วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'หนุ่มแพะ' ถูกยัดข้อหาวิ่งราวเพชร 15 ล. ก้มกราบเท้าแม่ หลังถูกปล่อยตัว

'หนุ่มแพะ' ถูกยัดข้อหาวิ่งราวเพชร 15 ล้าน ก้มกราบเท้าแม่ ทันที ที่ถูกปล่อยตัวจากเรือนจำธนบุรี ยันไม่ได้ทำความผิด เผยมี ตร. 3 นาย ทำร้าย พยายามยัดข้อหา ยันไม่เคยเข้ากรุงเทพฯ กว่า 3 ปี 

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 26 ก.ย. ที่เรือนจำพิเศษธนบุรี แขวงและเขตบางบอน มี พ.ต.อ. ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะทีมงานท่ามกลางแม่ ภรรยา ญาติ และผู้สื่อข่าวที่ต่างมาเฝ้ารอติดตามความเคลื่อนไหว มาเฝ้ารอการปล่อยตัวหลังจากศาลมีคำสั่งยกฟ้องคดีวิ่งราวทรัพย์ที่เป็นเพชรมูลค่า 15 ล้านบาท

ต่อมา นายพิสิษฐ์ ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษธนบุรี ทันที ที่นายพิสิษฐ์ ออกจากเรือนจำ ได้ก้มลงกราบเท้าผู้เป็นแม่ทันที ขณะที่แม่นำน้ำมนต์มาพรมทั่วตัว นายพิสิษฐ์ เพื่อปัดสิ่งชั่วร้ายเพื่อให้มีชีวิตที่ดีกว่าเดิม

นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ดีใจมากที่ได้ออกมายืนยันความบริสุทธิ์ ที่สุดท้ายแล้วพิสูจน์ว่า ตนไม่ได้เป็นคนทำผิด ขณะที่อยู่ในเรือนจำนั้น ได้รับความดูแลอย่างดี ตนสบายกาย แต่ไม่สบายใจ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ที่ผ่านมานั้น ตนถูกล็อกตัวไปขณะที่กำลังเตรียมจะขายของ ที่จังหวัดนครพนม โดยถูกพาไปที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง มีชายอ้างเป็นตำรวจ 3 นาย ใช้เท้าเตะ และเอาผ้าขนหนูปิดหน้า พร้อมถามว่า เอาเพชรไปไว้ไหน ตนยืนยันว่าไม่รู้เรื่อง และไม่ได้เอาไป เตะให้ตายตนก็ไม่รู้เรื่อง ยิ่งทำให้ถูกทำร้ายจนยื่นขอเสนอขอวิดีโอคอลกับผู้เสียหาย เพื่อให้เห็นหน้าตา ว่า ตนไม่ได้ทำ แต่ผู้เสียหายกลับพูดเพียงว่า เอาเพชรไปไว้ไหนเท่านั้น

นายพิสิษฐ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ตนไม่ทราบว่า ทำไมตำรวจจึงเข้าใจว่าตนเป็นคนทำ เพราะยืนยันว่า ตนไม่ได้เข้ากรุงเทพฯ มา 3 ปี แล้ว ตลอดระยะเวลานั้น อยู่ที่ จ.นครพนม กับครอบครัวตลอด แต่สงสัยว่า อาจจะเป็นเพราะตนเคยใช้บัตรประชาชนไปซื้อและจำนำจักรยานยนต์ก่อนที่ตำรวจจะพบว่า บัตรประชาชนถูกนำไปเปิดซิมโทรศัพท์ติดต่อกับผู้เสียหาย อยากบอกตำรวจชุดนั้นว่า อยากให้จับคนร้ายตัวจริงให้ได้ และหลังจากออกจากเรือนจำ คงกลับไปขายของเหมือนเดิม ตนอยากไปอยู่กับครอบครัว คิดถึงแม่ ลูก ภรรยามาก ส่วนเรื่องคดีหรือฟ้องกลับนั้น ตนไม่รู้กฎหมาย ขอปรึกษาผู้เกี่ยวข้องก่อน และขอบคุณกระทรวงยุติธรรม เรือนจำและหลายๆ คนที่ช่วยเหลือตนมาตลอด

ขณะที่ พ.ต.อ.ดุษฎี รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เผยว่า พูดแล้วอายมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเงินที่รัฐจะเยียวยา เพียงแสนกว่าบาท แต่ในการสู้คดีนั้นทางครอบครัวกู้หนี้มามาก ในกรณีของนายพิสิษฐ์โชคดีที่มีความรู้กลับไปทำมาหากินได้ ขณะที่บางกรณีต้องเสียเงินจำนวนมาก และเมื่อชนะคดีก็กลับไม่สามารถออกไปประกอบอาชีพได้ เราจึงเล็งเรื่องสร้างอาชีพเป็นหลัก

ด้าน นายณัชพล สุพัฒนะ หรือมาร์ค พิทบูล ประธานชมรมมิตรภาพพิทบูล ซึ่งเป็นเครือข่ายภาคเอกชน แสดงความคิดเห็นว่า ทางภาครัฐต้องหันมาให้ความสำคัญกรณีเหล่านี้มากขึ้น เพราะมีแพะไม่รู้กี่รายต่อกี่ราย ซึ่งตนและเพื่อนไม่มีอำนาจทางคดี แต่มีอำนาจทางมวลชน ต้องช่วยกันเรื่องช่วยหนี้สินและธุรกิจที่ได้รับความเสียหาย โดยจะจัดหาทีมทนายช่วยหากนายพิสิษฐ์และครอบครัวต้องการฟ้องกลับตำรวจชุดจับกุม.