วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มท.1 เชื่อมั่นกลไกแต่งตั้ง ผวจ. ยันปมห้วยเม็กทำตามขั้นตอน

มท.1 เป็น ปธ.มอบนโยบาย-แนวทางทำงานให้ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ พร้อมแสดงความยินดีกับ ผวจ.คนใหม่ทุกคน เชื่อมั่นกลไกแต่งตั้ง มท.หลากหลาย ชี้ ผู้ว่าฯ ควรเติบโตมาจากสายปกครอง เพราะใกล้ชิด ปชช. แจงปมห้วยเม็ก ยันทำตามขั้นตอน

เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 60 ที่โรงแรมปรินซ์พาเลซ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานตามนโยบายรัฐบาล และภารกิจสำคัญของประทรวงมหาดไทย ประจำปีงบประมาณ 2561 โดยมี นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเข้าร่วม 

โดย พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการพูดคุยถึงการทำงานในช่วงต่อไป ตั้งแต่ระดับปลัดกระทรวงมหาดไทยลงไป ซึ่งกระทรวงมหาดไทยขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีอายุมากขึ้น มาช่วยงานของกระทรวง เพราะว่างานในระดับผู้ปฏิบัติถือเป็นส่วนสำคัญที่สุด กระทรวงมหาดไทยถือเป็นผู้บูรณาการการทำงานทั้งหมดในพื้นที่ ดังนั้น ความคาดหวังของประชาชน และรัฐบาลอยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องหันมาหาผู้ว่าราชการจังหวัด ตนเห็นว่าตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดไม่น่าเป็นเลย เพราะไม่มีเวลาส่วนตัว ต้องดูทั้งไฟไหม้ น้ำท่วม อุบัติเหตุ อุบัติภัย ต้องไปยุ่งกับทุกงาน แม้ว่าไฟไหม้จะดับเพลิงเองไม่ได้ก็ต้องไปยืนอยู่ตรงนั้น เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับประชาชน แม้แต่ระดับนายอำเภอเวลาไปงานไหน ก็ต้องพูดอธิบายงานให้ระดับผู้ใหญ่ฟัง ตนเคยทำงานร่วมกับนายอำเภอมาก่อน ซึ่งถือว่าไม่ใช่เป็นแค่ลูกเจี๊ยบ แต่เป็นขุนศึกของผู้ว่าราชการจังหวัด

"ขอแสดงความยินดีกับผู้ว่าราชการจังหวัดคนใหม่ ผมเชื่อมั่นกลไกการแต่งตั้งของกระทรวงมหาดไทย ต้องมีความหลากหลาย บางคนเก่งตั้งแต่เป็นปลัดอำเภอ ส่วนบางคนก็เก่งในระดับกรม แต่คุณภาพของทุกคนถือว่าใช้ได้ ผมมาเป็น รมว.มหาดไทยก็เห็นว่าคนที่ทำงานกับประชาชน คือนายอำเภอ ดังนั้นคนที่จะขึ้นเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดต้องมาจากสายปกครอง เพราะอยู่กับประชาชนมาก่อนและจะรู้เรื่องของประชาชนดีที่สุด ในส่วนของเรื่องโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดิน ผมจะเน้นการทำงานของกระทรวงมหาดไทยว่า ต้องเกิดประสิทธิภาพ แต่จะทำอย่างไรให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำงานได้ครบถ้วนและดี ผมพยายามทำตั้งแต่เข้ามาเป็น รมว.มหาดไทยในปีแรก ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดต้องไม่เก่งคนเดียว แต่ต้องใช้ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ได้ทั้งหมด ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ดังนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดต้องไปดูให้ดี และทำให้ครบถ้วน อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาผมไม่มีความประสงค์ร้ายกับใครทั้งสิ้น" พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

นอกจากนั้น พล.อ.อนุพงษ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ได้ลงนามอนุมัติให้ บริษัท เคทีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด หรือ กระทิงแดง ใช้ที่สาธารณะห้วยเม็ก จ.ขอนแก่น ว่า พื้นที่สาธารณะใครก็สามารถใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน หรือชาวบ้าน ถ้าขอมาเราก็ต้องให้ ที่ผ่านมาก็เคยมีการขอสร้างโรงเรียน โรงหมอ และเทศบาล แต่เราก็มีเงื่อนไข 5 ปี ถ้าผิดเงื่อนไขก็ต้องเพิกถอนหรือยกเลิกสัญญาได้ ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงาน พยายามจะยื่นเรื่องให้ขอเพิกถอนพื้นที่สาธารณะเป็นพื้นที่ราชพัสดุ แต่ในส่วนของพื้นที่ห้วยเม็กยืนยันว่ามีการดำเนินการตามขั้นตอน และทำสัญญาประชาคม ซึ่งการทำสัญญาประชาคมประชาชนในพื้นที่ก็ต้องเห็นด้วย จากนั้นจึงจบสิ้นกระบวนการ และทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็จะไปติดประกาศในพื้นที่ดังกล่าวเป็นเวลา 30 วัน ถ้าไม่มีประชาชนคัดค้านก็จะส่งเรื่องขึ้นมาในระดับจังหวัด เพื่อสอบถามหน่วยงานต่างๆ ว่า ได้รับผลกระทบหรือไม่ จากนั้นก็ส่งต่อให้ รมว.มหาดไทยดำเนินการลงนาม เพราะเป็นพื้นที่สาธารณะที่เกิน 10 ไร่ขึ้นไป จากนั้นตนก็ให้ความเห็นชอบ ซึ่งมันก็น่าจะจบสิ้น

"ผมอนุมัติให้บริษัทเอกชนในพื้นที่สาธารณะได้ แต่ก็มีการโยงเรื่องที่ลูกชายบริษัทหนีคดี สังคมเราก็เป็นแบบนี้ ผมอธิบายสื่ออย่างไร เขาก็พยักหน้าและถามว่าเห็นหนังสือคัดค้านหรือไม่ ผมก็บอกว่าไม่เห็น จากนั้นก็มีสื่อมวลชนอ้างว่าผมไม่ได้รับรายงานเรื่องการคัดค้านของประชาชน ทั้งที่ความเป็นจริงถ้ามีการคัดค้านจากประชาชนในพื้นที่เกิดขึ้น มันก็จะจบตั้งแต่ขั้นตอนแรก แต่ก็มีการพยายามเขียนว่าบิ๊กป๊อกอ้างไม่ได้รับเรื่องคัดค้านของประชาชน โดยระบุว่าบิ๊กป๊อกปัด สิ่งเหล่านี้ผมขอพูดเพื่อเป็นตัวอย่างในการทำงานให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับทราบ และผมกำลังให้คนไปหาข้อมูลขั้นต้น แต่ต่อมาทางบริษัทดังกล่าวก็ได้ยกเลิกการขอใช้พื้นที่สาธารณะ สื่อมวลชนก็มาถามผมว่าสบายใจหรือไม่ ขอบอกว่ายังไม่สบายใจ เพราะต้องหาข้อเท็จจริงให้ได้ที่บอกว่ามีประชาชนคัดค้าน" พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว