วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มูลนิธิไทยรัฐ จัดอบรมความเป็นพลเมืองดีให้ครู 23 ร.ร.ไทยรัฐภาคเหนือ

'มานิจ - วิเชน' นำคณะมูลนิธิไทยรัฐ จัดอบรมสัมมนาความเป็นพลเมืองดีให้กับครู 23 โรงเรียนไทยรัฐวิทยาภาคเหนือ ตามแผนยุทธศาสตร์คู่มือการจัดกิจกรรมเรียนรู้เพื่อสร้างความเป็นพลเมืองให้คณะครู สู่ห้องเรียน...



เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 ก.ย.60 ที่โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ นายมานิจ สุขสมจิตร บรรณาธิการอาวุโสหนังสือพิมพ์ไทยรัฐและกรรมการบริหารมูลนิธิไทยรัฐ นายวิเชน โพชนุกูล เลขาธิการมูลนิธิไทยรัฐ ได้เปิดโครงการอบรมสัมนาความเป็นพลเมืองดีให้กับครูโรงเรียนไทยรัฐวิทยาในภาคเหนือ 23 โรงเรียน จำนวน 70 คน พร้อมกับเชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้กับผู้ที่เข้าร่วมรับการอบรมในครั้งนี้


ด้านนายมานิจ กล่าวว่า บริษัทวัชรพลจำกัด หรือหนังสือพิมพ์ไทยรัฐและมูลนิธิไทยรัฐ ร่วมกับโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 101 โรงเรียนทั่วประเทศ ได้ดำเนินโครงการความเป็นพลเมืองดี ตามแผนยุทธศาสตร์โรงเรียนไทยรัฐวิทยา โดยเนินการจัดทำคู่มือการจัดกิจกรรมเรียนรู้เพื่อสร้างความเป็นพลเมืองให้คณะครูนำไปใช้เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สู่ห้องเรียน ตั้งแต่ระดับชั้นปฐมวัยถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สอดคล้องตามอัตลักษณ์ของโรงเรียนไทยรัฐวิทยาทั่วประเทศ ที่กล่าวว่า "เป็นพลเมืองดี มีทักษะแสวงหาความรู้ และมีคุณธรรมจริยธรรม" ต่อไป


นายมานิจ กล่าวอีกว่า การจัดสัมมนาครูในครั้งนี้เพื่อต้องการให้ครูนำความรู้ไปถ่ายทอดให้กับนักเรียนให้เป็นคนดีและคนเก่งด้วย เพื่อจะให้สังคมได้อยู่กันอย่างมีความสุข เพราะทุกวันนี้ปัญหาการละเมิดศิลธรรมและจริยธรรมมีมากขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นการกระทำความผิดทางอาญามากขึ้น ทำอย่างไรดีที่เราจะลดความไม่ชอบธรรมทั้งหลายทั้งปวงลงไปได้ และยังมีการอบรมให้เด็กได้เรียนรู้เท่าทันสื่อ โดยเฉพาะสื่อโซเชียลมีเดียนั้น มีข้อมูลข่าวสารที่ไม่ค่อยจะถูกต้องและไม่รอบด้านไม่ครบถ้วน ทำให้คนที่รู้ไม่เท่าทันหลงผิดไป หรืออาจจะไปแชร์ข้อความส่งต่อก็อาจจะทำผิดกฎหมายไปด้วย เราเป็นห่วงเด็กของเรามาก เราก็มาเริ่มต้นโครงการนี้ที่โรงเรียนไทยรัฐวิทยาของเรา โดยนำเอาครูมาอบรมและให้ครูไปถ่ายทอดให้ความรู้กับเด็ก เมื่อเด็กทุกคนที่จบจากโรงเรียนไทยรัฐวิทยาเป็นคนดีและทำให้สังคมมีความสุข ซึ่งครั้งต่อไปจะไปจัดสัมมนาครูโรงเรียนไทยรัฐวิทยาที่ภาคอีสาน ในจังหวัดขอนแก่น ภาคตะวันออก และภาคกลางที่ จ.พระนครศรีอยุธยาต่อไป.