปี 2558 ที่มีผลผลิต 113,926 ตัน

สำหรับราคาที่เกษตรกรขายได้ ปี 2559 มีราคา 12,777 บาทต่อตันเพิ่มขึ้น 22% จากปี 2558 ที่ขายได้ราคา 10,444 บาทต่อตัน โดยบริโภคในประเทศ 113,703 ตัน เพิ่มขึ้น 3% จากปี 2558 ที่บริโภคในประเทศจำนวน 110,629 ตัน มีการส่งออก 3,725 ตัน เพิ่มขึ้น 13% จากปี 2558 ที่มีการส่งออก 3,297 ตัน

“จากกระแสคนรักสุขภาพ ส่งผลให้ความต้องการบริโภคกล้วยเพิ่มขึ้นทั่วโลก เนื่องจากกล้วยมีคุณสมบัติทางยามากมาย รวมถึงช่วยระบบการขับถ่าย โดยประเทศที่มีความความต้องการสูง ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และลาว ซึ่งเป็นคู่ค้าของไทย โดยเฉพาะญี่ปุ่น มีความต้องการเพิ่มขึ้นและให้โควตากล้วยหอมทองไทยถึง 8,000 ตัน แต่ไทยส่งออกได้เพียง 4,000 ตัน เนื่องจากมีอุปสรรคเรื่องคุณภาพและการขนส่ง ส่วนการบริโภคกล้วยในประเทศก็มีสูงขึ้นไม่ต่างจากต่างประเทศเช่นกัน แต่ตลาดกล้วยส่งออกนั้นมีคู่แข่งจำนวนมาก อาทิ ฟิลิปปินส์ เอกวาดอร์ เบลเยียม คอสตาริกา”

ทางด้าน นายภูมิศักดิ์ ราศรี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เผยว่า กล้วยไข่และกล้วยน้ำว้า ยังมีความต้องการบริโภคในประเทศและส่งออกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยคู่ค้าสำคัญของไทย คือ ประเทศจีนซึ่งไทยส่งออกกล้วยไข่ถึง 60% ของการส่งออกทั้งหมด ประกอบด้วย มณฑลเสฉวน มณฑลเจ้อเจียง มณฑลเจียงซู และมณฑลอันฮุย โดยเฉพาะช่วงเทศกาลตรุษจีนจะมีการนำเข้าเพิ่มขึ้นมาก.