วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ยูเนสโก’ เทิดพระเกียรติ รัชกาลที่ 9 (คลิป)

ขยายวันถวายบังคม พระบรมศพถึง 24.00 ของคืนวันที่ 5 ตุลาคม

สมเด็จพระเทพฯเสด็จพระราช ดำเนินไปทอดพระเนตรการดำเนิน งานก่อสร้างพระเมรุมาศอย่างละเอียด พร้อมโปรดเกล้าฯ ฉายพระรูปร่วมกับคณะผู้ปฏิบัติงาน “ธนะศักดิ์” เผยติดตั้งประติมากรรม ประดับพระเมรุมาศงามสง่า ตระการตา เตรียมนำกังหันน้ำชัยพัฒนามาเพิ่มอีก 2 เครื่อง เจ้าหน้าที่-จิตอาสาน้ำตาริน ประกอบฉากบังเพลิงฉากแรกสมบูรณ์ฝั่งทิศตะวันตก นายกฯแจงมติ ครม.ลดธงครึ่งเสา 13-27 ต.ค. ออกทุกข์ 28 ต.ค. ย้ำหยุดราชการ 26 ต.ค.วันเดียว ขอความร่วมมือตลอดเดือน ต.ค.วิทยุ-โทรทัศน์งดรายการบันเทิง ขอความร่วมมือ “ราชการ-รัฐวิสาหกิจ-เอกชน” ปลดผ้าระบายดำ-ขาวออกในวันออกทุกข์ คณะกรรมการประชาสัมพันธ์ฯเตรียมแถลง 4 ต.ค. ชี้แจงทำความเข้าใจงานพระราชพิธี ยูเนสโกถวายราชสดุดีเทิดพระเกียรติ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ทรงเป็นกษัตริย์นักพัฒนาของโลก

เมื่อเวลา 07.07 น. วันที่ 26 ก.ย. สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระ ราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ไปยังท้องสนามหลวง ทอดพระเนตรความคืบหน้าการดำเนินการก่อสร้างพระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยมีท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ ประจําสํานักพระราชวังพิเศษ สํานักพระราชวัง พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศและบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร และจิตอาสาเฝ้ารอรับเสด็จ

ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปยังพระที่นั่งทรงธรรม ทอดพระเนตรการประดับศิลปกรรมลวดลายผ้าทองย่นและการติดตั้งภาพจิตรกรรมฝาผนัง โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จากนั้นเสด็จฯไปยังพระเมรุมาศ ทอดพระเนตรงานประดับตกแต่งลวดลายผ้าทองย่นบุษบกประธาน หอเปลื้องและซ่าง การทดลองติดตั้งฉากบังเพลิงเข้ากับกรอบบริเวณบุษบกประธานทางฝั่งทิศตะวันตก งานประดับประติมากรรมประกอบพระเมรุมาศ ได้แก่ บันไดนาค เทพชุมนุมฐานไพทีนั่งราบ ครุฑยุดนาคประดับท้องไม้ แล้วจึงเสด็จฯลงจากพระเมรุมาศทางฝั่งทิศใต้ทอดพระเนตรการประดับสัตว์หิมพานต์บริเวณสระอโนดาต และการประดับตกแต่งภูมิสถาปัตยกรรมภายในลานพระราชพิธี ก่อนเสด็จฯไปยังแปลงนาบริเวณทางเข้าพระเมรุมาศฝั่งทิศเหนือ แล้วทอดพระเนตรการประดับตกแต่งพลับพลายกสนามหลวง และเสด็จฯไปยังศาลาลูกขุน 1 ทอดพระเนตรประติมากรรมคุณทองแดง คุณโจโฉ ครุฑประดับหัวเสา เทวดายืน และท้าวจตุโลกบาล แล้วเสด็จฯไปด้านหน้าฝั่งทิศตะวันตกพระเมรุมาศ ทรงฉายพระรูปร่วมกับคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศฯ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และจิตอาสาก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ

พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ได้นำประติมากรรมเทวดา ครุฑยืนและครุฑหัวเสาประดับพระเมรุมาศในชั้นต่างๆ ทำให้พระเมรุมาศในภาพรวมมีความสง่างามตระการตามากยิ่งขึ้น ขณะที่สระอโนดาตได้นำสัตว์หิมพานต์มาประดับเข้าไว้ได้อย่างลงตัว รวมทั้งมีการทดลองระบบน้ำ และไอน้ำที่ทำเป็นเมฆหมอกทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน ปรากฏว่ามีความเรียบร้อยบรรลุผลตามแผนงานที่วางไว้น่าพอใจมาก หลังจากนี้ช่างจะทยอยนำพรม ผ้าม่าน เข้ามาประดับพระเมรุมาศ ภายในวันที่ 10 ต.ค. ก่อนที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร วันที่ 18 ต.ค. นอกจากนี้ ในการทดลองยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ซึ่งกำหนดไว้วันที่ 12 ต.ค. จะต้องมีการพิจารณาแบบแผนการทดลองการนำพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ขึ้นไปสวมกับยอด เพราะมีขนาดความสูงถึง 5.10 เมตร โดยจะได้ข้อสรุปในวันที่ 12 ต.ค. ก่อนที่จะมีการซ้อมอีกรอบวันที่ 17 ต.ค. สำหรับนั่งร้านที่ติดอยู่กับอาคารประกอบพระเมรุมาศจะย้ายออกภายในวันที่ 10 ต.ค.

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ในด้านภูมิทัศน์ประกอบพระเมรุมาศ จะมีการนำกังหันน้ำชัยพัฒนามาติดตั้งเพิ่มอีก 2 เครื่อง โดยจะพิจารณาขนาดให้มีความเหมาะสมลดหลั่นกันไปให้มีความสวยงาม ในวันที่ 2 ต.ค. จะเข้ามาตรวจการทำงานในด้านระบบไฟฟ้าที่ส่องเข้ามายังพระเมรุมาศยามค่ำคืน ให้มีความสมพระเกียรติมากที่สุด

นายเกียรติศักดิ์ สุวรรณพงศ์ จิตรกรชำนาญการพิเศษ กล่าวว่า ในส่วนของงานจิตรกรรมฉากบังเพลิงได้เขียนสีแล้วเสร็จและเข้ากรอบด้านทิศตะวันตกเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทอดพระเนตร จากนั้นจะนำภาพกลับไปสำนักช่างสิบหมู่ จ.นครปฐม เพิ่มน้ำหนักสีช่องล่างของฉากบังเพลิงโครงการพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 หมวดลม ให้ภาพรวมดูกลมกลืนและเด่นชัดยิ่งขึ้น จิตรกรและจิตอาสาถึงกับน้ำตาไหลเมื่อได้เห็นผลงานจิตรกรรมฉากบังเพลิงที่สร้างถวายในหลวง ร.9 สำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมในทิศตะวันตกบนพระเมรุมาศ เพราะทุกคนรวมจิตใจเป็นหนึ่ง บางคนขอแค่ขนย้ายชิ้นงานมาส่งที่พระ เมรุมาศก็บอกนอนตายตาหลับแล้ว การจัดสร้างจิตรกรรมฉากบังเพลิงครั้งนี้มีจิตอาสาช่วยปฏิบัติงาน 40 กว่าคน เราคัดมือหนึ่งมาร่วมรังสรรค์ให้เนื้องานกลมเกลียว ถือเป็นงานที่ประชาชนมีส่วนร่วม เพราะรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นกษัตริย์ของชาวไทยทุกคน

นอกจากนี้ ตลอดทั้งวันเดียวกันนี้ มีพสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมาเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง กันอย่างเนืองแน่น เนื่องจากเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันก็จะถึงกำหนดปิดการเข้าถวายสักการะ ทำให้หลายคนมารอตั้งแต่กลางดึกของวันก่อน โดยทุกคนเฝ้ารอเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด แต่ไม่มีผู้ใดเกิดความย่อท้อ ยังคงรอคอยเพื่อจะได้เข้าไปแสดงความจงรักภักดีที่มีเปี่ยมล้นหัวใจ

