วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘บิ๊กตู่’ รู้ ‘ปู’ อยู่ไหน ทุกอย่างชัดหลัง 27 ก.ย.

ยันอดีตนายกฯไม่ได้ลี้ภัย โบ้ยสื่อไปเขียนกันเอาเอง ‘ชัยฤทธิ์’ให้ปากคำเครียด


“บิ๊กตู่” ยันมีสายลับ รู้ “ปู” อยู่ไหน แต่ยังไม่บอก ขอให้พ้น 27 ก.ย.ไปก่อน โบ้ยสื่อเขียนขอลี้ภัยเอาเอง แต่จะขอได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้ ด้าน “รองชัยฤทธิ์” หน้าเครียดเข้าพบพนักงานสอบสวน ที่ สน.ปทุมวัน รับทราบข้อหาปลอมและใช้เอกสารทางราชการปลอม ส่วนคดีวินัย ประธานคณะกรรมการสอบสวนคนใหม่เผย เรียกเข้าพบชี้แจงใน 7 วัน ขณะที่ “ศานิตย์” ลงตรวจพื้นที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ วางกำลังรับมือแฟนคลับอดีตนายกฯปู วันศาลอ่านคำพิพากษา 27 ก.ย. ขณะที่เลขาฯ สมช. มั่นใจมวลชนมาไม่มาก

ภายหลัง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เรียกตัว พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น.5 พ.ต.ท.สามิตร ไชยอิ่นคำ สว.กก.สส.ภ.จ.นครปฐม และ ด.ต.พรพิพัฒน์ มากบุญงาม ผบ.หมู่ อก.บก.ภ.จ.นครปฐม มาสอบปากคำ พร้อมยึดรถเก๋ง โตโยต้า คัมรี สีบรอนซ์ ทะเบียน ฌข 5323 กรุงเทพมหานคร คันเดียวกับที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด พา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หนีไปทางชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ก่อนวันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษาคดีทุจริตจำนำข้าว วันที่ 25 ส.ค.โดย พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์รับเป็นคนขับพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปส่ง ทั้งนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ระบุตำรวจทั้ง 3 นายผิดแค่ใช้เอกสารปลอม โยนต้นสังกัดพิจารณาเล่นงานทางวินัย ส่วน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.เปลี่ยนตัวประธานคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ จาก พ.ต.อ.เกียรติพงษ์ นาลา รอง ผบก.น.5 เป็น พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. เพื่อความเหมาะสม ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 26 ก.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. ในฐานะประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เรียกประชุมคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อตรวจสอบเอาผิดทางวินัย พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น.5 เกี่ยวข้องพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หนีไม่ไปฟังศาลตัดสินคดีทุจริตจำนำข้าว

พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. กล่าวว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. สั่งการให้ดำเนินการตรงไปตรงมาตามกฎหมายและระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเคร่งครัด แสวงหาพยานหลักฐานให้ครบถ้วน คำสั่งที่อยู่ในมือบอกเพียงแค่ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์มีพฤติการณ์นำรถเก๋ง โตโยต้า คัมรี ที่ไม่มีในสารบบ ตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวข้องกับหลายฝ่ายต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้ความเป็นธรรม ถามว่าต้องเรียก พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์มาให้ปากคำหรือไม่ พล.ต.ต.ภาณุรัตน์กล่าวว่า ตามระเบียบ ผบช.น.เป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ผบช.น.จะต้องทำหนังสือให้ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ชี้แจงข้อเท็จจริงขึ้นมา ตนมีหน้าที่รวบรวมข้อมูลสอบพยานแวดล้อม ถ้าเห็นว่าการกระทำ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์มีความผิดวินัยหรืออาญา ถึงจะเรียก พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์มาชี้แจง

