วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนช.จ่อถกมาตรฐานจริยธรรมคุมองค์กรอิสระ-นักการเมือง

สนช.เตรียมถกร่างมาตรฐานจริยธรรม คุมองค์กรอิสระ ส.ส. ส.ว. และ ครม. ตั้งเงื่อนไขละเอียดยิบคุมเข้มพฤติการณ์สุ่มเสี่ยง ห้ามเรียกรับผลประโยชน์มิชอบ คุกคามทางเพศ เปิดเผยความลับที่ประชุม เบียดบังเวลาราชการไปทำธุรกิจส่วนตัว และระวังการคบหาคนทำผิด ก.ม.ผู้มีอิทธิพล

เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ว่า ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันที่ 28 ก.ย.นี้ จะมีวาระพิจารณารายงานผลการศึกษาของคณะกรรมการจริยธรรม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เรื่องร่างมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน หัวหน้าหน่วยงานธุรการศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. ... ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเสนอ ซึ่งจัดทำตามรัฐธรรมนูญปี 60 มาตรา 219 ที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ รวมทั้งให้ใช้บังคับแก่ ส.ส. ส.ว. และ ครม.ด้วย โดยกำหนดให้ต้องทำภายใน 1 ปี นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่างมาตรฐานจริยธรรมมี 28 ข้อ กำหนดมาตรฐานจริยธรรมเป็น 3 หมวด คือ 1. มาตรฐานทางจริยธรรมที่เป็นอุดมการณ์ ให้ยึดถือผลประโยชน์ชาติเหนือประโยชน์ส่วนตน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ ไม่เรียกรับ หรือยอมรับทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด 2. มาตรฐานทางจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลัก คือ ไม่กระทำการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวมทั้งทางตรงหรือทางอ้อม ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอิสระ เป็นกลาง รักษาความลับในการประชุม พึงระวังไม่คบหาสมาคมกับคู่กรณี ผู้ประพฤติผิดกฎหมาย ผู้มีอิทธิพล ผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย และไม่กระทำการลักษณะล่วงละเมิดคุกคามทางเพศ 3. จริยธรรมทั่วไป เป็นการปฏิบัติหน้าที่เต็มกำลังความสามารถ ไม่เบียดบังเวลาราชการไปประกอบธุรกิจส่วนตัว ส่วนการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมมี 2 ลักษณะ คือ การฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม หมวด 1 มีลักษณะร้ายแรง ส่วนการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม หมวด 2 และ 3 ต้องพิจารณาว่า มีลักษณะร้ายแรงหรือไม่ โดยพิจารณาถึงพฤติกรรมการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติ เจตนา ความร้ายแรงของความเสียหายที่เกิดจากการฝ่าฝืน ส่วนบทลงโทษให้เป็นไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับว่าด้วยการนั้น