วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พรุ่งนี้ 100 ปีธงชาติไทย

โดย ซูม

ท่านผู้อ่านคงรับทราบข่าวคราวกันแล้วนะครับ ว่าวันพรุ่งนี้ (28 กันยายน 2560) จะเป็นวันครบรอบ 100 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระราชทานธงไตรรงค์ ให้เป็นธงชาติของประเทศไทย

เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน และเพื่อให้เห็นถึงความสำคัญในฐานะที่ธงชาติไทยเป็นสัญลักษณ์แห่งการร่วมแรงร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวของคนไทย รัฐบาลได้ประกาศให้วันที่ 28 กันยายนของทุกปี เป็น “วันพระราชทานธงชาติไทย”

ถือเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของชาติที่มิใช่วันหยุดราชการ โดยให้เริ่มตั้งแต่ 28 กันยายน 2560 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 100 ปีเป็นต้นไป

ดังนั้น เนื่องในโอกาสของการเฉลิมฉลองวันพระราชทานธงชาติไทยที่จะจัดขึ้นเป็นปีแรก รัฐบาลจึงจัดให้มีพิธีการเชิญธงชาติขึ้นสู่เสาในเวลา 08.00 น. หรือแปดโมงเช้าวันพรุ่งนี้ขึ้นเป็นกรณีพิเศษ

โดยจะมีนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เดินทางมาเป็นประธานในการมอบธงชาติให้แก่ผู้อัญเชิญขึ้นสู่ยอดเสา และจะมีการบรรเลงเพลงชาติ โดยวงดุริยางค์ 4 เหล่าทัพ พร้อมด้วยการร้องเพลงชาติ นำโดยนายกรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาล

ขณะเดียวกัน ท่านนายกฯก็มีคำสั่งให้ทุกๆจังหวัดจัดพิธีการเชิญธงชาติและร้องเพลงชาติในลักษณะเดียวกันกับที่ทำเนียบรัฐบาล รวมทั้งได้ขอความร่วมมือไปยังภาคเอกชนและประชาชนทั่วประเทศอีกด้วย

ผมเกรงว่าท่านผู้อ่าน ซึ่งวันหนึ่งๆต้องอ่านข่าวจำนวนมาก ทั้งจากหนังสือพิมพ์และโซเชียลต่างๆ อาจจะลืมข่าวนี้ไปเสียแล้ว

จึงขออนุญาตนำมาเรียนเตือนความทรงจำอีกครั้งหนึ่งในวันนี้

ธงชาตินับเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งของแต่ละชาติ ที่พอมองเห็นปุ๊บก็สามารถจะบอกได้ทันทีว่าเป็นสัญลักษณ์ของชาติใด

นอกจากนี้ ธงชาติมักมีเรื่องราว มีความเป็นมาที่มีความเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมประเพณีอันสำคัญของแต่ละชาติอย่างแนบแน่น

ทำให้ธงชาติกลายเป็นสัญลักษณ์ที่มีความหมาย ความลึกซึ้ง และทุกประเทศถือว่าเป็นของสูงที่ควรแก่การหวงแหนและเคารพ

ตามประวัติศาสตร์เรื่องธงชาติที่บันทึกไว้ประเทศไทยของเรามีการใช้ธงชาติเป็นสัญลักษณ์ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยาเป็นธงสีแดงประดับไว้ตามเรือเดินสมุทรต่างๆ

จากนั้นก็วิวัฒนาการมาเป็นธงจักรสีขาวในผืนผ้าแดง มาจนถึงธงช้างสีขาวบนผ้าสีแดง ในยุคของกรุงรัตนโกสินทร์

จนมาถึงรัชสมัยของล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 จึงได้มีพระราชดำริเปลี่ยนมาเป็นธงไตรรงค์ดังเช่นปัจจุบันเพื่อความเป็นสากล

ทรงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ.2460 ใช้ธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทย และทรงใช้พระนามแฝง “วรรณะสมิต” อธิบายถึงความหมายของสีทั้ง 3 ลงตีพิมพ์ในหนังสือ “ดุสิตสมิต” ฉบับพิเศษ 2461 มีข้อความดังนี้

“ขอร่ำรำพรรณบรรยาย ความคิดเครื่องหมายแห่งสีทั้งสามงามถนัด

ขาวคือบริสุทธิ์ศรีสวัสดิ์ หมายพระไตรรัตน์และธรรมะคุ้มจิตไทย

แดงคือโลหิตไซร้ ซึ่งยอมสละได้เพื่อรักษะชาติศาสนา

น้ำเงินคือสีโสภา อันจอมประชา ธ โปรดเป็นของส่วนองค์

จัดริ้วเข้าเป็นไตรรงค์ จึงเป็นสีธงที่รักแห่งชาวไทย

ทหารอวตารนำไป ยงยุทธวิชัยวิชิตก็ชูเกียรติสยาม”

จากวันนั้นถึงวันนี้เป็นเวลา 100 ปี ที่ธงไตรรงค์ได้ทำหน้าที่ในฐานะสัญลักษณ์ของประเทศไทย ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั่วโลก

คนไทยเราอาจจะทะเลาะกันบ้าง ในยามบ้านเมืองเป็นปกติสุข

แต่ยามใดที่มีศึกเสือเหนือใต้ เราจะรวมกันเป็นหนึ่งเดียวเสมอ

เราจะร้องเพลงชาติไทยเสียงกึกก้อง เราจะเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่เสาด้วยความฮึกเหิม ว่าไทยแม้รักสงบ แต่ถึงรบมิขลาด เพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

หลายๆปีมานี้ เราไม่มีศึกเสือเหนือใต้ เราก็เลยทะเลาะกันเองจนวุ่นไปหมด แต่ก็น่าจะพอเสียทีนะครับ หันมาทำดีเพื่อพ่อ รู้รักสามัคคีถวายพ่อกันเถิด

พรุ่งนี้อย่าลืมร้องเพลงชาติไทย เคารพธงชาติไทยเวลา 8 โมงเช้า พร้อมๆกันทั่วประเทศไทย และทั่วโลกที่มีคนไทยนะครับ.

“ซูม”