วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘แมร์เคิล’ ชนะเลือกตั้งเป็นนายกฯ สมัย 4 -พรรคต้านผู้อพยพได้เข้าสภา

ผลการเลือกตั้งใหญ่ของประเทศเยอรมนีชี้ว่า นางอังเกลา แมร์เคิล จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปเป็นสมัยที่ 4 ขณะพรรคฝ่ายขวาจัดซึ่งต่อต้านการรับผู้อพยพ ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็น นาซี ได้เก้าอี้ในสภาครั้งแรก...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นางอังเกลา แมร์เคิล ผู้นำหญิงเหล็กแห่งประเทศเยอรมนี คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งใหญ่เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน ได้เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 4 แล้ว หลังจากได้คะแนนเสียงนำห่างจากผู้สมัครคนอื่นๆ เกือบทุกคน ขณะที่กลุ่มสหภาพคริสเตียน ‘CDU/CSU’ ซึ่งประกอบด้วยพรรคคริสเตียนประชาธิปไตย์ (ซีดียู) ของนางแมร์เคิล และพันธมิตรอย่างพรรค สหภาพสังคมคริสเตียนบาวาเรีย (ซีเอสยู) ได้คะแนนเสียงราว 33% ได้เก้าอี้ในรัฐสภาแห่งชาติมากที่สุด

ขณะที่คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดคือพรรค สังคมนิยมประชาธิปไตย ตามมาเป็นที่ 2 โดยได้คะแนนไป 20-21% ต่ำที่สุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่สิ่งที่เปรียบเหมือนระเบิดลูกใหญ่สำหรับการเมืองเยอรมนีคือ พรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี (เอเอฟดี) ซึ่งมีแนวคิดต่อต้านผู้อพยพได้คะแนนเสียงเลือกตั้ง 13% ได้เข้าสู่รัฐสภาเป็นครั้งแรก และกลายเป็นขุมกำลังทางการเมืองขนาดใหญ่อันดับที่ 3 ของเยอรมนี

นักวิเคราะห์หลายคนระบุว่า ผลงานโดดเด่นของพรรคเอเอฟดี ถือเป็นช่วงเวลาที่บอกถึงความเปลี่ยนแปลงในประวัติศาสตร์ของประเทศเยอรมนี ด้านหนังสือพิมพ์ยอดขายสูงสุดยอย่าง ‘บิลด์ เดลี’ เรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่า “แผ่นดินไหวทางการเมือง” ขณะที่นายซิกมาร์ กาเบรียล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศเยอรมนี เคยกล่าวเอาไว้ว่า ‘นาซีของแท้’ กำลังจะเข้าสู้รัฐสภาเยอรมันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2

อนึ่ง พรรคเอเอฟดีเพิ่งก่อตั้งมาได้เพียง 4 ปี มีความเชื่อมโยงกับพรรค ‘แนวหน้าแห่งชาติ’ ของฝรั่งเศส และพรรค ‘ยูคิป’ ของสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นกลุ่มขวาจัดที่ใช้กระแสต่อต้านผู้อพยพในยุโรปเพิ่มพูนเสียงสนับสนุนให้ตัวเอง นำไปสู่การเบร็กซิตของยูเค ขณะที่ เอเอฟดี แม้จะถูกกีดกันจากพรรคการเมืองกระแสหลัก แต่พวกเขาสามารถสร้างแรงสนับสนุนที่เข้มแข็งเป็นพิเศษในภาคตะวันออกของเยอรมนีซึ่งเคยเป็นคอมมิวนิสต์

ทั้งนี้ ด้วยการที่กลุ่ม CDU/CSU ของแมร์เคิลไม่สามารถคว้าเสียงข้างมากในรัฐสภาได้ และพรรคอันดับ 2 อย่าง ซีเอสยู ปฏิเสธไม่เข้าร่วมเป็นรัฐบาลผสมเหมือนที่ผ่านมาอีก ขณะที่พรรค เอเอฟดี จะเป็นฝ่ายค้านแน่นอน ทำให้เส้นทางการจัดตั้งรัฐบาลผสมหลังจากนี้เต็มไปด้วยอุปสรรค และอาจใช้เวลานานหลายเดือนในการเจรจากับพรรคการเมืองอีก 3 พรรคที่เหลือ เพื่อให้ได้เสียงข้างมาก