วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เหมือนจบแต่ยังไม่จบ

โดย สายล่อฟ้า

ลุ้นชะตา กรรมลิขิต

27 กันยายน 60 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้นัดฟังคำพิพากษาคดีรับจำนำข้าว ซึ่งละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มิชอบปล่อยปละละเลยทำให้เกิดความเสียหาย

หลังจากก่อนหน้าที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในฐานะจำเลยคดีนี้ได้หลบหนีไม่มารับฟังคำพิพากษา

พูดง่ายๆว่า “หนีศาล”...ว่างั้นเถอะ

ศาลจึงออกหมายจับยึดเงินประกัน 30 ล้านบาท จนป่านนี้ยังไม่รู้ว่าหลบไปอยู่ที่ไหน นอกประเทศหรือในประเทศยังไม่มีใครบอกได้

แต่โดยรูปการณ์แล้วน่าจะนอกประเทศมากกว่า เพราะถ้ายังอยู่ในประเทศน่าจะเสี่ยงเกินไปจนทำให้ถูกจับได้

แม้รัฐบาล คสช. ได้ให้ตำรวจดำเนินการตรวจสอบว่า “ล่องหน” ไปได้อย่างไร จนกระทั่งได้เบาะแสว่ามีตำรวจ 3 นาย ขับรถพาหนีไปทางชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีตัวการใหญ่สั่งให้เป็นไปตามแผน

ก็ต้องดูว่าจะจับได้ไล่ทันมากน้อยแค่ไหน?

หากกระบวนการไล่ล่าครั้งนี้เริ่มออกมาดีมีประโยชน์ต่อ คสช. แต่เมื่อยังไม่ถึงจุดสุดท้ายหรืออาจจะกลายเป็น “มวยล้มต้มคนดู” คสช.ก็รับเละไป

แต่ที่แน่นอนก็คือศาลนัดฟังคำพิพากษานี้ไม่มีตัวจำเลยแน่โดยไม่ต้องไปตีความหรือคิดให้มากความ เพราะมิฉะนั้นคงไม่หนีไปก่อนหน้านี้

เช่นกันมีการคาดการณ์กันว่าศาลคงมีคำพิพากษาลับหลังเพราะไม่ว่าจะเลื่อนออกไปก็คงไม่มีประโยชน์เพราะจำเลยไม่มารับฟังอยู่แล้วจึงทำให้จบไปเสียเลยดีกว่า

คำพิพากษาที่จะออกมา 3 ทาง

1.พิพากษายกฟ้อง ไม่มีความผิด นั่นเท่ากับว่าพ้นผิดสามารถเดินทางกลับประเทศได้ อยู่ที่ว่าอัยการจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่เป็น

อีกเรื่องหนึ่ง

2.พิพากษาว่ามีความผิดแต่ให้รอลงอาญา กรณีนี้ถือว่าเป็นทางสายกลางที่สุดเท่ากับว่ามีความผิดแต่ไม่ต้องติดคุก ก็อยู่ที่อัยการจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่

3.พิพากษาจำคุกไม่รอลงอาญา ก็เท่ากับว่ามีความผิดชัดแจ้ง หากจำเลยมาฟังคำพิพากษาก็จะต้องถูกจำคุกทันที แต่ก็ยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ได้อยู่ที่ว่าศาลจะรับฟังหรือไม่

ที่สำคัญก็คือ จำเลยจะต้องมายื่นอุทธรณ์ด้วยตนเอง แต่ไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานใหม่ เพียงแต่ศาลจะเปลี่ยนองค์คณะในการพิจารณาดี

หากวิเคราะห์ผลจากคำพิพากษาไม่ว่าผลจะออกมารูปแบบใด โอกาสดีที่สุดก็คือไม่มีความผิดเท่ากับว่าเป็นผู้บริสุทธิ์สามารถโลดแล่นในทางการเมืองต่อไปได้

แม้จะถูก สนช.ถอดถอนก็คงระยะเวลาเพียง 5 ปี ที่ถูกเว้นวรรคทางการเมืองจากนั้นก็สามารถลงสมัครเลือกตั้งได้

ถ้าไม่มีคดีอื่นๆที่จ่อค้างอยู่ก็ไปสู้กันต่อไปในอนาคต

สูตรนี้ย่อมเป็นผลดีต่อพรรคเพื่อไทย และแนวร่วมที่ให้การสนับสนุนอย่างแน่นอน และจะส่งผลดีต่อการเลือกตั้ง และทำให้ คสช.หมองไปทันที

คงเดินทางกลับเมืองไทยทันทีเหมือนผู้ชนะ

หากออกทางอื่นคือมีความผิดแต่ให้รอลงอาญาก็น่าจะเป็นผลดีระดับหนึ่ง เพราะแม้จะมีความผิดก็ไม่ต้องรับโทษถึงขั้นติดคุก

สุดท้ายก็คือ มีความผิดมีโทษจำคุกก็คงจะไม่ได้เห็นโฉมภายในประเทศไทย แต่จะเผยโฉมในต่างประเทศเป็น “เงาหลอน” การเมืองไทยต่อไป

ไม่ต่างกับ “พี่ชาย” ที่บอกว่า ถ้าตัวเขาไม่มีความสุขทุกคนก็อย่ามีความสุข.


“สายล่อฟ้า”