วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รถ BTS ลอตใหม่จ่อถึงไทย 22 ขบวน เริ่มทยอยเข้าต้นปี 61

ปรับโฉมภายในสว่างขึ้นกว้างขึ้น

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่บริษัทฯได้ลงนามในสัญญาซื้อรถไฟฟ้า 46 ขบวน 184 ตู้ มูลค่ารวมประมาณ 11,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2559 กับบริษัท ซีอาร์อาร์ซี ฉางชุน เรลเวย์เวฮิเคิล จำกัด 24 ขบวน และบริษัท ซีเมนส์ จำกัด 22 ขบวน เพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นทั้งในเส้นทางปัจจุบัน สายสุขุมวิท หมอชิต-แบริ่ง และสายสีลม สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ-บางหว้า ระยะทางรวม 36.25 กิโลเมตรและในเส้นทางส่วนต่อขยายจากสถานีแบริ่งไปสมุทรปราการ ระยะทาง 13 กิโลเมตร และจากสถานีหมอชิตไปคูคต จ.ปทุมธานี ระยะทาง 19 กิโลเมตร ซึ่งปัจจุบันมีผู้โดยสารตามปกติสูงสุดถึงเกือบ 900,000 เที่ยวคนต่อวันนั้น บัดนี้การผลิตขบวนรถไฟฟ้าขบวนใหม่ได้มีความก้าวหน้าไปเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ขบวนรถไฟฟ้าขบวนแรกที่ผลิตโดยบริษัท ซีเมนส์ จำกัด จะเดินทางถึงประเทศไทยประมาณต้นปี 2561 ซึ่งเมื่อขบวนรถไฟฟ้ามาถึงจะต้องทำการทดสอบระบบต่างๆภายใต้สภาพอากาศ สิ่งแวดล้อมจริง และทดลองวิ่งในสภาพพื้นที่จริง ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน สำหรับขบวนแรก และ 1 เดือน สำหรับขบวนถัดไป จากนั้นจึงจะเริ่มนำเข้าสู่ระบบการให้บริการ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ในเดือนกันยายน 2561 สำหรับขบวนรถไฟฟ้าที่ผลิตจากบริษัท ซีอาร์อาร์ซี ฉางชุน เรลเวย์ เวฮิเคิล จำกัด ก็มีความก้าวหน้าไปมากแล้วเช่นกัน โดยขบวนรถจะเริ่มส่งมอบได้ในเดือนมกราคม 2562 และจะเริ่มทดสอบระบบต่างๆอีกประมาณ 3-4 เดือน

นายสุรพงษ์กล่าวว่า ขบวนรถไฟฟ้าที่ผลิตใหม่นั้น ภายในจะปรับให้มีความสะดวกสบายในการใช้งานยิ่งขึ้น โดยมีการปรับภายในต่างๆ ดังนี้ 1.เปลี่ยนระบบแสดงเส้นทางและบอกสถานี (Dynamic Route Map, DRM) ด้านบนประตูทางเข้าผู้โดยสาร จากแบบเดิม LED เป็นแบบ LCD ซึ่งสามารถให้ข้อมูลสำหรับผู้โดยสารได้มากยิ่งขึ้น 2.เปลี่ยนระบบแสงสว่างจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ เป็น LED ตลอดทั้งตู้โดยสาร 3.ปรับและเพิ่มราวจับด้านบนให้เป็นสามแถว เพื่อให้ความสะดวกแก่ผู้โดยสาร 4.เพิ่มพื้นที่โดยสารให้มากขึ้นในแต่ละตู้โดยสาร 5.เพิ่มจำนวนปุ่มติดต่อพนักงาน (Passenger Communication Unit, “PCU”) ทุกประตูโดยสาร 6.ป้ายสัญลักษณ์ที่จอดรถเข็น (wheel chair)ที่พื้นรถไฟฟ้า

นอกจากการนำเข้าขบวนรถไฟฟ้าแล้ว บริษัทฯได้ลงทุนงบประมาณเพื่อปรับปรุงระบบตั๋วโดยสาร ซึ่งจะเปลี่ยนตู้จำหน่ายตั๋วโดยสารเป็นระบบสัมผัส Touch Screen ทั้งหมด ซึ่งจะช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเลือกสถานีที่จะเดินทางได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มสมรรถนะของตู้จำหน่ายตั๋วโดยสารเพื่อให้รองรับส่วนต่อขยาย และเส้นทางสายอื่นๆ อาทิ สายสีชมพูและสายสีเหลืองในอนาคต รวมทั้งการจัดซื้อตู้จำหน่ายตั๋วโดยสารที่สามารถรับธนบัตรด้วยมาเพิ่มในระบบอีก 50 ตู้ ปัจจุบันระบบรถไฟฟ้าบีทีเอสมีตู้จำหน่ายตั๋วโดยสารอัตโนมัติชนิดกดปุ่ม (TIM) 153 ตู้ซึ่งเป็น ตู้จำหน่ายตั๋วโดยสารที่ติดตั้งตั้งแต่เริ่มเปิดให้บริการ และมีตู้จำหน่ายตั๋วแบบรับเหรียญและธนบัตร (ITM) 34 ตู้.