วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘พงศ์พร’ คืนพศ. ‘บิ๊กเจี๊ยบ’ ดูแล ส่งสำนวนคดี! เงินทอนลอต 2

“บิ๊กตู่” ดึง “พงศ์พร” กลับนั่งเก้าอี้ ผอ.พศ. ระบุที่ผ่านมามีความจำเป็นต้องเอาออกชั่วคราว พร้อมให้ “บิ๊กเจี๊ยบ-ธนะศักดิ์” มากำกับดูแล พศ.แทน “ออมสิน” อ้างดูแลกระทรวงวัฒนธรรมอยู่แล้ว ด้าน บก.ป.ป.ป. ส่งสำนวนเงินทอนวัดลอตสองให้ ป.ป.ช.เอาผิดวัด 23 แห่ง มีผู้ถูกกล่าวหา 19 ราย ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงและกลางของ พศ. เผยมีข้อมูลขยายผลเอาผิดอีก 100 วัด ตัวเลขทุจริตหลายร้อยล้าน

กรณีเจ้าหน้าที่ บก.ปปป.ลุยตรวจสอบคดีทุจริตเงินทอนวัด โดยลอตแรก เป็นการทุจริตงบอุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์วัดและพัฒนาวัด 12 วัด ตั้งแต่ปี 55-59 ความเสียหายประมาณ 60 ล้านบาท มีผู้ต้องหา 10 ราย ต่อมาลุยตรวจลอตที่สอง พบการทุจริตงบอุดหนุน 3 ประเภท คือ 1. อุดหนุนบูรณ–ปฏิสังขรณ์วัดและพัฒนาวัด 2. อุดหนุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และ 3. อุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา-แผนกธรรม-แผนกบาลี จำนวน 23 วัด ตั้งแต่ปี 55-60 ความเสียหายประมาณ 141 ล้านบาท จากทั้งหมดที่ให้งบไปประมาณ 181 ล้านบาท มีผู้ต้องหา 19 ราย มีชื่อนายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) รวมอยู่ด้วย และเตรียมนำสำนวนส่ง ป.ป.ช.วันที่ 26 ก.ย.นี้

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 26 ก.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พ.ต.อ.วรายุทธ สุขวัฒน์ธนกุล รอง ผบก. ป.ป.ป. นำสำนวนคดีทุจริตเงินอุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์วัดและพัฒนาวัด 23 แห่ง ตั้งแต่ปี 2555-2560 ความเสียหายประมาณ 140 ล้านบาท รวมเอกสารกว่า 13,000 แผ่น ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้เอาผิดกับผู้ถูกกล่าวหา 19 ราย

พ.ต.อ.วรายุทธกล่าวว่า ป.ป.ป.ยื่นสำนวนคดีทุจริตเงินทอนวัดต่อ ป.ป.ช.เป็นครั้งที่ 2 โดยพบการทุจริตใน 23 วัด แต่ยื่นสำนวนเพียง 21 วัด ยังเหลือวัดบำเพ็ญเหนือ และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร ที่ต้องรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนนำมายื่นต่อ ป.ป.ช.อีกครั้งในวันที่ 29 ก.ย.นี้ ทั้งนี้ใน 21 สำนวน แยกผู้กล่าวหาเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.ข้าราชการและอดีตข้าราชการ 13 คน 2.พระเถระ 4 รูป 3.ประชาชน 2 คน ในส่วนของข้าราชการและพระบางรูปจะถูกดำเนินคดีตามมาตรา 147 ใช้อำนาจหน้าที่เบียดเบียนทรัพย์เป็นของตัวเอง และความผิดมาตรา 157 ส่วนการออกหนังสือเชิญพระผู้ใหญ่ 4 รูป มารับทราบข้อกล่าวหา มีเพียงพระครูวิสุทธิวัฒนกิจ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชสิทธาราม ที่มารับทราบข้อกล่าวหา ยืนยันว่ากรณีที่เกิดขึ้นร้อยละ 90 เจ้าอาวาส พระ และวัดไม่มีส่วนรู้เห็น เป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ระดับสูงและระดับกลางของ พศ. วัดไม่เกี่ยวข้อง มีเพียงส่วนน้อยที่พระและวัดรู้เห็น

