วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับเดนคุก แทงพรุนสาว วุฒิ-ศักดิ์

อ้างแอบชอบ บุกห้องปลํ้า! กลับสู้เลยฆ่า

ลากคอได้แล้วฆาตกรอำมหิตสังหาร “น้องเมย์” สาวพนักงานวุฒิ-ศักดิ์ คลินิก ดับสยองคาห้องพักคอนโดฯย่านบางใหญ่ ที่แท้เป็นไอ้เดนคุกที่มาหลงชอบหญิงสาว แอบเข้าไปซ่อนในห้องรอเหยื่อกลับจากทำงานหมายขยี้กาม อ้างผู้ตายต่อสู้เลยจ้วงแทงร่างพรุน ก่อนรื้อค้นทรัพย์สินเผ่นไปซุกห้องเพื่อน แต่ไม่รอดฝีมือชุดสืบจังหวัดนนท์ตามตะครุบตัวทันควัน แม่เหยื่อคมมีดร่ำไห้ใจสลาย เผยลูกสาวเป็นเสาหลักของครอบครัว ทำงานเก็บเงินเรียนต่อเพราะฝันอยากเป็นสัตวแพทย์ ยืนยันไม่อโหสิกรรมให้คนร้าย แถมสาปแช่งให้ตายตกตามกัน

สังคมสลดใจกับเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ หลังมีคนร้ายบุกใช้มีดแทง น.ส.ประภาพร หรือน้องเมย์ วรวงศ์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 198 หมู่ 2 ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ทำงานเป็นพนักงานสถานเสริมความงามวุฒิ-ศักดิ์ คลินิก สาขาเซ็นทรัล เวสต์เกต ร่างพรุนกว่า 20 แผล เสียชีวิตคาห้องพักหมายเลข 231 ชั้น 2 อาคาร C คอนโดบางใหญ่เจริญนำโชค เลขที่ 119-122 หมู่ 4 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พบศพช่วงเที่ยงวันที่ 25 ก.ย. ตำรวจสันนิษฐานคนร้ายต้องการชิงทรัพย์และประสงค์ทางเพศ แต่เหยื่อขัดขืนเลยถูกสังหารอย่างอำมหิต

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 ก.ย. ที่ สภ.บางบัวทอง ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา พ.ต.ท.รุ่งระวี สุขัง รรท.ผกก.สภ.บางบัวทอง เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนนานกว่า 1 ชั่วโมง เพื่อคลี่คลายคดีฆาตกรรม น.ส.ประภาพร วรวงศ์ พนักงานสถานเสริมความงามวุฒิ-ศักดิ์ คลินิก สาขา เซ็นทรัล เวสต์เกต ที่ถูกคนร้ายใช้มีดกระหน่ำแทงเกือบ 20 แผล จนเสียชีวิตภายในห้องพักคอนโดฯ โดยแบ่งหน้าที่กันออกตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ เริ่มตั้งแต่คอนโดที่เกิดเหตุ และตามถนนเส้นเลียบคลองถนน ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นถนนที่อยู่ติดกับจุดเกิดเหตุ เพื่อหาเบาะแสของคนร้ายหรือผู้ต้องสงสัย ร่วมทั้งเรียกพยานที่พักอาศัยอยู่ในคอนโดเกิดเหตุมาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อหาจุดเชื่อมโยงในการสังหารโหดครั้งนี้ พร้อมทั้งส่งตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่เกิดเหตุหาข่าวเพิ่มเติม

ต่อมาเมื่อเวลา 14.30 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สุศักดิ์ ปรักกะมกุล ผบก.ภ.จ.นนทบุรี เดินทางมาที่ สภ.บางบัวทอง เพื่อร่วมสอบปากคำนายธีระพงศ์ หรือหนุ่ม อดิษฐ์ศร อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 390 หมู่ 6 ต.กำแพงเซา อ.เมืองนครศรีธรรมราช อาชีพรับจ้างทั่วไป ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 491/2560 ลงวันที่ 26 กันยายน 2560 ในข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา, ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หลังตำรวจชุดสืบสวน ภ.จ.นนทบุรี จับกุมตัวได้ที่อาคารพลัมคอนโด ห้อง 618 ชั้น 4 หมู่ 10 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พร้อมของกลางเสื้อผ้าที่ ใส่ในวันก่อเหตุ 1 ชุด กระเป๋าสะพายแบบผู้ชาย 1 ใบ และโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิต 1 เครื่อง