ที่ทำเนียบรัฐบาลช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงมติ ครม.เกี่ยวกับการจัดงานพระราชพิธีถวาย พระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชว่า ทุกคนทราบดีแล้วว่าในวันพุธที่ 25 ต.ค. จะมีพระราชพิธีออกพระเมรุมาศ วันพฤหัสฯที่ 26 ต.ค. จะมีพิธีพระบรมโกศ เวียนรอบพระเมรุมาศ ถวายพระเพลิงในเวลา 16.30 น.และเวลา 22.00 น.อีกครั้ง ในวันศุกร์ที่ 27 ต.ค. เวลา 08.00 น.จะมีพระราชพิธีเก็บพระบรมอัฐิ เวลา 09.00 น. พระราชพิธีเชิญพระบรมอัฐิเข้าสู่พระ บรมมหาราชวัง ในวันเสาร์ที่ 28 ต.ค. มีการออกทุกข์ เวลา 17.30 น. มีพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล วันอาทิตย์ที่ 29 ต.ค. เวลา 10.30 น. พระราชพิธีเชิญพระบรมอัฐิขึ้นสู่พระวิมาน เวลา 17.30 น. พระราชพิธีเชิญพระบรมอัฐิไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามกับวัดบวรนิเวศราชวรวิหารในส่วนที่เป็นเถ้าสรีรางคาร

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เนื่องจากมีการครบรอบ 1 ปี การไว้ทุกข์ เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ในส่วนของข้าราชการ มติ ครม.วันเดียวกันนี้จึงให้มีการขยายการไว้ทุกข์ไปถึงวันที่ 27 ต.ค. เพื่อให้จบงานพระราชพิธีฯไปก่อน ในวันที่ 28 ต.ค. ก็ถือเป็นวันออกทุกข์ จะต้องมีการเก็บผ้า ป้ายขาวดำทั้งหมด ตามที่สาธารณะ และสถานที่ราชการทั้งหมดภายในวันที่ 28 ต.ค. ทั้งนี้ มติ ครม.ให้มีการลดธงครึ่งเสาตั้งแต่วันที่ 13-27 ต.ค. รวม 15 วัน พร้อมยืนยันว่าวันหยุดราชการมีเพียง 1 วันเท่านั้น คือวันที่ 26 ต.ค. ส่วนการจัดรายการของสถานีวิทยุ-โทรทัศน์ที่เป็นรายการบันเทิงต่างๆขอความร่วมมือตลอดเดือน ต.ค.2560 รวมทั้งขอเชิญชวนประชาชน พ่อค้า นักธุรกิจ ข้าราชการ ร่วมกันทำหน้าที่จิตอาสาเฉพาะกิจในงานพระราชพิธีดังกล่าว

“เรื่องนี้เป็นเรื่องน่าใจหายสำหรับคนไทยทุกคน โศกเศร้า แต่ทุกคนก็ต้องช่วยกันเพื่อทำให้ชาติ บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปภายใต้ร่มพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ซึ่งรัชกาลที่ 9 ท่านทอดพระเนตรพวกเราทุกคนอยู่และอยู่ในใจของพวกเราเสมอไป” นายกฯกล่าวตอนท้าย

ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในวันที่ 4 ต.ค. เวลา 13.30 น. คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์การจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ จะแถลงข่าวที่ศูนย์สื่อมวลชน หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) เพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพและการปฏิบัติตัวของประชาชนในการเข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ถวายพระเพลิงพระบรมศพ เส้นทางการจราจร การรักษาความปลอดภัย และการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนไทยและต่างประเทศ

อีกด้านวันเดียวกัน ที่สำนักงานใหญ่องค์การยูเนสโก กรุงปารีส ฝรั่งเศสมีการจัดประชุมสันติภาพนานาชาติ กันยายน 2560 หัวข้อการสร้างสังคมแห่งสันติภาพที่ยั่งยืน-มรดกในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยสถานีโทรทัศน์สีช่อง 3 ได้ถ่ายทอดสดในช่วงเวลาที่องค์การยูเนสโกทำพิธีประกาศยกย่องในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่าทรงเป็นกษัตริย์นักพัฒนาของโลก โดยนางสาวอิริน่า โบโคว่า ผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโก ได้กล่าวสดุดีถวายพระราชสักการะแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ยึดหลักการประชาชนเป็นศูนย์กลาง และเป็นแง่คิดที่ยูเอ็นได้นำมาใช้เป็นพิมพ์เขียว ที่จะผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืนในแผน SDGs ของสหประชาชาติ มีแผนดำเนินการ 17 ด้าน ทรงวางแนวทางการศึกษาที่เป็นวิสัยทัศน์ในการพัฒนาผู้ด้อยโอกาส ในขณะเดียวกัน เพื่อยกระดับความเท่าเทียมกันของสังคม

