วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไลน์โมบาย-ศึกช้างชนช้าง

แม้บรรดาคู่แข่งจะออกตัว ไม่อยากพูดถึงบริการไลน์โมบาย ซึ่งเพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อต้นสัปดาห์ก่อน

แต่ลึกๆ พวกเขากำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อประเด็นการแข่งขันที่เป็นธรรมและเท่าเทียม ซึ่งนั่นเป็นเหตุให้ทั้งบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส และบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในนามทรูมูฟเอช ได้ทำหนังสือร้องเรียนถึงสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ให้ช่วยตรวจสอบไลน์โมบายว่าเป็นบริการที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

นำไปสู่การตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อเรื่องดังกล่าว ซึ่งนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. เป็นต้นไป

สาเหตุที่ทำให้ไลน์โมบาย กลายเป็น “บริการปริศนา” ในสายตาคู่แข่ง กสทช. รวมทั้งสื่อมวลชนจำนวนหนึ่ง เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการเปิดทดลองให้บริการเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว

ไลน์โมบายรุกทำการตลาดแบบฮือฮา ผ่านออนไลน์โซเชียลมีเดียด้วยการใช้คนดัง ดารามาช่วยขายสินค้า ซึ่งขณะนั้นอยู่ในช่วงทดลองให้บริการ

ธรรมดาของสื่อมวลชนเมื่อเกิดความสงสัย โดยเฉพาะต่อบริการใหม่ ซึ่งมีผู้เล่น “บิ๊กเนม” จากต่างประเทศอย่าง “ไลน์” เข้ามาเกี่ยวข้อง

ก็จำเป็นต้องมี “คำถาม” คำตอบที่ได้จากทีมประชาสัมพันธ์ของไลน์ประเทศไทยขณะนั้นคือ ไม่รู้เรื่อง เป็นการทำงานของบริษัทแม่ในต่างประเทศ ขณะที่ดีแทค ซึ่งเป็นเจ้าของโครงข่ายที่ไลน์โมบายให้บริการ ปฏิเสธให้รายละเอียด แต่ยืนยันไม่ได้ทำอะไรผิด

สถานะอันคลุมเครือของไลน์โมบาย นำไปสู่การถูกเรียกจาก กสทช. เพื่อเสาะหาความจริงว่าเป็นบริการประเภทใด ต้องขอใบอนุญาตหรือไม่ ตลอดจนขั้นตอนในการให้บริการ ซึ่งเป็นออนไลน์ทั้งหมด รวมการลงทะเบียนซื้อซิม ซึ่งตามระเบียบเป๊ะผู้ซื้อซิมต้องไปที่จุดบริการเอง โชว์บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล ที่ต้องการป้องกันปัญหาเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่นิยมใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิด

จากการตรวจสอบเบื้องต้นครั้งนั้น เลขาธิการ กสทช. อธิบายว่า ไลน์โมบายไม่จำเป็นต้องขอใบอนุญาต แต่ไม่ยอมให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยเฉพาะเมื่อต้องปรากฏเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ กระนั้นเขากระซิบว่า สำนักงาน กสทช.กำลังติดตามไลน์โมบายอยู่ และจะไม่ยอมให้เกิดความเสียหายต่อรัฐแน่

มาถึงตรงนี้ก็ต้องอธิบายเพิ่มเติมว่า สำหรับประเทศไทยผู้ให้บริการโครงข่ายมือถือ (Telecom Operator) จำเป็นต้องมีใบอนุญาต แต่ถ้าไม่อยากลงทุนสร้างโครงข่าย ก็สามารถเลือกเป็นผู้ให้บริการมือถือที่ไม่มีโครงข่าย แต่เช่าใช้โครงข่ายของคนอื่นหรือที่เรียกกันว่า MVNO ได้ ปัจจุบัน MVNO ที่รู้จักกันดีได้แก่ ซิมเพนกวิน

แต่ไลน์โมบาย ซึ่งในวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ระบุตัวเองเป็น “Digital Operator” ภายใต้ความร่วมมือระหว่างไลน์โมบายและดีแทคนั้น ไม่มีใบอนุญาตในฐานะ Operator ในไทย และยังต่างจากไลน์โมบายในญี่ปุ่น ซึ่งมีสถานะเป็น MVNO

แม้ปราศจากใบอนุญาต และสถานะน่าจะเป็นบริการเสริม หรือ โปรโมชั่น ในเครือดีแทค เท่านั้น แต่ไลน์โมบายกลับเล่นใหญ่ ทุ่มงบโฆษณาทีวี ที่ไม่เปิดเผยตัวเลขแต่น่าจะมีไม่น้อย แถมเคาะอัตราค่าบริการสุดเร้าใจ แบบที่ผู้ให้บริการรายเล็กทำไม่ได้

ความ “จัดหนัก” ในแบบของไลน์โมบาย กระแทกตาผู้ให้บริการภายใต้ใบอนุญาตอย่างเอไอเอสและทรูมูฟเอช ซึ่งถือเป็นพันธมิตรสำคัญของไลน์อย่างจัง ล่าสุดตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา ไลน์แจ้งผู้ใช้งาน Line Store ว่า ไม่สามารถเติมเครดิตหรือซื้อสินค้าด้วยบัตรเงินสด True Money หรือหักเงินผ่านเครือข่ายทรูมูฟเอชได้อีกต่อไป และนี่น่าจะเป็นการตอบโต้เบาๆในยกแรกจากทรูมูฟเอช

หากไลน์โมบายทำสำเร็จ สร้างฐานลูกค้าได้ในจำนวนที่น่าวิตก เชื่อว่าการตอบโต้ในยกต่อๆไปจะเข้มข้นดุดันขึ้นแน่ทั้งในแง่ของการทำตลาด และการต่อสู้เพื่อให้ไลน์โมบาย อยู่ภายใต้การแข่งขันที่เท่าเทียมกับรายอื่นๆ

เว้นเสียแต่สุดท้าย ลูกค้าไลน์โมบายจะกลายเป็นลูกค้าที่ย้ายไปจากดีแทคเสียเอง เนื่องจากโครงข่ายเดียวกัน แต่ค่าโทร.ประหยัดและโดนใจกว่าเยอะ

หากเป็นเช่นนั้น เอไอเอสและทรูก็คงแยกย้ายกันกลับที่ตั้ง นั่งตีขิมดูอยู่บนหิ้ง แบบสบายๆ.

ศุภิกา ยิ้มละมัย