วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รีวิว BMW NEW M5 ร้อนแรงสุดๆ ด้วยสี DARK RED METALLIC FIRST EDITION

BMW M5 เปิดตัวในงานแฟรงก์เฟิร์ตมอเตอร์โชว์ 2017 ด้วยสีที่ร้อนแรงสุดๆ นั่นก็คือสีแดง frozen dark red metallic ใน M5 First Edition ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษของสปอร์ตซาลูนตราใบพัดสีฟ้า-ขาว ซึ่งจะมาถึงในฤดูใบไม้ผลิของปี 2018 รุ่น "First Edition" ผลิตในรูปแบบ Limited Edition เพียงแค่ 400 คัน สำหรับการจำหน่ายทั่วโลก โดยมีเพียงแค่ 50 คันเท่านั้นสำหรับออเดอร์ในทวีปอเมริกาเหนือ

สำหรับรถ M5 รุ่น First Edition เจ้าของจะได้สัมผัสบางจุดบางตำแหน่งที่พิเศษและแตกต่างไปจาก M5 รุ่นมาตรฐาน ด้วยสีเมทัลลิคสีแดงเข้มแบบแช่แข็ง frozen dark red metallic สีที่ใช้พ่นบนตัวถังของ M5 ใหม่ สร้างแสงเงาแปลกๆ ที่งดงามโดดเด่น สีแดงเคลือบของมันดูเจ๋งกว่าสีของ M5 ทุกรุ่นที่ BMW เคยผลิต รูปลักษณ์ยังคงความสปอร์ตดุดันด้วยแอร์โรพาร์ทด้านหน้า ตะแกรงรูปไตคู่ประทับตราสัญลักษณ์ M สปอยเลอร์หน้ามีช่องรับอากาศเพื่อระบายความร้อนในห้องเครื่องยนต์คล้ายกับรถ M-Car ในยุคนี้ ที่ชอบใช้ตะแกรงพลาสติกขนาดใหญ่ติดตั้งในสปอยเลอร์หน้า ล้ออัลลอยลาย M ใหม่ล่าสุด ขอบ 20 นิ้ว ใหญ่โตเต็มซุ้มล้อของ M5 First Edition 


ภายใต้ฝากระโปรงหน้าติดตั้งขุมกำลังใหม่ล่าสุดของ M-Power เป็นเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.4 ลิตร เทอร์โบชาร์จเจอร์ เทคโนโลยี BMW M Twin Power Turbo กำลัง 600 แรงม้า กับแรงบิด 553 lb-ft หรือ 750 นิวตันเมตร แรงบิดจากเครื่องยนต์ถูกส่งผ่านเกียร์อัตโนมัติลูกใหม่แบบ 8 สปีด ผลิตโดยค่าย ZF เป็นระบบส่งกำลังอัตโนมัติที่ได้รับการปรับจูนอัตราทดเฉพาะสำหรับ M5 ใหม่

BMW New M5 เร่งความเร็วจาก 0-96 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 3.2 วินาที เป็น M5 ที่เร็วที่สุดในสารบบ อัตราเร่งที่ดุเดือดจากเครื่อง M-Power รุ่นใหม่มีความรุนแรงพอฟัดพอเหวี่ยงกับ BMW M4 GT-S ที่ตัวเล็กและเบากว่า แรงบิดแบบจัดเต็มในรอบเครื่องต่ำเพียง 1,800 รอบ/นาที โดย ECU ที่ควบคุมเครื่องยนต์อนุญาตให้เจ้าของระเบิดพลังงานด้วยแรงบิดที่ต่อเนื่องยาวนาน แม้จะถูกอัดอย่างต่อเนื่องไปจนถึง 5,700 รอบต่อนาที ทำให้การแซงในย่านความเร็วสูงเป็นเรื่องง่ายใน M5 ส่วนความเร็วสูงสุดจะถูกจำกัดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์แค่ 155 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แพ็กเกจ M Driver's Package ปลดล็อกความเร็วสูงสุดไปที่ 189 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 304 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งนับว่าเร็วมากๆ สำหรับรถ 4 ประตูในปัจจุบัน แต่แฟนคลับ M-Car จำนวนไม่น้อยอยากเห็น BMW M5 รุ่นใหม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้แบบไม่มีข้อจำกัด ด้วยแรงม้าและแรงบิดที่มากกว่าเดิม ไม่แน่ว่ารุ่นพิเศษที่จะตามออกมาอาจทำความเร็วทะลุ 200 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 321 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เร็วสูสีกับ Lamborghini Huracan กันเลยทีเดียว

BMW New M5 มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ดังนั้นประโยชน์ของการขับเคลื่อนด้วยล้อทั้งหมดที่เพิ่มเข้ามาใน M5 คือความรุนแรงและการยึดเกาะที่ดีขึ้น สำหรับ M5 รุ่นเก่ามีข้อจำกัดในแง่ของสมรรถนะด้วยการปั่นแรงบิดลงล้อหลังเท่านั้น M xDrive ใน BMW M5 ใหม่สามารถขับได้ด้วยการผสมผสานความสปอร์ตและความแม่นยำที่ไม่เคยมีมาก่อนใน M5 รุ่นเก่า ทั้งบนสนามแข่งและบนถนนที่เปิดโล่งขณะขับขี่ ด้วยความสามารถในการปรับทิศทางและประสิทธิภาพในการควบคุมที่ดีขึ้นอย่างมาก ลบข้อจำกัดของสมรรถนะในอดีตเมื่อขับขี่ในสภาพอากาศที่ไม่พึงประสงค์ เช่น บนถนนเปียกชื้นหรือหิมะ Frank van Meel วิศวกรของ BMW M มาจาก Audi Sport (เดิมชื่อ Audi Quattro GmbH) เป็นคนที่รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยลงมือพัฒนาระบบขับเคลื่อนทุกล้อให้สมบูรณ์แบบใน New M5 
 