เมื่อถามว่า ศาลมีคำสั่งให้อดีตนายกรัฐมนตรีห้ามออกนอกประเทศ การขับรถพาหนี มีเจตนากระทำผิดหรือไม่ พล.ต.ต.ภาณุรัตน์กล่าวว่า ต้องตรวจสอบรายละเอียดให้แน่ชัดอีกครั้ง เนื่องจากอดีตนายกรัฐมนตรีเป็นจำเลยในคดีรับจำนำข้าว ศาลให้ประกันตัวโดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ รายละเอียดต้องให้ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์เป็นผู้ชี้แจง สาเหตุที่มีการเปลี่ยนคณะกรรมการเพื่อเติมสำนวนให้สมบูรณ์และครบถ้วนมากยิ่งขึ้นรายละเอียดในคำสั่งสั้น ใช้คำว่าพฤติการณ์ ก็จะมีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับรอง ผบก.น.5 รายละเอียด พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้สอบปากคำไว้ทั้งหมดแล้วส่งเป็นแฟ้มมาให้ ก็จะมาดำเนินการเติมเต็มในส่วนที่ยังไม่มีในสำนวนมากขึ้น ส่วนตำรวจอีก 2 นายที่เกี่ยวข้องอาจจะสอบปากคำเพิ่มเติมไว้เป็นพยาน แต่ในส่วนของการกระทำผิดทางวินัยให้ต้นสังกัดเป็นผู้ดำเนินการ

พล.ต.ต.ภาณุรัตน์กล่าวอีกครั้งหลังการประชุมว่า ผู้ถูกกล่าวหาน่าจะมีการกระทำผิดทางวินัยส่วนจะโดนดำเนินการอย่างไร ขอเวลารวบรวมพยานหลักฐาน โดยจะสรุปผลให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน เพราะต้องตรวจสอบเอกสารและสอบปากคำ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ทั้งนี้ ผบช.น.ได้ทำหนังสือส่งให้ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์เรียบร้อยแล้ว จะเรียก พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์มาสอบภายใน 7 วัน

ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่ สน.ปทุมวัน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 ร่วมสอบปากคำ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น.5 นายตำรวจขับรถพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หนีก่อนถึงวันรับฟังคำตัดสินคดีจำนำข้าว โดย พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า คดีแบ่งเป็น 2 ส่วน คือคดีอาญา โดย บช.น.จะตั้งทีมสอบสวนมาอีกชุดหนึ่งร่วมด้วย และอีกส่วนหนึ่งคือทางวินัย ทุกอย่างทำไปตามพยานหลักฐานเพื่อให้เกิดความชัดเจน ขณะนี้ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ถือเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหาเท่านั้น โดยพนักงานสอบสวน จะแจ้งข้อกล่าวหา “ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม” เป็นความผิดในเรื่องของเอกสารเท่านั้น

ด้าน พล.ต.ต.ทรงพล เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์จะรับหรือไม่รับทราบข้อกล่าวหาอย่างไรก็ว่าไป ขณะเดียวกันได้จัดชุดสืบสวนลงไปหาข้อมูลมาประกอบการสอบปากคำ เพื่อหาบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ถ้าพบว่ามีใครเกี่ยวข้องก็ต้องโดนทั้งหมด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ เดินทางมาสวมชุดเครื่องแบบสีกากี มีสีหน้าเคร่งเครียด และไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆกับผู้สื่อข่าว

หลังสอบปากคำประมาณ 3 ชม. จึงเสร็จสิ้น พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์เดินทางกลับทันทีโดยเดินหลบออกจากด้านหลังของสน.ปทุมวัน เพื่อหลีกเลี่ยงผู้สื่อข่าว ขณะที่ พล.ต.ต.ภัคพงษ์ พงศ์เภตรา รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า จากการสอบสวน พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ให้การปฏิเสธ บอกเพียงว่าเป็นคนขับรถเก๋งโตโยต้าคันดังกล่าวจริง แต่ปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับการปลอมป้ายทะเบียนรถ

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 10.30 น. ที่หน้าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง นายไพโรจน์ โปเล็ม เลขาธิการศาลฎีกา แผนกคดีการเมือง ร่วมปรึกษาทำความเข้าใจในการป้องกันเหตุ กรณีศาลนัดอ่านคำพิพากษาในคดีทุจริตจำนำข้าวเฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 27 ก.ย.นี้ หลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนีไม่มาฟังคำตัดสิน เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า ตำรวจต้องเตรียมความพร้อมและเข้มข้น เน้นจิ๋วแต่แจ๋ว แบ่งพื้นที่เป็นส่วนเซฟตี้โซน และเขตศาลห้ามเข้า โดยเตรียมกำลังไว้แล้วแต่ไม่ขอบอกจำนวน สำหรับจุดคัดกรองจะมี 2 จุด มีรั้วเหล็กกั้น คล้ายวันที่ 25 ส.ค.60 แต่จะร่นเข้ามาในเขตศูนย์ราชการมากกว่าครั้งที่แล้ว ส่วนการข่าวนั้น ยังไม่มีอะไรน่าหนักใจ คาดว่าจะมีคนมาชุมนุมให้กำลังใจจำนวนหนึ่ง ส่วน น.ส.ยิ่งลักษณ์อาจจะมาหรือไม่มาก็ได้ ตำรวจจะไม่ประมาท ต้อง เตรียมพร้อม

