วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พรุ่งนี้!! อ่านคำพิพากษา ลับหลัง'ยิ่งลักษณ์' แน่ อัยการ มั่นใจหลักฐาน

พรุ่งนี้ อ่านคำพิพากษา ลับหลัง "ยิ่งลักษณ์" เเน่นอน อัยการ มั่นใจพยานหลักฐาน คาดว่าช้าสุดศาลอ่านคำตัดสินไม่เกิน 09.30 น. 

เมื่อวันที่ 26 กันยายน นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน คณะทำงานคดีโครงการรับจำนำข้าวกล่าวถึงการเดินทางไปฟังคำพิพากษาในวันพรุ่งนี้ว่า ในฐานะอัยการโจทก์คณะทำงานอัยการในคดีนี้จะเดินทางไปฟังคำพิพากษาเเน่นอน สำหรับคดีนี้ ซึ่งในวันพรุ่งนี้ ศาลฎีกาเเผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง ได้นัดฟังคำพิพากษาไว้ 09.00 น. ซึ่งคาดว่า องค์คณะจะมีการทำคำวินิจฉัยกลางไว้ช่วงเช้าเเล้ว พอถึงเวลานัดก็สามารถที่จะออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำพิพากษาได้เลย คาดว่าไม่ช้า คงไม่เกิน 09.30 น.

นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ในครั้งนี้ศาลจะไม่ต้องรอตัวจำเลยว่า จะมาหรือไม่ เพราะเคยออกหมายจับปรับนายประกันไปก่อนหน้านี้ไปเเล้ว ถือว่า หลบหนีประกันในชั้นศาล พอถึงเวลาก็อ่านลับหลังได้เลย ตรงนี้เป็นข้อกฎหมาย

ถามว่า หากศาลยกฟ้องเตรียมเรื่องการยื่นอุทธรณ์หรือไม่ นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า เราต้องดูว่าศาลมีคำพิพากษาอย่างไร หากศาลยกฟ้องให้เหตุผลว่าอย่างไร ศาลลงโทษอย่างไรเหตุผลอย่างไร เเต่ทีมอัยการเราก็มีความพร้อมอยู่ ส่วนเรื่องมั่นใจลงโทษจำเลยได้หรือไม่ อยู่ที่ศาล ส่วนทางอัยการที่ยื่นฟ้องไปเเสดงว่า เรามีหลักฐานพอจึงฟ้องไป ที่เหลือเป็นดุลพินิจของศาล

"นัดแรกไม่มาเลื่อนไป 30 วัน ออกหมายจับปรับนายประกัน ต้องรอ 30 วัน ถึงอ่านได้ ศาลถึงนัดวันที่ 27 กันยายน พอถึงเวลาก็อ่านได้เลยไม่ต้องรอตัว"


ผู้สื่อข่าวรายงานถึงขั้นตอนทางกฎหมายเกี่ยวกับการอ่านคำพิพากษาในคดีโครงการรับจำนำข้าวและโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ที่จะมีการอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย ในวันที่ 27 กันยายน มีข้อความระบุว่า ในวันดังกล่าวซึ่งเป็นการนัดอ่านคำพิพากษาลับหลัง หลังจากที่ จำเลยไม่เดินทางมาในวันที่ 25 สิงหาคม เมื่อถึงเวลานัดหากจำเลยเดินทางมา ศาลก็จะเริ่มประชุมทำคำพิพากษาเพื่ออ่านให้จำเลยฟังต่อหน้า

ส่วนกรณีที่จำเลยยังไม่เดินทางมาตามเวลานัด ก็จะมีการรายงานเป็นลายลักษณ์อักษร ว่า ได้รอจำเลยจนถึงเวลาเท่าใด แต่จำเลยยังไม่มาศาล หลังจากนั้นองค์คณะก็จะมีการอ่านคำพิพากษากลางที่ได้ทำไว้ในช่วงเช้าวันดังกล่าวก่อนขึ้นบัลลังก์ ซึ่งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542

มาตรา 20 บัญญัติให้การทำคำสั่งที่เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดหรือการพิพากษาคดี ให้ผู้พิพากษาในองค์คณะผู้พิพากษาทุกคนทำความเห็นส่วนตนในการวินิจฉัยคดีเป็นหนังสือพร้อมทั้งต้องแถลงด้วยวาจาต่อที่ประชุมก่อนการลงมติ และให้ถือมติตามเสียงข้างมาก โดยองค์คณะผู้พิพากษาอาจมอบหมายให้ผู้พิพากษาคนใดคนหนึ่งในองค์คณะผู้พิพากษาเป็นผู้จัดทำคำสั่งหรือคำพิพากษาตามมตินั้นก็ได้
และคำสั่งที่เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดคดีหรือคำพิพากษาของศาล ให้เปิดเผยโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ส่วนความเห็นในการวินิจฉัยคดีของผู้พิพากษาในองค์คณะผู้พิพากษาทุกคนให้เปิดเผยตามวิธีการที่ประธานศาลฎีกากำหนด

และตามมาตรา 20 บัญญัติให้ความเห็นในการวินิจฉัยคดีอย่างน้อยต้องประกอบด้วย ชื่อคู่ความทุกฝ่าย เรื่องที่ถูกกล่าวหา ข้อกล่าวหาและคำให้การ ข้อเท็จจริงที่ได้จากการพิจารณา เหตุผลในการวินิจฉัยทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย บทบัญญัติของกฎหมายที่ยกขึ้นอ้างอิง คำวินิจฉัยคดี รวมทั้งการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งขั้นตอนในวันดังกล่าวแปลว่า หากคู่ความไม่มีใครเดินทางมาศาลก็จะออกนั่งพิจารณาและสั่งงดอ่านคำพิพากษาเพราะถือว่า จำเลยทราบคำพิพากษาโดยชอบเเล้ว แต่ในกรณีที่ในวันดังกล่าวหากอัยการโจทก์เดินทางมาในวันดังกล่าวศาลก็จะทำการอ่านคำพิพากษากลางที่ทำไว้ในวันนั้นให้โจทก์ฟังและถือว่าเป็นการอ่านโดยชอบด้วยกฎหมาย