วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เบาใจที่รัฐบาลรู้ปัญหา "เหลื่อมล้ำสูง" ต้องรีบแก้

โดย ซูม

ผมอ่านพาดหัวข่าวใหญ่ของหน้าเศรษฐกิจหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับเมื่อวานนี้แล้วก็รู้สึกใจชื้นขึ้น จนต้องขออนุญาตนำมาเขียนต่อในวันนี้

“ทำอีก 2 ปี เศรษฐกิจติดลมบน...สมคิดยันรัฐบาลขาขึ้น แต่ยังห่วงเหลื่อมล้ำ”...คือข้อความตัวใหญ่ของพาดหัวข่าวที่ว่า

ตามมาด้วยข่าวท่อนแรกสุด ซึ่งเป็นการสรุปเนื้อข่าวทั้งหมดดังนี้

“สมคิดเชื่อมั่นการผลักดันนโยบายต่างๆของรัฐบาล จะทำให้จีดีพีปี 2560 สูงขึ้นกว่าที่ ธปท. และ สศช.คาดการณ์ไว้ แต่ยังไม่สบายใจ เพราะประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำสูง มีคนจนครึ่งประเทศ ทำให้รู้สึกว่าเศรษฐกิจยังไม่ดี ซึ่งรัฐบาลจะต้องนำดิจิทัลมาช่วยแก้ปัญหา”

คำว่า “สมคิด” ทั้งในหัวข่าวใหญ่และข่าวสรุปที่ผมคัดลอกมาสู่กันอ่านข้างต้นนี้ ก็คือท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นั่นแหละครับ จะเป็นสมคิดไหนเสียอีกล่ะ

ท่านไปกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ประเทศไทย 4.0 อนาคตเศรษฐกิจดิจิทัล” ในงานนิทรรศการนานาชาติ “Digital Thailand Big Bang 2017” เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ที่ผมอ่านทั้งพาดหัวข่าวและเนื้อข่าวที่ท่านพูดแล้ว รู้สึก “ใจชื้น” หรือมีความหวังขึ้นมาอย่างมาก ก็ตรงที่ท่านบอกว่าท่านเป็นห่วงเรื่อง “ความเหลื่อมล้ำ” นั่นแหละครับ

ท่านยกตัวเลขมาย้ำด้วยว่า แม้จีดีพีจะขยายตัว แต่ประชาชน 30 ล้าน หรือเกือบครึ่งประเทศ ซึ่งอยู่ในภาคเกษตรมีส่วนแบ่งในจีดีพีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

อันเป็นปัญหาที่ท่านจะต้องแก้ต่อไป และได้แจ้งให้นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทราบแล้ว ซึ่งท่านนายกฯก็เห็นด้วยว่าเป็นเรื่องที่จะต้องหาทางแก้ไข โดยในระยะสั้นๆ หรือระยะเฉพาะหน้า รัฐบาลได้ใช้วิธีออกมาตรการดูแลผู้มีรายได้น้อยไปพลางๆก่อน เช่น โครงการบัตรสวัสดิการ ที่เริ่มดำเนินแล้วเกือบทั่วประเทศ

แต่ระยะยาวรัฐบาลมีแนวทางที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้ดีขึ้น ด้วยการเพิ่มมูลค่าของสินค้าเกษตรผ่านการค้าขายทางอิเล็กทรอนิกส์ การสร้างกลุ่มผู้นำสมาร์ทฟาร์มเมอร์ และการสร้างโอกาสให้เกษตรกรเข้ามาใช้ดิจิทัลเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคต ฯลฯ

ผมดีใจครับที่ทราบว่าประเด็นปัญหาอันยิ่งใหญ่ของประเทศไทยปัญหานี้อยู่ในหัวใจของท่านและของรัฐบาลนี้

ท่านที่ติดตามคอลัมน์นี้เป็นประจำคงจะทราบดีว่า ผมได้เรียกร้องและฝากข้อคิดความเห็นมาตลอดว่า การเดินหน้าไปสู่ความทันสมัยจะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติกระฉูดขึ้นก็จริง แต่คนที่จะได้ ประโยชน์หรือได้ส่วนแบ่งจะเป็นคนกลุ่มน้อย และจริงๆก็คือกลุ่มคนที่รวยอยู่แล้ว

โดยเฉพาะโครงการอีอีซีที่จะนำไปสู่อุตสาหกรรมทันสมัยของประเทศที่เป็นโครงการโดดเด่นของรัฐบาลนี้

จะทำให้เกิดภาวะคนรวย รวยแล้วรวยอีก ส่วนคนจนนั้น แม้ในข้อเท็จจริงก็คงจะมีรายได้เพิ่มขึ้นบ้าง แต่เนื่องจากเพิ่มขึ้นน้อยกว่า ในที่สุดก็จะเป็นผลทำให้ช่องว่างนั้นถ่างกว้างออกไป

รัฐบาลจึงจำเป็นที่จะต้องทำทั้ง 2 ทาง คือจะต้องหาทางเพิ่มรายได้ของคนกลุ่มคนยากจนควบคู่ไปด้วย

ที่สำคัญจะต้องมีแผนงานที่จริงจังและมีผู้รับผิดชอบออกมาทำงานให้คนเห็นจนเป็นที่ประจักษ์ว่ารัฐบาลมิได้ทอดทิ้งปัญหานี้

จริงๆแล้วเท่าที่ผมติดตามก็ทราบว่ารัฐบาลนี้ ท่านก็ทำอยู่ และที่ท่านรองสมคิดปาฐกถาเมื่อวันศุกร์ก็แสดงว่ากำลังทำ

แต่เผอิญว่าท่านไม่มีแผนงานที่ชัดเจน และไม่มีตัวคนของผู้รับผิดชอบที่มีชื่อเสียงอย่างชัดเจนออกมาคอยพูด คอยให้ข่าว จึงเหมือนกับว่ารัฐบาลนี้ยังไม่ได้ทำเท่าไรนัก

ก็ฝากไว้ให้ลงมือทำอย่างจริงจัง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

มีบ้างไหม รัฐมนตรี หรือ รองนายกรัฐมนตรี ที่คนเห็นหน้าแล้วร้องฮ้อ! ถ้าไม่มีก็หามาใหม่ได้เลยครับ จะได้ตั้งคู่กับท่านรองสมคิดให้มาทำงาน 2 ด้านพร้อมๆกัน

คนหนึ่งเป็นกองหน้าเลี้ยงลูกบอลไปยิงประตูคู่ต่อสู้ อีกคนก็เป็นกองหลังคอยอุดประตู คอยอุดช่องว่างไม่ให้เหลื่อมล้ำมาก...ถ้าเล่นได้อย่างเข้าขากัน เก่งทั้งรุกทั้งรับละก็ ทีมไทยแลนด์ 4.0 จะไม่แพ้ใคร แถมไปโลดแน่นอนครับ.


“ซูม”