วันเดียวกัน พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการติดตามเส้นทางหลบหนีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า เป็นไปตามขั้นตอนที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้ข้อมูลขั้นต้นไว้ จะต้องสืบสวนขยายผล ส่วน น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนีไปยังประเทศใด ต้องขยายผลต่อไป เมื่อถามว่าได้รับรายงานข่าวมีการระดมมวลชนมาฟังคำตัดสินศาลในวันที่ 27 ก.ย.นี้หรือไม่ พล.อ.ทวีปตอบว่า มีไม่มาก อาจมีมวลชนที่ห่วงใยอยากแสดงออกอย่างประปราย ถือเป็นเรื่องธรรมดา เพราะมวลชนที่สนับสนุนอดีตนายกฯผิดหวังครั้งที่แล้ว ครั้งนี้จึงไม่ได้คาดหวังว่าจะมามากเหมือนครั้งที่แล้ว ในส่วนความมั่นคงต้องดูคำตัดสินศาล ต้องคิดทุกด้านที่ศาลตัดสิน แล้วประมวลว่าหากมีการตัดสินในลักษณะแง่มุมต่างๆจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เชื่อมั่นว่าจะไม่มีอะไรที่เป็นเหตุรุนแรง

ขณะที่นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ทีมทนายความยังไม่ได้รับการติดต่อจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่ถึงอย่างไรวันที่ 27 ก.ย. ทีมทนายความต้องเดินทางไปที่ศาล ไม่ว่าจำเลยจะมาหรือไม่ เพราะศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาไว้แล้ว ส่วนจำเลยจะมาหรือไม่มา ศาลสามารถอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยได้ สำหรับแนวทางการต่อสู้คดี หลังจากนี้ต้องดำเนินการอย่างไรต่อนั้น คงต้องรอฟังคำพิพากษาให้ออกมาก่อน

ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงสถานการณ์ก่อนการตัดสินคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คดีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ว่า ในวันที่ 27 ก.ย.ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก ถือเป็นพิจารณาคดีตามกระบวนการยุติธรรมปกติ ยังไม่อาจกล่าวว่าใครผิดใครถูกทุกอย่างจะชัดเจนขึ้นหลังวันที่ 27 ก.ย. ตนมีข้อมูลแต่ยังพูดอะไรไม่ได้ ไม่อยากให้ทุกอย่างออกมามะรุมมะตุ้มก่อนวันที่ 27 ก.ย. จนทุกอย่างสับสนอลหม่าน เมื่อถามถึงกรณีที่สังคมสงสัยตำรวจที่พา น.ส.ยิ่งลักษณ์หนี เหตุใดไม่มีความผิด พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เขาอาจพูดเหมารวมหรือไม่ มี 2 กรณี ประเด็นแรกคือการใช้รถผิดหรือไม่ เขาชี้แจงว่ารถได้ทีหลัง กล้องเห็นชัดเจน แต่ไม่เห็นหน้า กฎหมายประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ระบุ หากตรวจสอบว่ารถคันนี้ผิดกฎหมาย จะผิดเรื่องการใช้รถ แต่หากหลักฐานไม่สมบูรณ์ มาตรา 29 เขียนไว้ให้มองเป็นผู้บริสุทธิ์ไว้ก่อน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ประเด็นที่สองคือการพาออก ต้องดูว่าผิดกฎหมาย ป.วิอาญาตรงไหน ถ้าพาออกไปจริง พาออกไปตั้งแต่เมื่อไร มีหมายจับเมื่อไร โทษทางวินัยก็มีอยู่ ถ้าช่วยเหลือจริงๆจะมีคดีอาญาด้วย ก็ให้เวลาหน่อย “เดี๋ยวถ้ารู้ว่าเขาไปอยู่ที่ไหน ตอนนี้ก็พอรู้ แต่ผมยังพูดไม่ได้ ขอให้พ้นวันที่ 27 ก.ย.ไปก่อน” เมื่อถามย้ำว่า ตอนนี้ทราบความคืบหน้าของ น.ส.ยิ่งลักษณ์แล้วหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “บอกแล้วว่ารู้ แต่ยังไม่บอก หลังวันที่ 27 ก.ย. ผมถึงจะบอกว่าอยู่ไหน” เมื่อถามว่า ทราบแล้วหรือไม่ว่าใครเป็นผู้สั่งการ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า สื่อนำเสนอ นาย ก. นาย ข. แล้วมันใครกัน คงไม่เรียกว่าสั่ง แต่คงรู้จักใครก็ไปฝากคนนี้คนนั้นช่วยกัน อาจเป็นลูกน้องเก่าหรือเปล่าที่เขามาขอให้ทำ มันก็แค่นั้น เมื่อถามอีกว่าหลังวันที่ 27 ก.ย. จะแถลงเองหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า คงไม่ต้องเปิดเผยผ่านใครก็ได้ โฆษกก็มี

