วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"กระทรวงการอุดมศึกษา" จัดทัพโครงสร้างใหม่สานฝันปั้น "มันสมองชาติ"

ศ.นพ.อุดม

กระทรวงการอุดมศึกษา

ชั่วโมงนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่า การจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจ ของสังคมไทย โดยเฉพาะของชาวมหาวิทยาลัยที่ส่วนใหญ่เหมือนจะลุ้นสุดตัว ว่าจะสามารถ “ปลดแอก” ตนเองออกจากกระทรวงศึกษาธิการ ได้ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หรือไม่ หลังจากที่อยู่ใต้ชายคาเดียวกันมานาน 10 กว่าปี เพราะพบว่าโครงสร้างที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ไม่เอื้อต่อการส่งเสริมสนับสนุนภารกิจทั้งงานวิชาการ การวิจัย การสร้างเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงการผลิตกำลังคน ให้สนองตอบต่อนโยบายประเทศไทย 4.0

งานการศึกษาชาติจึงต้องมีการจัดกระบวนทัพกันใหม่ ด้วยการแยกส่วนของอุดมศึกษาออกมาตั้งเป็นอีกกระทรวง เพื่อให้สมกับเป็น “มันสมอง” ของประเทศอย่างแท้จริง

“ทีมการศึกษา” ขอย้อนรอยแนวคิด และการเตรียมการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา เพื่อฉายภาพต่อสังคมส่วนรวม

นับตั้งแต่ปี 2546 เมื่อมีการรวมทบวงมหาวิทยาลัยไว้ในกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพด้านนโยบายการศึกษา ดูแลการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงอุดมศึกษา แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็พบว่าทำให้กระทรวงศึกษาธิการ ใหญ่โต เทอะทะ เจ้ากระทรวงมีภาระงานมากมาย เพียงแค่การศึกษาขั้นพื้นฐานก็มากจนไม่มีเวลาให้กับงานอุดมศึกษา กระแสเรียกร้องที่จะแยกงานการอุดมศึกษาจึงมีออกมาทุกรัฐบาล จนกระทั่งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ดูเหมือนจะได้รับการตอบสนองค่อนข้างชัดเจน เมื่อ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ มีการตั้งคณะทำงานเตรียมการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา โดยมี ศ.นพ.อุดม คชินทร อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และอดีตประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เป็น ประธาน ทั้งมีแนวทางที่ชัดเจน จนถึงวันนี้ มีร่าง พ.ร.บ. 3 ฉบับที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ..., ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบ บริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา พ.ศ. ... และร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ. ... จ่อคิวเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และวางโรดแม็ปที่จะตั้งกระทรวงให้ได้ในรัฐบาลนี้

ศ.นพ.อุดม เล่าถึงแนวทางของกระทรวงการอุดมศึกษาที่ควรเป็นในอนาคต ว่า “กระทรวงการอุดมศึกษา จะทำหน้าที่วิเคราะห์ กำกับทิศทางการผลิตกำลังคน ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา แม้เราจะมีมหาวิทยาลัยจำนวนมาก หลายกลุ่ม รวมทั้งมีมหาวิทยาลัยอิสระจำนวนมาก แต่ต้องยอมรับว่า เราไม่ได้มีความเชื่อมโยงกับนโยบายของประเทศ และไม่มีทิศทางการผลิตกำลังคนที่ชัดเจน โดยเฉพาะการสร้างงานวิจัย นวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นหัวใจของยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 และความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสถานการณ์โลก จึงมีความจำเป็นที่เราจะต้องปรับแนวคิด กระบวนการทำงาน รวมไปถึงโครงสร้างใหม่ ให้มีหน่วยงานหนึ่งขึ้นมา ซึ่งก็คือ กระทรวงการอุดมศึกษา เข้ามาทำหน้าที่เชื่อมโยง มหาวิทยาลัยกับรัฐบาล, เป็นตัวกลางเชื่อมโยงกับกระทรวงอื่นๆ และประสานกับภาคเอกชน แต่ก็จะไม่ละทิ้งความเป็น อิสระในการบริหารงาน ทั้งวิชาการงบประมาณ คน ทั้งมีภารกิจในการรวบรวมข้อมูลของการอุดมศึกษา เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาและประชาชนได้เข้าถึงข้อมูล และให้เกิดประโยชน์ต่อการวางแผนพัฒนาประเทศด้านต่างๆ...”