สอบปากคำ นายธีระพงศ์ ให้การรับสารภาพว่า พักอาศัยอยู่ห้องเลขที่ 803 ชั้น 8 อาคาร D คอนโดฯเดียวกับ น.ส.ประภาพร และเป็นคนร้ายที่ใช้มีดแทง น.ส.ประภาพรเสียชีวิตจริง วันเกิดเหตุช่วงเช้าวันที่ 24 ก.ย. หลังผู้ตายออกไปทำงาน ตนลอบเข้าไปในห้องผู้ตาย เพราะแอบชอบผู้ตายที่เป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวย แต่ผู้ตายไม่เล่นด้วย โดยใช้มีดพับที่เตรียมมางัดลูกบิดประตูห้องเข้าไป ก่อนรื้อค้นทรัพย์สินแต่ไม่พบสิ่งของมีค่า มีเพียงกุญแจห้องสำรองวางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง เลยหยิบกุญแจดังกล่าวติดมือกลับออกมา จากนั้นย้อนกลับเข้าห้องผู้ตายอีกครั้งในช่วงเย็น โดยใช้กุญแจสำรองไขเข้าไปและซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำเพื่อหวังจะข่มขืน รอจนเวลา 21.00 น.เศษ ผู้ตายกลับเข้าห้องมา ตนรีบพุ่งออกจากห้องน้ำพยายามจะล็อกตัว แต่ผู้ตายต่อสู้ขัดขืน จึงใช้มีดจ้วงแทงไปที่ท้อง 2-3 ครั้งจนผู้ตายล้มลงแน่นิ่ง

ฆาตกรอำมหิตให้การอีกว่า จากนั้นได้รื้อค้นกระเป๋าสะพายของผู้ตายค้นหาทรัพย์สิน พบเงินสด 400 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ระหว่างนั้นผู้ตายพยายามลุกขึ้นมานั่ง จึงกระหน่ำแทงผู้ตายอีกหลายครั้งทั้งใบหน้า ลำคอ และลำตัว จนเลือดไหลทะลักท่วมร่าง เมื่อมั่นใจว่าเหยื่อเสียชีวิตได้เดินออกจากห้องขึ้นไปที่ชั้น 3 และเดินลงมาอีกทางหนึ่ง ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นหลบหนีไปพักอาศัยอยู่ห้องเพื่อนที่พลัมคอนโดฯ จนถูกจับกุมตัวในที่สุด

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัตินายธีระพงศ์ พบว่าเคยถูกจำคุกที่เรือนจำจังหวัดนนทบุรี ในข้อหาพยายามฆ่า ศาลตัดสินจำคุก 33 ปี แต่รับสารภาพเหลือจำคุกเพียง 9 ปี พ้นโทษออกมาเมื่อปี 2559 คนร้ายมีพฤติกรรมโหดเหี้ยมเหิมเกริมไม่เกรงกลัวกฎหมาย หลังจากนี้จะให้พนักงานสอบสวนร้องต่อศาลให้เพิ่มโทษให้หนักขึ้น อยากฝากเตือนหญิงสาวที่พักอยู่เพียงลำพัง ให้หมั่นตรวจสอบระบบล็อกประตูว่ามีความมั่นคงแข็งแรงดีอยู่หรือไม่ และหากไม่จำเป็นไม่ควรพักอยู่เพียงลำพัง ส่วนเจ้าของกิจการ หอพัก คอนโด ควรติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ครอบคลุมทั่วทั้งอาคารและควรมี รปภ.ดูแลความปลอดภัยให้กับผู้พักอาศัยด้วย

จากนั้นตำรวจคุมตัวนายธีระพงศ์ ผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ห้องเกิดเหตุ โดยมีกำลังตำรวจ นปพ.ภ.จ.นนทบุรี กว่า 30 นาย คุ้มกันแน่นหนาเพราะเกรงว่าจะมีญาติและกลุ่มเพื่อนผู้ตายมารอดูการทำแผนและอาจรุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหาเนื่องจากความโกรธแค้น หลังทำแผนเสร็จสิ้นนำตัวกลับไปควบคุมไว้ที่ สภ.บางบัวทอง เพื่อรอสอบปากคำเพิ่มเติม และรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ก่อนสรุปสำนวนส่งฟ้องศาลต่อไป

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 198 หมู่ 2 บ้านโนนสว่าง ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.ประภาพร หรือ น้องเมย์ วรวงศ์ เหยื่อคมมีดโหด พบว่ามีญาติพี่น้องจำนวนมากเดินทางมาดูแลและให้กำลังใจ นางเหรียญ วรวงศ์ อายุ 53 ปี มารดาน้องเมย์ที่ร่ำไห้กอดภาพถ่ายลูกสาวไว้แนบอกด้วยความเศร้าโศกเสียใจ ขณะที่ลานดินหน้าบ้านจัดตั้งเต็นท์ โต๊ะ เก้าอี้ เพื่อเตรียมพิธีสวดพระอภิธรรมศพน้องเมย์ โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา นายหนูคล้าย วรวงศ์ อายุ 63 ปี บิดาน้องเมย์ พร้อมกับหลานชายและหลานเขย เดินทางไปรับศพที่ จ.นนทบุรี คาดว่าศพจะกลับมาถึงบ้านในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้