รอง ผบก.ป.ป.ป.กล่าวว่า ที่ผ่านมา บก.ป.ป.ป.มีหนังสือแจ้งไปยัง พศ.ให้ทราบถึงรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นข้าราชการ และอดีตข้าราชการ เพื่อให้ลงโทษทางวินัยแล้ว รวมทั้งรายงาน ศอตช.เพื่อดำเนินการต่อไป ขณะที่ในส่วนพระเถระมีหนังสือกราบเรียนสมเด็จพระสังฆราชแล้ว ขณะนี้ บก.ป.ป.ป.มีข้อมูลทุจริตเงินทอนวัดอีกประมาณ 100 วัด เป็นข้อมูลจาก พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ อดีต ผอ.พศ.ที่เคยให้ไว้ โดยพบว่ามีการทุจริตชัดเจน แต่มีงบประมาณบางส่วนที่สูงมาก มูลค่าหลายร้อยล้านบาท บก.ป.ป.ป.จะรวบรวมพยานหลักฐานทำสำนวนส่งให้ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อไป โดยผู้ทำผิดเป็นบุคคลกลุ่มเดิมกับผู้กระทำผิดในคดี 2 ลอตแรก แต่อาจมีผู้กระทำผิดรายใหม่เพิ่มมาเล็กน้อย คาดว่าจะใช้เวลา 3-4 เดือน จะได้ข้อสรุป

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 08.30 น. วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ป.ป.ป.) เชิญพระผู้ใหญ่ 4 รูป หนึ่งในนั้นมีเลขานุการเจ้าคณะใหญ่หนกลางเข้ารับทราบข้อกล่าว หาคดีเงินทอนวัดว่า ได้มอบให้ ผอ.พศ.ในฐานะเลขานุการมหาเถรสมาคม (มส.) แจ้งที่ประชุม มส. ในวันที่ 29 ก.ย. รับทราบแล้ว ส่วนมาตรการลงโทษหากพบว่ากระทำผิดจริง ในทางอาญา ป.ป.ป.จะเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนทางวินัยสงฆ์ คณะสงฆ์จะไปดำเนินการกันเอง โดย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2560 ถ้าพระกระทำความผิดทางอาญา สามารถจับสึกได้ แม้เจ้าตัวจะไม่ยินยอม ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหา โดยจะต้องมาแก้ข้อกล่าวหาก่อน ส่วนเจ้าหน้าที่ พศ.ที่มีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยเรียบร้อยแล้ว กำชับ ผอ.พศ.ว่าให้รีบดำเนินการโดยเร็ว ส่วนนางประนอม คงพิกุล รอง ผอ.พศ. ที่ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีลงนามคำสั่งย้ายให้มาช่วยราชการที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) นั้น สำนักงาน ก.พ.ได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยแล้วเช่นกัน

เมื่อถามว่า กังวลกระแสต่อต้านจากพระหรือไม่ นายออมสินตอบว่า ไม่มี พระมี 3 แสนรูป อาจมีไม่ดีบ้างเล็กน้อย เป็นเรื่องสังคมปกติที่มีทั้งคนดีและไม่ดี แต่ส่วนใหญ่เป็นพระดี พระที่ถูกกล่าวหาต้องพิสูจน์ตัวเอง มีหลักฐานมาแสดงให้ ป.ป.ป.เห็นว่า ไม่เกี่ยวข้อง ถ้าผิดต้องว่าไปตามกฎหมาย เมื่อถามว่า หากเป็นพระผู้ใหญ่กังวลว่าจะมีเส้นหรือไม่ นายออมสินตอบว่า เรื่องแบบนี้เกรงใจไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าข้อเท็จจริงว่าผิด ถ้าไม่ทำเจ้าหน้าที่จะโดนข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวภายหลังการประชุม ครม.ว่า ได้ให้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ กลับมาดำรงตำแหน่ง ผอ.พศ.อีกครั้ง เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาจำเป็นต้องเอาออกมาชั่วคราว เพื่อมาคุยจัดระบบกัน จะทำเรื่องพระพุทธศาสนาอย่างไร เสร็จแล้วให้กลับไปทำหน้าที่เดิม ไม่มีความผิดอะไรทั้งสิ้น อย่ามาหาว่ารัฐบาลโลเลกลับไปมา เพียงแต่ช่วงที่มีปัญหาก็เอาออกมาเสียก่อน เพื่อทำให้เกิดความสงบ และเอากลับเข้าไปใหม่ก็จบแค่นั้น ต้องแก้ปัญหาแบบนี้ ไม่มีวิธีอื่น อย่าไปขยายความกันอีก ต้องรู้จักทำให้บ้านเมืองสงบบ้าง สื่ออย่าไปขุดคุ้ยให้เป็นเรื่องราวอีก นอกจากนี้ยังมอบหมายให้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ไปกำกับดูแล พศ.แทนนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจาก พล.อ.ธนะศักดิ์ดูแลกระทรวงวัฒนธรรมอยู่แล้ว