ส่วนกรณีที่มีเสียงทักท้วงด้วยกลัวว่าแม้จะมีกฎหมาย แต่เมื่อเป็นกระทรวงแล้วจะทำให้มหาวิทยาลัยที่มีความคล่องตัวอยู่แล้ว จะถูกดึงเข้าสู่ระบบราชการซึ่งไม่คล่องตัว รวมไปถึงฝ่ายการเมืองที่จะเข้ามาดูแลกระทรวงนี้ในอนาคตนั้น

ศ.นพ.อุดม ยืนยันหนักแน่นว่า “คณะทำงานที่ร่างกฎหมายมาจากอธิการบดีมหาวิทยาลัยหลายๆ แห่งที่รู้สภาพ ปัญหาดี เราต้องการทำทุกอย่างให้ดีขึ้น จะไม่มี ทางเพิ่มสิ่งที่จะผูกหรือรัดเราให้มีปัญหามากขึ้น ในร่างกฎหมายที่ทำไว้เขียนไว้ชัดเจนว่า มหาวิทยาลัยต้องมีความร่วมมือกับภาคเอกชน ต้องปฏิบัติจริง มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถ่ายทอดเทคโนโลยีร่วมกัน ดึงภาคเอกชนเข้าเป็นกรรมการ และ ให้การสนับสนุนได้ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งเดิมไม่มีกำหนดความสัมพันธ์กับภาคเอกชน...

...ขณะที่บุคคลซึ่งจะมาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการอุดมศึกษา จะกำกับมหาวิทยาลัย จะต้องผ่านและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เน้นสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย เป็นกระทรวงที่ไม่ใหญ่มาก รัฐมนตรีมีอำนาจน้อย พรรคการเมืองต้องหาคนที่เข้าใจงาน ซึ่งไม่ได้เข้ามากำกับ ควบคุม เพราะเนื้องานจะอยู่ที่มหาวิทยาลัยอยู่แล้ว แต่เข้ามาส่งเสริมสนับสนุนมหาวิทยาลัยให้ขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า ที่ผ่านมาเราขาดการเชื่อมโยงและการสนับสนุนอย่างจริงจัง ถ้าผลักดันส่งเสริมมหาวิทยาลัยอย่างจริงจัง ผมมั่นใจว่าภายใน 10 ปี ประเทศเราฉลุยแน่ ซึ่งมหาวิทยาลัยก็ต้องทำงานกับฝ่ายการเมืองให้ได้ ถ้าได้นักการเมืองที่ไม่เข้าใจ ก็ถือว่าประเทศเสียโอกาส ต้องทำใจอย่างเดียว”

“ทีมการศึกษา” เข้าใจดีถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของงานการศึกษาชาติที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาเพื่อรองรับกับความเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งรวมถึงการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา ขณะเดียวกัน เราก็เข้าใจมหาวิทยาลัยที่ถือเป็น “มันสมอง” ของประเทศ ซึ่งบางส่วน ยังกังวลต่อการเป็นระบบราชการ และต้องการมีความเป็นอิสระในการบริหารจัดการ สร้างองค์ความรู้ และผลิตกำลังคน เพื่อเป็นหลักในการพัฒนาประเทศ มีความยืดหยุ่นต่อการปรับตัว แต่คงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าความเป็นอิสระนั้น ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเชื่อมโยงและมีความรับผิดชอบต่อสังคมไทยด้วย

คงไม่มีใครอยากเห็นกระทรวงการอุดมศึกษาเป็นแค่กระทรวงเดิมๆ ที่แค่ปรับแต่งหน้าตาและตั้งขึ้นเพื่อเป็นการเพิ่ม “เก้าอี้ปลอบใจ” ฝ่ายการเมือง อีกตัวหนึ่งเท่านั้น

เพราะหากเป็นเช่นนั้น ไม่ใช่แค่เพียงประเทศไทยจะยังย่ำอยู่กับที่ และไม่ได้ประโยชน์อันใดเลยจากการตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา

แต่นั่นหมายถึงการทำให้งานการศึกษาของชาติโดยรวมถอยหลังเข้าคลองซ้ำซากอีกครั้ง.

ทีมการศึกษา