วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชาวริมโขงหวั่นระเบิดแก่งน้ำโขงเดินเรือ กระทบชีวิตระบบนิเวศ

ชาวเชียงของ-เชียงแสน สะท้อนเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนริมโขง ยังห่วงกังวลต่อโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง เดินเรือจะกระทบวิถีชีวิตภาพรวมทั้งระบบนิเวศ และพระธาตุย่าหม่อน ศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน และความเสียหายแน่นอน ขณะที่รัฐมนตรีได้มีมติไปแล้ว...

เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 60 น.ส.ตรวงสรวง สกุลกลจักร ตัวแทนบริษัททีมคอนซัลติ้ง เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์เมเนจเม้นท์ จำกัด ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลความเห็นของ ปชช.ริมโขง ได้จัดเวทีรับฟังความเห็นของประชาชนต่อขอบเขตและแนวทางการศึกษา โครงการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการเดินเรือพานิชย์บนแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ในระยะที่ 2 ในโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง การจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนชนต่อโครงการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการเดินเรือพาณิชย์แม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ซึ่งมีประชาชนในเขตพื้นที่ 3 อำเภอของจังหวัดเชียงราย ที่มีพื้นที่ติดแม่น้ำโขง ในเขต ต.แม่เงิน และบ้านแซว อ.เชียงแสน และ ต.ศรีดอนชัย ต.ริมโขง อ.เชียงของ และวันที่ 25 ก.ย.60 จัดรับฟังที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอเวียงแก่น จ.เชียงราย


ตัวแทนโดยตัวแทนบริษัททีมคอนซัลติ้ง เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์เมเนจเม้นท์ จำกัด เผยว่า ได้รับมอบหมายให้ทำการศึกษาเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม และการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อโครงการในเขตประเทศไทยด้านจังหวัดเชียงราย โดยจะใช้ระยะเวลาในการศึกษาประมาณ 10 เดือน ซึ่งจะมีการเก็บข้อมูล 2 ฤดูกาลคือ ฤดูฝน ในเดือนตุลาคม และฤดูแล้งในเดือนธันวาคม และการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อโครงการ จำนวน 2 ครั้ง โดยครั้งนี้เป็นครั้งแรก และเมื่อทำการสำรวจข้อมูลเสร็จแล้วจะส่งข้อมูลการศึกษาให้กับบริษัทจีนที่เป็นเจ้าของโครงการเพื่อนำไปประกอบการออกแบบทางวิศวกรรมและประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคมอีกครั้ง ก่อนที่จะนำมาเสนอให้กับประชาชนไทยได้รับทราบช่วงต้นปี 2561


นายทองสุข อินทะวงษ์ ผญบ.หมู่ที่ 4 บ้านห้วยลึก ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย กล่าวว่า ความเดือดร้อนที่เกิดจากการขึ้น-ลงไม่ปกติของแม่น้ำโขง หลังจากมีการสร้างเขื่อนหลายแห่งบนแม่น้ำโขงในประเทศจีน ระบบนิเวศที่แปรปรวน น้ำขึ้นผิดฤดูกาลเนื่องจากการใช้งานเขื่อนทำให้ชาวบ้านไม่สามารถหาปลา รวมทั้งด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ และยังมีข้อเสนอว่า หากจะทำการค้าก็ควรไปใช้สะพานหรือถนนที่เป็นเส้นทางขนส่งในปัจจุบันแทน ซึ่งไม่ต้องทำลายธรรมชาติแม่น้ำโขง และหากดำเนินโครงการระเบิดแก่งนี้ เมื่อเกิดผลกระทบใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ รัฐบาลไทย หรือ จีน? 


นายสมศักด์ การินทร์จินดา ชาวบ้านบ้านแซว อ.เชียงแสน กล่าวว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่อาศัยติดกับแม่น้ำโขง มีอาชีพประมงที่หาปลาขายเป็นรายได้เลี้ยงครอบครัวและอาชีพเกษตรกรรม การเอาเกาะแก่งแม่น้ำโขงออกไปจะทำให้น้ำไหลเชี่ยว ตลิ่งทรุดพัง ไก สาหร่ายแม่น้ำโขงจะหายไปรวมทั้งอาชีพร่อนทองของชาวบ้าน จะเกิดมลพิษทางน้ำจากการเดินเรือขนาดใหญ่ พื้นที่เกษตรริมโขงของชาวบ้านก็คงจม เพราะระดับน้ำคงลึกมากกว่าเดิม ที่ผ่านมาเขื่อนจีนปล่อยน้ำก็ไม่ได้บอก ซึ่งควรจะมีการแจ้งเวลาที่ปล่อยน้ำให้ชาวบ้านได้รับทราบ 


นายสมดี จันเป็ง ชาวบ้านปากอิง ต.ศรีดอนชัย อ.เชียงของ กล่าวว่าจากโครงการสำรวจร่องน้ำเพื่อระเบิดแก่งในแม่น้ำโขงที่ผ่านมา เห็นว่าจีนจะดำเนินโครงการ และคณะรัฐมนตรีของไทยได้มีมติไปแล้ว แต่การศึกษาและการรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านกลับดำเนินการมาที่หลัง จึงสงสัยว่าความคิดเห็นของชาวบ้านมากมายที่เป็นข้อห่วงกังวลต่อโครงการนี้จะไปมีผลต่อการติดสินใจอย่างไร เมื่อรัฐบาลลงนามไปแล้ว และย้ำว่าข้อคิดเห็นที่ชาวบ้านพูดในวันนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ที่สำคัญคือ ตอนนี้มีการระเบิดแก่งน้ำโขงจริงๆ จะต้องส่งผลกระทบทั้งเสียง ต่อบ้านเรือน รวมทั้งระบบนิเวศ และที่สำคัญคือ พระธาตุย่าหม่อน ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านที่นี่ อาจจะได้รับความเสียหายแน่นอน


ทั้งนี้บริษัททีมฯ ได้รับการว่าจ้างจากบริษัทจีน CCCC Second Harbor Consultants เพื่อจัดเก็บข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม และการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เป็นการดำเนินการสำรวจออกแบบความเป็นไปได้และจำทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคมของแต่ละโครงการ ใช้เงินทุนประมาณ 1.2 พันล้านหยวน โดยรัฐบาลจีนสนับสนุนทุนผ่านกองทุน China-ASEAN Maritime Cooperation Fund เมื่อทำการสำรวจข้อมูลเสร็จแล้วจะส่งข้อมูลการศึกษาให้กับบริษัทจีนที่เป็นเจ้าของโครงการเพื่อนำไปประกอบการออกแบบทางวิศวกรรมและประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคมอีกครั้ง ก่อนที่จะนำมาเสนอให้กับประชาชนไทยได้รับทราบช่วงต้นปี 2561 จากนั้นจะส่งรายงานให้กับกรมเจ้าท่า เพื่อปฏิบัติตามกระบวนการต่อไป.