วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เทคโนโลยีการเชื่อมต่อ! 10 รู้จัก 'Bosch' ทำอะไรบ้างในประเทศไทย?

หลายคนคงเคยได้ยินแบรนด์นี้มาบ้าง เนื่องจาก Bosch เป็นบริษัทสัญชาติเยอรมันผู้จัดจำหน่ายเทคโนโลยีและบริการชั้นนำไปทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีบทบาทอย่างมากในการผลิตอุปกรณ์ที่ให้การเชื่อมต่ออุปกรณ์รอบตัวผู้บริโภค

ไทยรัฐออนไลน์ มีโอกาสได้คุยกับนายโจเซฟ ฮง กรรมการผู้จัดการ บ๊อช ประเทศไทย เกี่ยวกับวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยี โดยบ๊อชเองมีบทบาทที่สำคัญในการเชื่อมต่อ เมือง บ้าน อุตสาหกรรมต่างๆ หรือแม้กระทั่งยานพาหนะ และการเพาะปลูก เข้าด้วยกันด้วยอินเทอร์เน็ต โดยการออกแบบการเข้าถึงระบบควบคุมต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชัน

และนี่คือ 10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Bosch

1. ผลิตภัณฑ์ของบ๊อชจำหน่ายในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2466

2. บริษัทบ๊อชก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2429 โดย มร.โรเบิร์ต บ๊อช ณ เมือง สตุทการ์ท ประเทศเยอรมนี

3. บริษัท โรเบิร์ต บ๊อช มีธุรกิจที่สำคัญ 5 ด้าน คือ 1. Smart Home 2. Connected Mobility 3. Smart City 4. Connected Industry 5. Smart Agriculture

4. ธุรกิจที่จัดจำหน่าย โดยกลุ่ม บริษัท บ๊อช ประกอบด้วย 1. อะไหล่ยานยนต์ 2. เครื่องมือไฟฟ้า 3. ระบบรักษาความปลอดภัย 4. เทคโนโลยีระบบความร้อน 5. เทคโนโลยีขับเคลื่อนและควบคุมและเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์

5. Smart Home ของ บ๊อช คือเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะภายในบ้าน ซึ่งสามารถควบคุมได้ผ่านทางแอปพลิเคชันบนมือถือ แม้ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านั้นจะมาจากแบรนด์ที่แตกต่างกัน อาทิ คุณสามารถสั่งให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานขณะที่คุณไม่ได้อยู่ภายในบ้านได้

6. Connected Mobility บ๊อซเป็นผู้จัดจำหน่ายและผลิตด้านยานยนต์รายแรกของโลกที่มีการทดสอบขับขี่อัตโนมัติบนถนนสาธารณะ โดยมีการทดสอบรวมกันหลายพันกิโลเมตร คุณสามารถทดลองการขับขี่อัตโนมัติด้วยแว่นตาพิเศษเทคโนโลยีเสมือนจริงอย่าง VR glasses

7. บริษัทถือเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีเสมือนจริงหรือ Augmented Reality มาใช้ประโยชน์ในธุรกิจยานยนต์และเป็นองค์กรแรกที่นำเสนอแพลตฟอร์มเทคโนโลยีเสมือนจริงในด้านภาคอุตสาหกรรมและนำไปใช้กับการทดลองขับขี่อัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้ช่างเทคนิคมองเห็นส่วนประกอบต่างๆ ที่อยู่ภายในแผงหน้าปัดบนคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ตได้

8. Smart City หรือเมืองอัจฉริยะ บริษัทได้เสนอวิธีแก้ไขปัญหา ที่ครอบคลุมถึง ธุรกิจยานยนต์ พลังงาน การก่อสร้าง การรักษาความปลอดภัย และการบริหารจัดการเมืองด้วยระบบดิจิทัล แบ่งออกเป็น 3 ระบบดังนี้

    8.1 ระบบการตรวจสภาพการทำงานของแรงดันกระแสไฟฟ้าและการใช้พลังงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ (Non-Intrusive Load Monitoring) หรือเรียกย่อๆ ว่า NILM ซึ่งมีจุดเด่นคือสามารถวัดแรงกันกระแสไฟฟ้าและการใช้พลังงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิด และรวมไปถึงวัดการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลาต่างๆ ได้อีกด้วย ส่วนจุดเด่นอื่นๆ คือ 1. ช่วยค้นหาความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้ 2. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ 3. ช่วยลดค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน

     8.2 ระบบติดตามสภาพอากาศขนาดเล็ก สามารถแสดงภาพ วิเคราะห์ ประเมิน และตอบสนองต่อคุณภาพของอากาศ มีจุดเด่นก็คือ สามารถตรวจสอบติดตามสภาวะมลพิษในอากาศตามเวลาจริงทันที

     8.3 กล้องวงจรปิด ภายนอกมีความแข็งแรงทนทานสูง เหมาะสำหรับใช้ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม หมุนได้รอบทิศทาง 360 องศา และสามารถปรับมุมก้มเงยได้ 290 องศา

9. Connected Industry นโยบายอุตสาหกรรม 4.0 มีการนิยมใช้อย่างกว้างขวาง ทำให้มนุษย์และเครื่องจักรสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างคล่องตัวและปลอดภัย โดยมีซอฟต์แวร์ตรวจจับความคลาดเคลื่อนเพื่อให้ได้คุณภาพ ผลิตภาพ และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

10. Smart Agriculture ตัวช่วยในเรื่องด้านการเกษตรที่มีประสิทธิภาพสูง โดยการนำตัวเซ็นเซอร์ที่มีความละเอียดสูง และโซลูชั่นส์ต่างๆ มาให้กลุ่มเกษตรกรได้ใช้ประโยชน์ เช่น การตรวจสอบความชื้นและอุณหภูมิของดิน และยังช่วยติดตามผลการเจริญเติบโตของพืชผลได้อีกด้วย

นี้คือ 10 เรื่องน่ารู้ของ Bosch พร้อมบทพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงเจตนารมณ์ในการสร้างสรรค์และผลักดันทุกวงการอุตสาหกรรมโดยการนำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทุกๆ แวดวงธุรกิจรวมถึงกลุ่มผู้บริโภคด้วย

ซึ่งเราก็หวังว่าการเข้ามาของเทคโนโลยีในรูปแบบ IOT (Internet of Things) ของแบรนด์ต่างๆ จะช่วยให้การเชื่อมโยงของอุปกรณ์ต่างๆรอบตัวเราเป็นไปได้อย่างราบรื่นผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ตอย่างเสถียรและปลอดภัยมากขึ้น