วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รถไฟไทย-จีนเลื่อนลงเสา พ.ย.นี้ ทดสอบความรู้วศวกรจีนแล้ว 76 คน

นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา) ว่า ทั้ง 2 ฝ่ายได้ลงนามร่วมกันในสัญญา 2.1 การออกแบบรายละเอียดไปแล้ว คาดว่า จะมีการออกสัญญาเพื่อเริ่มต้นโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค.60 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 22-25 ก.ย. ที่ผ่านมา สภาวิศวกรไทยได้จัดอบรมและทดสอบวิศวกรจีนในโครงการรถไฟไทยจีน รุ่นที่ 1 แล้ว 76 คน จากนั้นจะเริ่มลงนามในแบบก่อสร้าง 3.5 กิโลเมตร (กม.) และกลางเดือน ต.ค.นี้ จะจัดส่งแบบการก่อสร้างให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อนำไปให้กรมทางหลวง (ทล.) ก่อสร้างต่อไป คาดจะเริ่มก่อสร้างได้ในเดือน พ.ย.60 จากเดิมที่จะตอกเสาเข็มเดือน ต.ค.60

ขณะที่ความคืบหน้าในการติดตามแผนปฏิบัติการด้านคมนาคมระยะเร่งด่วน (แอคชั่น แพลน) ปี 59 รวม 20 โครงการ วงเงิน 1,383,938.89 ล้านบาทนั้น ในส่วนของโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และสีเหลืองช่วง ลาดพร้าว-สำโรง ที่ลงนามในสัญญาก่อสร้างไปแล้ว ขณะนี้ ทยอยส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับเหมาบางส่วน แต่อีกบางส่วนอยู่ระหว่างการทำแผนจราจรร่วมกับตำรวจ คาด 2 เดือนจะแล้วเสร็จทั้งหมด ส่วนโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 1 รวม 5 เส้นทาง ระยะทาง 668 กม. มูลค่า 95,800 ล้านบาท แบ่งเป็นงานโยธา 10 สัญญา และงานติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณ 3 สัญญานั้น ได้เปิดประมูลงานโยธาแล้ว 9 สัญญา เหลืออีก 1 สัญญาคือ สัญญาที่ 2 เส้นทางมาบกะเบา-จิระ ที่ผ่านเมืองนครราชสีมา เพราะอยู่ระหว่างการปรับแบบก่อสร้าง ขณะที่งานติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณ 3 สัญญา วงเงิน 17,000 ล้านบาท คาดจะเปิดประมูลได้ช่วงปลายปีนี้

นายพีระพล กล่าวต่อถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-หัวหิน ระยะทาง 211 กม. วงเงิน 95,000 ล้านบาทว่า กระทรวงคมนาคมได้จัดทำรายละเอียดเพิ่มเติมส่งให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) แล้วตามข้อสังเกตควบคู่ไปกับการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ที่จัดทำเสร็จ และส่งให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) แล้ว สำหรับรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-ระยอง ในช่วงปลายเดือน ก.ย.นี้ คณะกรรมการกลั่นกรองของ รฟท.จะพิจารณาแนวทางการปรับเปลี่ยนเป็นรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน และจะเสนอให้คณะกรรมการนโยบายพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) พิจารณาเดือน ต.ค.นี้.