วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรุงเก่าปูพรมแก้ปัญหาน้ำล้น-น้ำแล้ง

หยิกหยอกพอหอมปากหอมคอ ในวงประชุม ครม.สัญจร ที่สุพรรณบุรี-อยุธยา 2 จังหวัด...!

และก็เป็นไปตามสไตล์ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ลืมหยอดคำหวานนักการเมืองเจ้าถิ่น แต่เหนือสิ่งใดอยู่ที่การไปติดตามความคืบหน้าโครงการต่างๆที่ตั้งโจทย์ไว้ให้

วันนี้ จ.พระนครศรีอยุธยา ดร.สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด จึงแย้มแนวนโยบายทำงานให้ทันยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เน้นไปที่การบริหารจัดการ แก้ปัญหาอุทกภัยอย่างยั่งยืน

ด้วยเหตุปัจจัยเป็นพื้นที่มาบรรจบกันของแม่น้ำ 3 สาย เจ้าพระยา ลพบุรี และป่าสัก ฤดูฝนแทบทุกปีน้ำจึงไหลหลากเอ่อสูง ชาวบ้านต่างขวัญผวาหวั่นเกิดอุทกภัยรุนแรง ส่วนฤดูแล้งน้ำก็ขาดแคลน นี่คือโจทย์ใหญ่ของรัฐบาล

ดร.สุจินต์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาจึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง น้อมนำโมเดล “หลุมขนมครก” ในพระราชดำริ “ในหลวง” รัชกาลที่ 9 มาใช้เป็นตัวช่วยหยุดวิกฤติน้ำท่วม-น้ำแล้ง เมืองกรุงเก่า

ปักหมุดดำเนินการในพื้นที่ลุ่มต่ำ 7 ทุ่ง ได้แก่ ทุ่งเจ้าเจ็ด ทุ่งป่าโมก 20,854 ไร่ ทุ่งบ้านแพน 5,780 ไร่ ทุ่งบางบาล 20,630 ไร่ ทุ่งผักไห่ 124,083 ไร่ ทุ่งเจ้าเจ็ด 331,295 ไร่ ทุ่งบางกุ้ง 17,000 ไร่ ทุ่งบางกุ่ม 83,000 ไร่

ผนวกด้วยการ ปลูกข้าวเหลื่อมเวลา แล้วปรับปฏิทินเวลาเพาะปลูกให้สอดคล้อง เริ่มตั้งแต่กลางเดือนเมษายน และเก็บเกี่ยวข้าวให้เสร็จกลางเดือนกันยายน ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนเป็นทุ่งรับน้ำนาน 3 เดือน

พอน้ำลดทุ่งทั้ง 7 แห่ง รวมทั้ง “หลุมขนมครก” ก็แลดูคล้ายแก้มลิงมีน้ำไว้ใช้แก้ปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ยังจับมือกรมชลประทาน จัดโครงการ “ขุดดินแลกน้ำ” พัฒนาแหล่งน้ำเดิมและแหล่งน้ำใหม่ไว้รับน้ำหน้าฝน และช่วยผ่อนคลายปัญหาน้ำท่วม ทั้ง 14 อำเภอ จึงให้การตอบรับจนเกิดเป็น 15 โครงการ

ด้วยหลักการและเหตุผลดังกล่าวนี้จึงนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาในการประชุม ครม.สัญจรที่ผ่านมา

เชื่อว่าตามแนวทางนี้น่าจะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำล้น–น้ำแล้งของเมืองกรุงเก่าที่เกิดขึ้นแทบทุกปี....!

ซ้อน คงไสยภาคิน