วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปปป.ยื่นสำนวนเงินทอนวัด ป.ป.ช.เอาผิด 23 วัด จ่อขยายผลเพิ่มอีก 100 แห่ง

บก.ปปป.ส่งสำนวนเงินทอนวัดลอตสองให้ ป.ป.ช.เอาผิดวัด 23 แห่ง มีเจ้าหน้าที่ "พศ.-พระ-ฆราวาส" ร่วมขบวนการ 19 ราย จ่อเล่นงานข้อหาเบียดเบียนทรัพย์สินวัดเป็นของตัวเอง เผยมีข้อมูลขยายผลเอาผิดอีก 100 วัด ตัวเลขทุจริตหลายร้อยล้านบาท

เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 60 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พ.ต.อ.วรายุทธ สุขวัฒน์ธนกุล รอง ผบก.ปปป. นำสำนวนคดีทุจริตเงินอุดหนุนบูรณะปฏิสังขรณ์วัดและพัฒนาวัด 23 แห่ง ตั้งแต่ปี 2555-2560 ความเสียหายประมาณ 140 ล้านบาท รวมเอกสารกว่า 13,000 แผ่น ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้เอาผิดกับผู้ถูกกล่าวหา 19 ราย โดย พ.ต.อ.วรายุทธ กล่าวว่า ปปป.ยื่นสำนวนคดีทุจริตเงินทอนวัดต่อ ป.ป.ช.เป็นครั้งที่ 2 โดยพบการทุจริตใน 23 วัด แต่ยื่นสำนวนเพียง 21 วัด ยังเหลือวัดบำเพ็ญเหนือ และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร ที่ต้องรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนนำมายื่นต่อ ป.ป.ช.อีกครั้งในวันที่ 29 ก.ย.นี้ ทั้งนี้ใน 21 สำนวน แยกผู้กล่าวหาเป็น 3 กลุ่ม คือ 1. ข้าราชการและอดีตข้าราชการ 13 ราย 2. พระเถระ 4 ราย 3. ประชาชน 2 ราย ในส่วนของข้าราชการและพระบางรูป จะถูกดำเนินคดีตามมาตรา 147 ใช้อำนาจหน้าที่เบียดเบียนทรัพย์เป็นของตัวเอง และความผิดมาตรา 157 ส่วนการออกหนังสือเชิญพระผู้ใหญ่ 4 รูป มารับทราบข้อกล่าวหานั้น มีเพียงพระครูวิสุทธิวัฒนกิจ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดวัดราชสิทธาราม ที่มารับทราบข้อกล่าวหา ยืนยันว่ากรณีที่เกิดขึ้นร้อยละ 90 เจ้าอาวาส พระและวัด ไม่มีส่วนรู้เห็น เป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ระดับสูง และระดับกลางของ พศ. วัดไม่เกี่ยวข้อง มีเพียงส่วนน้อยที่พระและวัดรู้เห็น

พ.ต.อ.วราวุธ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา บก.ปปป.มีหนังสือแจ้งไปยัง พศ.ให้ทราบถึงรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นข้าราชการ และอดีตข้าราชการ เพื่อให้ลงโทษทางวินัยแล้ว รวมทั้งรายงาน ศอตช.เพื่อดำเนินการต่อไป ขณะที่ในส่วนพระเถระมีหนังสือกราบเรียนสมเด็จพระสังฆราชแล้ว ขณะนี้ บก.ปปป.มีข้อมูลทุจริตเงินทอนวัดอีกประมาณ 100 วัด เป็นข้อมูลจาก พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ อดีต ผอ.พส.ที่เคยให้ไว้ โดยพบว่ามีการทุจริตชัดเจน แต่มีงบประมาณบางส่วนที่สูงมาก มูลค่าหลายร้อยล้านบาท บก.ปปป.จะรวบรวมพยานหลักฐาน ทำสำนวนส่งให้ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อไป โดยผู้ทำผิดเป็นบุคคลกลุ่มเดิมกับผู้กระทำผิดในคดี 2 ลอตแรก แต่อาจมีผู้กระทำผิดรายใหม่เพิ่มมาเล็กน้อย คาดว่าจะใช้เวลา 3-4 เดือน จะได้ข้อสรุป