เมื่อถามว่า แสดงว่าประเทศปลายทางแจ้งกลับมาแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ยัง แต่สายลับตนก็มี เมื่อถามว่า ทราบหรือไม่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ขอลี้ภัยไปประเทศใด พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่มีจะไปลี้ภัยเรื่องอะไร ภัยอะไรเหรอ ภัยการเมือง การเมืองที่ไหน คดีอยู่ในศาล ตอนนี้ยังไม่รู้ เพราะยังไม่ได้ลี้ภัยเลย สื่อก็เขียนกันเองว่าจะลี้ภัย มันจะลี้ได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้พอรู้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์พำนักอยู่ประเทศไหน แต่ต้องขอให้เขายืนยันอีกสักหน่อย อย่าเพิ่งไปพูดก่อน เมื่อถามว่าถ้าประเทศใดยืนยันมาจะขอให้ส่งตัวกลับมาเลยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ต้องดูด้วยว่ามีสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ เมื่อถามว่าดูทิศทางจะซ้ำรอยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่รู้ คนไปไม่ค่อยมีปัญหา คนอยู่ซวยทั้งปี วันนี้ทุกอย่างมันก็ชัดเจน คดีความเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขึ้นอยู่กับศาลที่จะตัดสิน ส่วนแนวทางการดำเนินการเรื่องหนังสือเดินทาง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ถ้าศาลตัดสินว่าผิด ก็เป็นหลักเกณฑ์ของกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อถามว่า หลังวันที่ 27 ก.ย. รัฐบาลเตรียมความพร้อมอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ไม่ต้องเตรียมอะไร เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เตรียมพร้อมตามคำร้องขอของศาลอยู่แล้ว และก็เป็นพื้นที่ของศาล จะต้องคุ้มครองศาลอย่างไร เตรียมมาตรการและมีแผน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคดีนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายชีพ จุลมนต์ รองประธานศาลฎีกา เจ้าของสำนวนพร้อมองค์คณะรวม 9 คน ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษา ในคดีโครงการรับจำนำข้าว ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 กรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท นัดอ่านคำพิพากษา วันที่ 25 ส.ค. แต่เช้าวันดังกล่าว ทีมกฎหมายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้มาปรากฏตัวหน้าศาล พอช่วงสาย ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอ้างว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ป่วยมีอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน แต่ศาลเห็นว่ามีพฤติการณ์หลบหนีไม่มาศาล จึงออกหมายจับให้มาฟังคำพิพากษา และปรับนายประกัน 30 ล้านบาท โดยในวันนี้หากศาลอ่านคำพิพากษา หมายจับเดิมเป็นอันยกเลิกเพิกถอนไป แต่หากศาลมีคำพิพากษาจำคุก ศาลจะออกหมายจับฉบับใหม่ และยังใช้ได้จนกว่าจะได้ตัวจำเลยมาศาล

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงการติดตามทรัพย์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า กระทรวงการคลังยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยต้องติดตามคำพิพากษาคดีในวันที่ 27 ก.ย. ซึ่งขณะนี้กระทรวงการคลังได้ถ่ายภาพและรวบรวมข้อมูลทรัพย์ไปบ้างแล้ว