วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โสมเหนือกร้าวกลางที่ประชุม UN “เลี่ยงโจมตีสหรัฐฯ ไม่ได้แล้ว”

รมว.ต่างประเทศเกาหลีเหนือประกาศกลางที่ประชุมสหประชาชาติ ว่าคำสบประมาทผู้นำของโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้การโจมตีสหรัฐฯ เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว พร้อมทั้งด่าทรัมป์เป็นคนบ้าหลงตัวเองด้วย...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายรี ยอง-โฮ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนือ ประกาศกร้าวกลางที่ประชุม รมว.ต่างประเทศแห่งชาติสมาชิกสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) ที่นครนิวยอร์ก ในวันเสาร์ (24 กันยายน) ว่า การโจมตีแผ่นดินใหญ่ของอเมริกาเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว รวมทั้งประณามโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่า เป็นคนที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เพราะป่วยทางจิต และหลงผิดคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่

คำพูดของนายรีถูกมองว่าเป็นการตอบโต้ประธานาธิบดีทรัมป์ ที่กล่าวที่ประชุมสุดยอดสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน ว่าจะทำลายเกาหลีเหนือให้สิ้นซาก โดยนายรีได้กล่าวย้ำในที่ประชุมว่า “ขุมกำลังนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือเป็นเพียงเครื่องมือป้องปรามไม่ให้เกิดสงคราม เพื่อยุติคำขู่ด้วยอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ และเพื่อป้องกันการรุกรานจากทหารสหรัฐฯ ขณะที่เป้าหมายสูงสุดของพวกเขาคือการสร้างขุมกำลังที่เท่าเทียมกับสหรัฐฯ”

นายรีกล่าวด้วยว่า การที่นายทรัมป์ระบุว่า คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของพวกเขาเป็น ‘มนุษย์จรวด’ “ยิ่งทำให้การส่งจรวดของเราไปเยี่ยมเยียนแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ขึ้นไปอีก”

ทั้งนี้ คำพูดของนายทรัมป์ในที่ประชุมสหประชาชาติ ยิ่งทำให้ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ เกาหลีเหนือ และในคาบสมุทรเกาหลีเพิ่มสูงขึ้นไปอีก เมื่อคิม จอง-อึน ออกแถลงการณ์ทางโทรทัศน์อย่างไม่เกิดขึ้นมาก่อนเพื่อตอบโต้นายทรัมป์ ต่อมานายรีก็ออกมาเปิดเผยว่า พวกเขาอาจดำเนินการทดสอบระเบิดไฮโดรเจนในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งทำให้รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่นออกมาประกาศเตรียมความพร้อมรับมือการยิงจรวดข้ามประเทศของพวกเขาด้วย

อีกด้านหนึ่ง ในขณะที่นายรีกำลังร่วมประชุมสหประชาชาติ ดานา ไวท์ โฆษกกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ก็ออกแถลงการณ์ระบุว่า สหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด ‘บี-1บี’ พร้อมกับเครื่องบิน ‘เอฟ-15’ บินเข้าใกล้เขตปลอดอาวุธ ‘ดีเอ็มซี’ หรือเส้นประที่ 38 ที่กั้นระหว่างเกาหลีเหนือและใต้มากที่สุดเท่าที่เคยทำมา เพื่อแสดงความตั้งใจของสหรัฐฯ และส่งข้อความถึงรัฐบาลเปียงยางว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีตัวเลือกทางทหารมากมายให้ใช้เพื่อกำจัดภัยคุกคามใดๆ.