นางสาวอิริน่ากล่าวสดุดีอีกว่า พระองค์ทรงท้าทายแนวคิดการเติบโตของประเทศแบบดั้งเดิม ปรัชญาของพระองค์เป็นแนวทางในการพัฒนาที่สหประชาชาตินำมาประยุกต์ใช้สำหรับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตั้งแต่ปี 2015 ซึ่งกำหนดเป้าหมายและแบบฉบับแห่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และปกป้องโลกใบนี้ ขอชมเชยรัฐบาลไทย เพื่อการเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พระราชกรณียกิจของพระองค์ยังทรงเป็นครูของแผ่นดิน การศึกษาหมายถึงแนวทางในการส่งเสริมศักยภาพของคน ในการเรียนรู้ คิดและการทำตามกำลังความสามารถของตนเอง โดยปราศจากความขัดแย้ง การศึกษาไม่ได้หมายรวมเพียงแค่อ่านออกเขียนได้เท่านั้น การศึกษายังต้องรวมถึงความรู้เท่าทันวัฒนธรรม

ขณะที่ตัวแทนประธานกลุ่มจี 77 จากประเทศเอกวาดอร์ กล่าวว่า คำสอนในหลวงรัชกาลที่ 9 คือหลักคำสอนถึงสันติภาพ ที่ควรน้อมนำกันไปปฏิบัติในระดับโลก โดยเฉพาะการเรียนรู้ตลอดชีวิต พระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง มีความลึกซึ้ง ด้านตัวแทนจากกลุ่มเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า การทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเน้นหลักการสันติภาพ หลักการยั่งยืนในการเป็นหน่อที่นำไปสู่สันติภาพในระดับนานาชาติ

คืนวันเดียวกัน สำนักพระราชวังมีประกาศ เรื่อง การเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถ บพิตร ความว่า ตามที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระราชานุญาตให้ประชาชนได้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรี นฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2559 เป็นต้นมานั้นและเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2560 สำนักพระราชวังได้มีประกาศเรื่องการเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จะขอเปิดให้ประชาชนได้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ในวันที่ 30 กันยายน 2560 เป็นวันสุดท้าย เพื่อดำเนินการจัดเตรียมการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ให้เป็นไปด้วยความสมบูรณ์ เรียบร้อยและสมพระเกียรติไปแล้วนั้น

บัดนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงตระหนักถึงความอาลัยรัก ความศรัทธาและความจงรักภักดีของประชาชนทุกหมู่เหล่าที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้มุ่งมั่นที่จะเดินทางเข้ามากราบถวายบังคมพระบรมศพ สักครั้งหนึ่งในชีวิตของตนเอง เพื่อความเป็นสิริมงคล ภายในห้วงระยะเวลาที่เหลืออยู่ จากประกาศของสำนักพระราชวังที่ได้กำหนดไว้ก่อนที่จะถึงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เพื่อส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยเป็นครั้งสุดท้ายในวันที่ 26 ตุลาคม 2560

ด้วยทรงซาบซึ้งในน้ำใจ ทรงห่วงใยว่าประชาชนจะมีโอกาสกราบถวายบังคมพระบรมศพได้ไม่ทั่วถึงและเพื่อพระราชทานขวัญและกำลังใจแก่ประชาชน ในการนี้จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เลื่อนกำหนดวันสุดท้ายของการกราบถวายบังคมพระบรมศพ จากเดิมวันที่ 30 กันยายน 2560 ออกไปเป็นถึงเวลา 24.00 น. ของคืนวันที่ 5 ตุลาคม 2560