วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไฟเขียวเกณฑ์ลักษณะต้องห้ามขอตั๋วครู

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์

เสมา 1 ให้วางมาตรฐานกลาง ประเดิมตัดสิน “ครูจอมทรัพย์” กรณีแรก

ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา มี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการเป็นประธานว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบหลักเกณฑ์การพิจารณาลักษณะต้องห้าม กรณีต้องโทษจำคุกในคดีที่คุรุสภาเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ ตามที่กำหนดในมาตรา 44 (ข) (3) แห่ง พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 สำหรับผู้ที่จะขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา และผู้ขอต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา โดยมีการกำหนดหลักเกณฑ์ลักษณะต้องห้ามเพื่อเป็นเงื่อนไขประกอบการพิจารณาดัง ต่อไปนี้ 1.เคยต้องโทษจำคุกโดยพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก 2.ต้องเป็นการกระทำความผิดโดยเจตนา ยกเว้นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ และ 3.ต้องเป็นโทษจำคุกที่เป็นความผิดเกี่ยวกับจรรยาบรรณของวิชาชีพ และเพื่อให้การพิจารณาเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ที่ประชุมได้เห็นชอบกำหนดแนวทางการพิจารณาความผิดที่มีโทษจำคุกเกี่ยวกับจรรยาบรรณของวิชาชีพ ดังนี้ 1.ความผิดต่อการทุจริตในหน้าที่ 2.ความผิดต่อการทารุณร่างกายและจิตใจ 3.ความผิดต่อการใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ 4.ความผิดเกี่ยวกับเพศ และ 5.ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ

“ที่ผ่านมาการพิจารณาลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะขอรับหรือต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ ได้มีการเสนอให้บอร์ดคุรุสภาพิจารณาเป็นรายกรณี แต่ รมว.ศึกษาธิการเห็นว่าควรจะกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เพื่อเป็นมาตรฐานกลางที่จะนำไปใช้ในการพิจารณา โดยมอบให้คณะอนุกรรมการดำเนินงานด้านมาตรฐานวิชาชีพนำหลักเกณฑ์ดังกล่าวไปใช้ในการพิจารณาลักษณะต้องห้ามของผู้ประกอบวิชาชีพทุกกรณี ซึ่งกรณีของนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หรือครูจอมทรัพย์ ซึ่งเป็นแพะคดีขับรถชนคนเสียชีวิตเมื่อปี 2548 ได้เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้เร่งรัดการต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จะได้นำไปใช้ในการขอกลับเข้ารับราชการอีกครั้งนั้น จะเป็นรายแรกที่จะนำหลักเกณฑ์ดังกล่าวไปใช้ โดยจะมีการพิจารณาในวันที่ 27 ก.ย.นี้” ดร.สมศักดิ์กล่าว.