วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กระทรวงอุตฯ ปรับกลยุทธ์ปล่อยสินเชื่อกองทุนเอสเอ็มอีให้เร็วขึ้น

ปลัดอุตสาหกรรม ปรับกลยุทธ์ปล่อยสินเชื่อกองทุนเอสเอ็มอี ตามแนวประชารัฐ ให้รวดเร็วมีประสิทธิภาพขึ้น มั่นใจ ก.ย.นี้ เงินถึงมือ ไม่ต่ำกว่า 9,900 ล้านบาท แน่นอน...

เมื่อวันที่ 25 ก.ย. นายสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรม ดำเนินการปล่อยสินเชื่อให้กับเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพ ผ่านกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ วงเงิน 20,000 ล้านบาท โดยขณะนี้การดำเนินการพิจารณาสินเชื่อกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ณ วันที่ 14 ก.ย. 2560 ที่ผ่านมา มีจำนวนเอสเอ็มอียื่นคำขอรับสินเชื่อทั้งสิ้น 3,292 ราย วงเงิน 16,836 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามเพื่อให้การดำเนินการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปอย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ จึงได้ปรับกระบวนการดำเนินงานให้มีความกระชับและมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น รวมถึงปรับสัดส่วนวงเงินสินเชื่อใหม่ให้เหมาะสมกับความต้องการของเอสเอ็มอีในแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะไม่กระทบต่อเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อเดิม

ทั้งนี้ประกอบด้วย 4 ประเด็นหลัก 1.ลดขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ เหลือเพียง 2 ขั้นตอนเท่านั้นพิจารณาจากด้านของคุณสมบัติ และวัตถุประสงค์ในการขอรับสินเชื่อเป็นสำคัญ จากนั้นจะส่งเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์สินเชื่อได้ทันที 2.กำหนดให้คณะอนุกรรมการวิเคราะห์เอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐประจำส่วนกลาง/ประจำจังหวัด รวมถึง คณะอนุกรรมการบริหารกองทุนฯ ประจำส่วนกลางและประจำจังหวัด เปิดการประชุมเพิ่มขึ้นอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง จากเดิมประชุมอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

3.ผ่อนปรนการเรียกตรวจเอกสาร โดยขอให้ส่งเฉพาะเอกสารที่สำคัญและจำเป็นเร่งด่วน เข้าสู่กระบวนการพิจารณาก่อน ส่วนเอกสารประกอบอื่นๆ สามารถส่งตามภายหลังได้ และ 4.ปรับสัดส่วนวงเงินสินเชื่อ ซึ่งเดิมรายที่ขอสินเชื่อไม่เกิน 3 ล้านบาท จะอยู่ที่สัดส่วน 75% และรายที่ขอสินเชื่อไม่เกิน 10 ล้านบาท อยู่ที่สัดส่วน 25% มาเป็นสัดส่วน 50:50 เท่ากัน โดยสินเชื่อไม่เกิน 3 ล้านบาท อยู่ในสัดส่วน 50% และรายที่ขอสินเชื่อไม่เกิน 10 ล้านบาท อยู่ในสัดส่วน 50% ของวงเงินสินเชื่อทั้งหมดของกองทุน เพื่อเป็นไปตามความต้องการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในแต่ละพื้นที่ที่จำเป็นใช้วงเงินสูงขึ้นในการลงทุนและปรับปรุงกิจการ

สำหรับการปรับกระบวนการดำเนินงานดังกล่าว จะทำให้สามารถย่นระยะเวลาการทำงานให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังคงมีประสิทธิภาพในการพิจารณากระบวนการต่างๆ เท่าเดิม โดยคาดว่าภายในเดือน ก.ย.นี้ จะสามารถอนุมัติสินเชื่อได้ไม่ต่ำกว่า 9,900 ล้านบาท และภายเดือน ต.ค.จะสามารถอนุมัติสินเชื่อได้ไม่ต่ำกว่า 16,000 ล้านบาทได้อย่างแน่นอน

ขณะที่ นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ วงเงิน 20,000 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นทุนช่วยเหลือ สนับสนุนให้เอสเอ็มอีมีการพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงตามยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงช่วยเติมเต็มให้เอสเอ็มอีที่มีอุปสรรคไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนตามปกติไทย โดยการนำเงินทุนดังกล่าวนำไปลงทุนและปรับปรุงกิจการ ไม่ใช่เพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องทางการเงินให้แก่เอสเอ็มอี ดังนั้นผู้ประกอบการต้องใช้เวลาในการตัดสินใจในรายละเอียดของการลงทุน เช่น แบบก่อสร้าง spec เครื่องจักร จำเป็นต้องมีเอกสารข้อมูลประกอบการลงทุน ถึงแม้กองทุนจะผ่อนปรนเอกสารให้ตามกระบวนการดังกล่าว แต่ผู้กู้ต้องใช้เวลาตัดสินใจลงทุนหรือปรับปรุงกิจการ ดังนั้น สินเชื่อกองทุนจึงมีกระบวนการแตกต่างจากสินเชื่อปกติทั่วไปที่เน้นให้เงินทุนหมุนเวียนเพียงอย่างเดียว.