วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

การแข่งขันที่เป็นธรรม

ในเวทีการสัมมนาที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จากพรรคเพื่อไทย กล่าวว่ามีการเลื่อนโรดแม็ปการเลือกตั้งมาโดยตลอด จนคาดเดาลำบากว่าจะเป็นไปตามกำหนดหรือไม่? ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ฟันธงว่าจะต้องมีเลือกตั้งอย่างช้าในปี 2562 แต่ถ้าไม่มีก็ตัวใครตัวมัน

ในเวทีเดียวกัน นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิบดีมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ถ้าทำให้กฎหมายลูกไม่ผ่านสักฉบับ จะทำให้โรดแม็ปเลือกตั้งขยับออกไปอีกราว 1 ปี ยิ่งถ้าแก้รัฐธรรมนูญเพื่อแก้ปัญหานี้ก็ยังต้องเขยิบเวลานานเข้าไปอีก ส่วนผลการเลือกตั้ง เชื่อว่าจะไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมาก 376 เสียงที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้

ดร.ปริญญา เสนอทางออกให้ถอยกันคนละก้าว ให้ คสช.ปล่อย ส.ว.แต่งตั้ง 250 คนเป็นอิสระ ลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีด้วยตนเอง ทำหน้าที่ผู้แทนปวงชน และให้นายทักษิณ ชินวัตร ถอยจากพรรคเพื่อไทยเป็นข้อเสนอที่ฟังดูดี แต่น่าจะเป็นไปได้ยาก เพราะเป็นไปได้ชัดว่า คสช.ต้องการ ส.ว.แต่งตั้งมาตั้งแต่แรก แต่ไม่ทราบว่าเพื่ออะไร จนกระทั่งมีผู้ไขปริศนา

คงจำกันได้ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรก ซึ่งจัดทำโดยคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ อันมี ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน ถูก สปช.ซึ่งมาจากการแต่งตั้งของ คสช.คว่ำกลางสภา จึงต้องใช้บริการของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานร่างใหม่ และได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญ 2560 อาจารย์บวรศักดิ์เพิ่งจะถึงบางอ้อ “เพราะเขาอยากอยู่ยาว”

ความแตกต่างที่สำคัญของร่างทั้งสองฉบับ ฉบับบวรศักดิ์ให้มี ส.ว.200 คน มาจากการเลือกตั้งจังหวัดละหนึ่งคนรวม 77 คน มาจากการสรรหา 123 คน และ ไม่มีสิทธิเลือกนายกรัฐมนตรี ส่วนฉบับมีชัย มีบทเฉพาะกาลให้มี ส.ว. 230 คน จากการแต่งตั้งของ คสช. และมีสิทธิเลือกนายกฯร่วมกับ ส.ส. ฉะนั้น การจะให้ถอยปล่อยให้ ส.ว.เป็นอิสระ จึงยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา

แต่ยังไม่ชัดเจนว่า คสช.ต้องการ “อยู่ยาว” จริงหรือไม่ หากต้องการอยู่ยาวแสดงว่า คสช.กลายเป็นคู่แข่งทางการเมือง ไม่ใช่เป็นกรรมการกลางต่อไป จึงต้องลงแข่งขันอย่างเป็นธรรม สวนดุสิตโพลครั้งล่าสุดสำรวจพบว่า คนส่วนใหญ่มองว่านักการเมืองถูกแช่แข็ง ห้ามเคลื่อนไหว และเรียกร้องขอความยุติธรรมให้นักการเมือง โดยเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติ

ต้องยอมรับว่ากติกาการแข่งขันไม่เป็นธรรมอยู่แล้ว เพราะ คสช.แต่งตั้ง ส.ว.ได้ถึง 250 คน ส่วนพรรคการเมืองต้องไปไหว้เพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชน แต่ความเป็นธรรมที่อาจมีได้ คือการทำกิจกรรมทางการเมือง นายกรัฐมนตรีจัดประชุมสัญจรพบประชาชนได้ทั่วทุกภาค ซ้ำยังยึดทีวีทุกช่องเพื่อโฆษณาผลงานได้ทุกวัน แม้จะด่านักการเมืองก็ยังได้.