เมื่อสตาร์ตเครื่องยนต์  BMW M5 จะอยู่ในโหมด 4WD พร้อมการทำงานของระบบควบคุมการทรงตัว DSC (Dynamic Stability Control) ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งระบบขับเคลื่อนตามความชอบของตัวเองได้ โหมด "4WD Sport" จะส่งพลังแรงบิดเฉลี่ยให้กับล้อหลังมากกว่าทุกโหมด นอกจากนี้ DSC สามารถจะเปลี่ยนเป็น MDM (M Dynamic Mode) พร้อมการขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ ทดหน้า 50% และหลังอีก 50% ระบบกระจายแรงบิดสามารถผกผันแรงไปยังแต่ละล้อได้อย่างอิสระประสบการณ์เต็มรูปแบบของ M5 คือโหมด "2WD" ซึ่งจะตัดการต่อเชื่อมกับเพลาหน้าออก เจ้า M5 จะกลายร่างเป็นรถสปอร์ตขับเคลื่อนล้อหลังซึ่งพร้อมที่จะดริฟต์ได้อย่างยาวนานหากมีพื้นที่มากพอ 

สิ่งที่ยอดเยี่ยมของ BMW M5 ก็คือ DSC สามารถปิดการทำงานได้อย่างสมบูรณ์ในทุกโหมด ดังนั้นถ้าแทร็กเปียกและคุณต้องการความปลอดภัยเต็มรูปแบบด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ M5 สามารถคาอยู่ในโหมด 4WD เต็มรูปแบบกับระบบช่วยทรงตัว DSC ในตำแหน่งที่ถูกปิด หากแทร็กเปียกชื้นสามารถกดโหมดขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อมเปิดการทำงานของระบบ DSC ได้ และหากแทร็กแห้งหรือต้องการเร่ง adrenaline โหมด 2WD พร้อมกับ DSC ที่ถูกปิด จะทำให้ดริฟต์ได้อย่างสวยงาม M xDrive ใน BMW M5 นอกเหนือไปจากการขับเคลื่อนที่แม่นยำและคล่องตัว ยังช่วยเพิ่มการควบคุมการทรงตัวในทุกๆ สถานการณ์ในชีวิตประจำวัน

ระบบรองรับด้านหน้าแบบดับเบิ้ลวิชโบนปีกนกคู่อัลลอยที่คุ้นเคย ส่วนระบบกันสะเทือนด้านหลังยังคงเป็นแบบ multi-link แต่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด รองรับการขับขี่ในย่านความเร็วสูงด้วยความเสถียร M5 ยังมีตลับลูกปืนแบบยืดหยุ่นสำหรับล้อหลังเพื่อลดแรงเสียดทานของช่วงล่างด้านหลังมีการเสริมคานรูปตัว x เพิ่มความแข็งแกร่งของแชสซีด้านหลัง ข้อต่อแบบ tower-to-bulkhead เพิ่มความแข็งแกร่งของส่วนหน้า ทำให้การเลี้ยวมุมแคบคมชัดขึ้น

ยางขนาดใหญ่ 275/35 ZR 20 ที่ด้านหน้า และ 305/30 ZR 20 ที่ด้านหลัง สารประกอบในเนื้อยางนี้ได้รับการออกแบบมาเฉพาะสำหรับรถ BMW M5 ใหม่ ซึ่งเหมือนกับ BMW M2 ซึ่งเป็นยางที่มีสารประกอบเฉพาะของตัวเองผลิตจาก Michelin รุ่น Pilot Sport 4 ส่วนล้ออัลลอยด์ขนาด 19 นิ้วของ M ซึ่งเป็นล้อมาตรฐานใน M5 รุ่นปกติ สำหรับ BMW M5 เวอร์ชั่นพิเศษยัดล้อสีดำลายก้านคู่ใหญ่ยักษ์ถึง 20 นิ้วตามที่เห็นในภาพ M5 มาพร้อมกับระบบห้ามล้อเกรดซุปเปอร์คาร์ เบรกหน้าติดตั้งคาร์ลิปเปอร์อัลลอยแบบ 6 พอต พร้อมจานเจาะรูระบายความร้อน เบรกหลังใช้คาร์ลิปเปอร์ 4 พอต พร้อมตัวช่วยเบรกที่ทำงานร่วมกับระบบรักษาเสถียรภาพของตัวรถ ออฟชั่นพิเศษกับชุดเบรกคาร์บอนเซรามิก เป็นคาร์ลิปเปอร์สีทองที่สวยงามของ M-Power กับจานเบรกที่ทำจากคาร์บอนที่มีประสิทธิภาพสูงพอๆ กับเบรกรถแข่ง หลังคาคาร์บอนไฟเบอร์ ฝากระโปรงหน้าอลูมิเนียม เพื่อทำให้ M5 นี้เบากว่ารุ่นก่อน แต่ไม่ยักใช้ตัวถังคาร์บอนเหมือน Series-7.


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/