วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่กระเทือน!!

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 27 ก.ย.60 ปิดที่ 1,669.75 จุด เพิ่มขึ้น 2.16 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 60,208.35 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 150.18 ล้านบาท

หุ้นที่ซื้อขายสูงสุด GL ปิด 24.30 บาท บวก 4.80 บาท, SKN ปิด 9.50 บาท บวก 2.15 บาท, PTT ปิด 418 บาท บวก 6 บาท, AOT ปิด 58.25 บาท ลบ 0.50 บาท และ BANPU ปิด 17.80 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง

หุ้นกลุ่มแบงก์มีอันสะเทือนหลังเกิดความเข้าใจผิดๆ จนสร้างความตกอกตกใจไปตามๆกัน เมื่อ ธปท.ออกประกาศแนวทางการกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ที่มีความสำคัญเชิงระบบในประเทศ (Domestic Systemically Important Banks : D-SIBs) ที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค.62

ทำให้ตลอดทั้งวันนี้ ทั้งแบงก์ชาติและ 5 แบงก์ใหญ่ต้องออกแถลงการณ์ชี้แจงทำความเข้าใจ โดยฝ่ายวิจัยเอเซียพลัสระบุว่า จากการศึกษาผลกระทบ 5 แบงก์ใหญ่ ที่เข้าข่ายตามประกาศของแบงก์ชาติ ทั้ง BBL, KTB, SCB, KBANK, BAY พบว่า ประกาศดังกล่าวเป็นแนวทางกำกับดูแล ที่อิงเกณฑ์ Basel 3 ขณะที่ทั้ง 5 แบงก์ ก็ได้ดำรงเงินกองทุนที่เข้มงวดกว่าเกณฑ์ที่บังคับใช้ในปี 62 อยู่แล้ว

แม้ประกาศใหม่กำหนดให้แบงก์ดำรงเงินกองทุน Tier 1 ส่วนเพิ่มอีก 1% จากปัจจุบัน 6% นอกเหนือจากเกณฑ์ Basel 3 ที่กำหนดให้ดำรงเงินกองทุนส่วนเพิ่ม เพื่อรองรับผลขาดทุนในภาวะวิกฤติอีก 2.5% และเพื่อรองรับความเสี่ยงหากเศรษฐกิจขาลงอีก 2.5%

ทำให้เมื่อถึงปี 63 แบงก์ทั้ง 5 แห่งนี้ ต้องมี Tier 1 ไม่ต่ำกว่า 11.5% แต่พบว่าสัดส่วน Tier 1 ของ 5 แบงก์ใหญ่ดังกล่าว สิ้นงวดครึ่งแรกปี 60 สูงเกินกว่าที่กำหนดแล้วทั้งนั้น โดยยังไม่นับรวมผลการดำเนินงานปี 61-62 ที่จะทำให้ Tier 1 สูงขึ้นไปอีก

ดังนั้น ประเมินว่า ประกาศของ ธปท.ไม่ได้มีนัยสำคัญที่จะกระทบต่อศักยภาพการทำกำไร หรือฐานะการเงินของธนาคารทั้ง 5 แห่ง และไม่เป็นประเด็นที่จะนำไปสู่การเพิ่มทุนอย่างที่มีความกังวลกัน ในทางตรงข้าม กลับจะสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติต่อฐานะการเงินของธนาคารพาณิชย์ไทยที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล

เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มแบงก์ “มากกว่าตลาด” เนื่องจากปัจจัยแวดล้อมต่างๆเอื้อต่อผลประกอบการงวดครึ่งปีหลัง และบวกเต็มที่ในปี 61-62 ที่คาดว่าจะกลับมาโตเฉลี่ย 11% ขณะที่ valuation กลุ่มแบงก์ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาค!!

อินเด็กซ์ 51