นางเหรียญกล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า ทางบ้านมีฐานะยากจน หาเช้ากินค่ำรับจ้างทั่วไป สามีเคยประสบอุบัติเหตุรถชนศีรษะกระแทกพื้น สมองกระทบกระเทือนและมีปัญหาสุขภาพ ส่วนตนป่วยโรคเบาหวานและความดันสูง มีลูกชายอายุ 27 ปี ป่วยเป็นโรคสมองโต ช่วยตัวเองไม่ได้ มีแต่น้องเมย์เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของครอบครัว หลังเรียนจบชั้น ม.6 จากโรงเรียนประจำตำบล ทางบ้านไม่มีเงินส่งเสียให้เรียนต่อ น้องเมย์ขอเข้าไปทำงานในกรุงเทพฯ มีอาเขยที่เป็นตำรวจพาไปสมัครงานที่วุฒิ-ศักดิ์ คลินิก เริ่มงานเมื่อเดือนเมษายนปีที่ผ่านมา ได้เงินเดือนราว 15,000-16,000 บาท แล้วแต่จะได้ลูกค้ามากหรือน้อย น้องเมย์จะส่งเงินมาให้ทางบ้านทุกเดือน เดือนละ 3,000 บาท ที่เหลือเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวและเก็บไว้เรียนต่อ เพราะลูกสาวใฝ่ฝันอยากเป็นสัตวแพทย์ น้องเมย์เป็นเด็กเรียนดี นิสัยร่าเริงแจ่มใส พูดจาเพราะ เป็นที่รักของครู เพื่อนๆและคนในหมู่บ้าน

นางเหรียญเล่าอีกว่า ปกติลูกสาวจะโทร.มาหาหลังเลิกงาน 3 ทุ่มทุกวัน เพราะห่วงพ่อแม่ และพี่ชาย บอกว่าจะเก็บเงินต่อเติมบ้านก่อน จากนั้นจะเก็บเงินสัก 5 ปี เพื่อหาทางเรียนต่อทำตามความฝัน น้องเมย์กลับมาบ้านครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ได้คุยโทรศัพท์กับลูกสาวครั้งสุดท้ายเมื่อเกือบ 3 ทุ่ม ของคืนวันที่ 24 ก.ย. ก่อนที่ลูกจะเสียชีวิต ซึ่งไม่มีลางบอกเหตุอะไร พอเช้าวันที่ 25 ก.ย. ยังโทร.ไปหาก่อนน้องเมย์จะเข้าทำงาน แต่ลูกไม่รับสาย ตอนนั้นไม่ได้เอะใจ กระทั่งก่อนเที่ยงมีคนโทร.มาจากที่ทำงานของลูกบอกว่าน้องเมย์ถูกฆ่าตายในห้องพัก ครอบครัวตกใจมาก ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง เสียใจมากทำอะไรไม่ถูก ได้แต่นอนร้องไห้กอดรูปลูกไว้ คิดเพียงว่าหากจับคนที่ฆ่าลูกได้ ขอให้มีคนฆ่ามันให้ตายไปด้วยเพื่อแก้แค้นให้ลูก

“ที่ผ่านมาลูกเคยโทรศัพท์มาหา บอกว่ามีลูกค้าชายที่มาใช้บริการที่ร้านมาชอบพอ อายุประมาณ 30 ปี เป็นพ่อม่ายเจ้าของอู่รถ ชวนน้องเมย์ไปทำงานด้วย จะให้เงินเดือน 20,000 บาท เคยจะให้แม่คุยกับเขาแต่แม่ไม่คุยด้วย ลูกก็บอกกับแม่ว่าไม่คิดเรื่องมีครอบครัว เพราะอายุยังน้อยเพียง 19 ปีเท่านั้น อยากทำงานเก็บเงินด้วยตัวเอง ลูกยังบอกว่าเดือนหน้าจะกลับมาเยี่ยมบ้านอีก แต่ลูกก็ไม่ได้มา ถึงมาก็เป็นเพียงร่างที่ไร้ลมหายใจ ขอฝากไปถึงตำรวจ หากจับตัวคนร้ายที่ฆ่าน้องเมย์ได้ ตนยืนยันว่าจะไม่อโหสิกรรมให้ อยากให้คนฆ่าลูกรับกรรมตายตกไปเช่นกัน ส่วนศพน้องเมย์จะทำพิธีสวดที่บ้าน และจะเผาที่วัดประจำหมู่บ้านในวันศุกร์ที่ 29 ก.ย.นี้ จะไม่เก็บไว้เพราะว่าลูกถูกแทงหลายแผลมาก ไม่อยากจะเก็บลูกเอาไว้ให้เขาทรมาน” นางเหรียญกล่าวทั้งน้ำตา