วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จะมีเลือกตั้งปี 61 ไหม?

ปีหน้า 2561 จะมีเลือกตั้งตามโรดแม็ปไหม? ยังเป็นคำถามที่ไม่มีใครตอบได้ แม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ก็ตอบไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่ กฎหมายลูกอีก 2 ฉบับ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และที่มาของ ส.ว. ในมือของ คุณมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานร่างรัฐธรรมนูญ ไม่รู้จะร่างเสร็จเมื่อไหร่ ทั้งที่ไม่มีอะไรยาก

ในเวทีเสวนา “โรดแม็ปไทยไทย ไกลแค่ไหน หรือใกล้เลือกตั้ง” ที่ นักศึกษา บสส. รุ่น 7 จัดขึ้นที่สมาคมนักข่าวฯ นักการเมืองรุ่นใหญ่อย่าง อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ตัวเก็งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก็ไม่มีใครตอบได้

คุณอนุทิน ไม่กล้าฟันธงว่าปี 61 จะมีเลือกตั้งหรือไม่ แต่ส่วนตัวเชื่อในตัวนายกฯว่าจะรักษาโรดแม็ป จึงไม่กังวลมากนัก และเห็นว่าเมื่อเข้ามาด้วยการยึดอำนาจ ก็ไม่ควรอยู่ไปจนถึงรัฐบาลเลือกตั้ง คุณหญิงสุดารัตน์ ก็ไม่กล้าฟันธง แต่เห็นว่ายังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก การอยู่ในระบบปกครองพิเศษ ทำให้นักธุรกิจไม่แน่ใจว่าจะลงทุนต่อหรือไม่ นักการเมืองไม่เดือดร้อน แต่ประชาชนเดือดร้อน

สรุปก็คือ ไม่มีใครรู้ว่าปี 61 จะมีเลือกตั้งหรือไม่ การแสดงความเห็นก็เป็นไปอย่างจำกัด อนาคตการเมืองไทยก็เลยยังเบลอๆ ได้แต่นั่งรอกฎหมายลูกอีกสองฉบับไปเรื่อยๆ

แต่วันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีการเลือกตั้งใน 2 ประเทศ ประชาธิปไตย คือ นิวซีแลนด์ ในวันเสาร์ เยอรมนี ในวันอาทิตย์ ประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งก็คือ นิวซีแลนด์ และ เยอรมนี ต่างก็ใช้ ระบบการเลือกตั้งแบบจัดสันปันส่วน ที่ รัฐธรรมนูญ 60 นำมาใช้กับ การเลือกตั้งไทย ที่จะมีขึ้นในอนาคตอันยาวไกล อย่างเร็วที่สุดก็คงจะเป็นช่วงปลายปีหน้า

นิวซีแลนด์ เป็นประเทศเล็ก มีผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งแค่ 3.2 ล้านคน คืนวันเสาร์ก็คงรู้ผลเลือกตั้งกันแล้ว เพราะมีชิงกันอยู่สองพรรคหลัก คือ พรรคเนชั่นแนล ของ นายกฯบิล อิงลิช ที่ชนะการเลือกตั้งได้เป็นนายกฯมาถึง 3 สมัย เป็นพรรคอนุรักษนิยม กับ พรรคแรงงาน ของ นางเจซินดา อาร์เดิร์น วัย 37 ปี ขณะที่ผมเขียนคอลัมน์เพิ่งจะเปิดหีบลงคะแนน ตรงกับเวลา 19.00 น. ในประเทศนิวซีแลนด์ ข่าวบอกว่ามีคะแนนสูสีกันทั้งสองพรรค

นิวซีแลนด์ นำ ระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วน มาใช้ตั้งแต่ปี 2539 ทำให้ไม่มีพรรคการเมืองไหนได้เสียงข้างมากในสภาที่มีอยู่ 120 ที่นั่ง การเลือกตั้งครั้งนี้ ก็น่าจะลงเอยแบบเดิม คือไม่มีพรรคไหนได้เสียงข้างมาก ต้องตั้งเป็นรัฐบาลผสมกันต่อไป

ส่วน เยอรมนี พี่เบิ้มใหญ่แห่งยุโรป มีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ ชิงชัยกันระหว่าง นางแองเจลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรี 3 สมัย แห่ง พรรคซีดียู (คริสเตียน เดโมเครติค ยูเนียน ออฟ เยอรมนี) มีนโยบายขวากลาง กับ นายมาร์ติน ชูลซ์ แห่ง พรรคเอสพียู (โซเชียล เดโมเครติค ปาร์ตี้ ออฟ เยอรมนี) มีนโยบายซ้ายกลาง ถ้า นางแองเจลา แมร์เคิล ชนะการเลือกตั้ง เธอจะเป็นหญิงเหล็กเยอรมันที่ชนะการเลือกตั้ง เป็นนายกรัฐมนตรีถึง 4 สมัย 16 ปี

เยอรมนี เป็นประเทศต้นกำเนิด “ระบบการเลือกตั้งแบบจัดสันปันส่วน” ที่ คุณมีชัย ฤชุพันธุ์ นำมาใช้ใน รัฐธรรมนูญ 60 นับตั้งแต่เยอรมันนำระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมมาใช้ ยังไม่เคยมีพรรคไหนได้เสียงข้างมากในสภาเลย ต้องจัดตั้ง รัฐบาลผสม ทุกครั้ง สภาผู้แทนฯ เยอรมัน มี ส.ส. 598 คน มาจาก ส.ส.เขต ครึ่งหนึ่ง 299 คน มาจาก ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่ออีกครึ่งหนึ่ง 299 คน ถ้าได้ ส.ส.เขตเยอะ จะถูกนำไปหักออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อไม่ให้มีเสียงข้างมากในสภา

แต่วันนี้ดูเหมือน ระบบการเลือกตั้งแบบจัดสันปันส่วนของเยอรมนีต้นตำรับ จะสู้ ระบบการเลือกตั้งจัดสันปันส่วนแบบไทยๆ ไม่ได้เสียแล้ว เพราะ แบบไทยๆ ยังมี พรรคที่ 3 ที่ ไม่ต้องเลือกตั้ง แต่มีอำนาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี เรียกว่า วุฒิสภาแต่งตั้ง แถมยังอยู่ในตำแหน่งนานถึง 5 ปี นานกว่าสภาเลือกตั้ง 1 ปี

ในอนาคต ไม่ว่าจะมีเลือกตั้งกี่ครั้งก็ตาม นอกจากได้ รัฐบาลผสม แล้ว เราอาจได้ นายกฯคนเดิม ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเป็นไม่ไหว หรือจนกว่าเขาจะเบื่อไปเอง.

“ลม เปลี่ยนทิศ”