วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'อ.เฉลิมชัย' มาเอง อัดคลิปแจง ดราม่ากระทืบ นศ.แฉรับน้องโหด

'อ.เฉลิมชัย' อัดคลิปแจงดราม่า ขู่กระทืบนักศึกษาแฉรับน้องโหด ระบุชัด หากฟังจนจบจะรู้ว่าพูดเล่นๆ กับเด็ก

จากกรณีแฟนเพจเฟซบุ๊ก ANTI SOTUS ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นกรณี อาจารย์ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ พูดถึงนักศึกษา 4 คนที่ไปออกรายการโทรทัศน์เพื่อเล่าถึงการรับน้องของรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม 

ล่าสุด อ.เฉลิมชัย อัดคลิปแถลงการณ์ ระบุว่า "โอ้โหพ่อแม่พี่น้อง งานเข้าผมเลย คลิปที่เอามาแชร์หาว่าผมจะไปกระทืบเด็กนั้น สิ่งที่เห็นในวันนั้นผมไปในฐานะครูบาอาจารย์ไปพูดให้เด็กฟัง ให้กำลังใจเด็กในวันไหว้ครู ผมเลยพูดสนุกๆ ว่าเด็ก 4 คนนั้นไม่ต้องปิดหน้าหรอก ผมรู้ว่าเป็นใคร เดี๋ยวจะไปกระทืบ ผมพูดเล่นๆ หากคนได้ดูตรงนั้นผมพูดยาวๆ ผมพูดดีมาก ลูกอย่างงั้น ลูกอย่างงี้ สอนโน่นสอนนี่ จากนั้นก็อวยพรเด็กๆ จบสุดท้ายแค่นั้น"

ในเวลาต่อมา ทางเพจ ANTI SOTUS ได้โพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้งว่า ต้องเรียนกับอาจารย์อย่างนี้นะครับ ทางเพจก็พอเข้าใจ (และคาดหวัง) อยู่บ้างว่า อาจารย์คงไม่ไปกระทืบน้องเขาจริงๆ แต่อาจารย์ครับ นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าที่อาจารย์พูดมาทั้งหมดจะไม่มีความหมายหรอกนะครับ และเอาเข้าจริง ไม่ทราบว่าอาจารย์ได้ดูคลิปตัวเองพูดหรือไม่ ตลอด 20 นาทีนั่น

1. อาจารย์พูดจริงๆ ว่า ไม่ควรที่จะต้องเอาเรื่อง ไม่ควรที่จะต้องโวยวาย ต้องก้มหน้าก้มตายอมรับสภาพ อดทน และ "จำยอม" อย่างที่อาจารย์ได้กล่าวไว้
 
2. อาจารย์กล่าวโทษผู้เปิดเผยสิ่งที่เกิดขึ้นภายในคณะว่าเป็นคนไร้สำนึก และมีการด่าทอหลายครั้งตลอด 20 นาที เสมือนกับว่านักศึกษาเหล่านั้นเป็นผู้กระทำผิดไปเสีย

3. ท่านได้ "ละเลย" ที่จะกล่าวถึงการกระทำผิด และความรับผิดชอบของผู้กระทำ และได้โยนภาระทั้งหมดให้ นศ.ใหม่รับสภาพไปเท่านั้น ท่านไม่ได้ตระหนักเลยหรือว่าผู้ที่ทำให้สถาบันเสื่อมเสียชื่อเสียงนั้น คือกลุ่มนักศึกษาที่ทำกิจกรรมดังกล่าว และตัวรูปแบบกิจกรรมที่ทำกัน

หากท่านไม่ได้อาร์ตตัวพ่อเกินไป ท่านก็น่าจะเข้าใจได้ว่า ประเด็นนี้ ใครละเมิด ใครเป็นเหยื่อ ใครละเมิด ใครเรียกร้องความเป็นธรรม ใครต้องการกระทำ และใครที่ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลง และการกระทำของท่านจะเป็นการสนับสนุนการซุกปัญหาไว้ใต้พรม แทนที่จะแก้ไขปัญหา ท่านกำลังจะสนับสนุนการละเมิดก่อนแล้วเคลียร์ทีหลัง แทนการป้องกันการละเมิดหรือไม่

4. ท่านได้ละเลยความเป็นจริง ที่เป็นความด้อยประสิทธิภาพในการเปลี่ยนแปลงภายใน เอาง่ายๆ ท่านเองก็ "ไม่ชอบ" การซ่อมพวกนี้ แล้วคิดดูสิครับ ตั้งแต่วันนั้น จนถึงปัจจุบัน กี่ปีท่านเองก็จำไม่ได้ การเปลี่ยนแปลงยังแทบจะไม่ได้เกิดขึ้นเลย แถมจะยิ่งเหนียวแน่นขึ้นด้วยซ้ำ เอาตามตรงนะครับ ไม่ใช่แค่ศิลปากร แต่เป็นกันแทบทุกสถาบัน การเปลี่ยนแปลงจากการเรียกร้องภายในนั้นเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้เลย ถึงเป็นไปได้ ก็มักจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และเราทำงานนี้มา 6-7 ปี เราเห็นครับ ว่าการเปลี่ยนแปลงมาจากสังคมภายนอก ไม่ใช่คนในเปลี่ยนกันเอง
 
5. ท่านได้ละเลยความเสี่ยงในการที่ นศ. ที่ไม่เห็นด้วยนั้น จะลุกขึ้นมาต่อต้านเรื่องการรับน้องแย่ๆ ในคณะ เขาต้องเผชิญกับความเสี่ยงอะไรบ้าง เอาง่ายๆ อาจารย์ที่เป็นผู้ช่วยคณบดีท่านหนึ่งยังออกมาให้ความเห็นเชิงปกป้องกิจกรรมดังกล่าวด้วยเลย ท่านคิดจะให้ นศ. รุ่นลูกรุ่นหลานท่าน ตัวน้อยๆ ไม่ได้มีอำนาจอะไร ไปงัดกับระบบภายในแบบนั้นหรือครับ?
 
6. ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมานั้น ที่กิจกรรมพรรค์นี้มันยังเป็นก้อนมะเร็งอยู่ได้ ท่านไปอยู่ที่ไหนมาครับ? มันถึงยังมีตัวตนมาถึงปัจจุบันได้ หากท่านจะอ้างการกระทำเพื่อส่วนรวม ท่านเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องรับผิดชอบต่อแนวทางการรับน้องของคณะอันเป็นที่รักจนแตะต้องมิได้ของท่าน และนั่นเป็นข้อพิสูจน์ความ (แทบ) เป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนแปลงจากภายใน ซึ่งแม้แต่ท่านเป็นศิลปินแห่งชาติ เป็นศิลปินผู้ใหญ่ที่มีชื่อเสียงและคนนับหน้าถือตายังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา
 
7. หากท่านรักคณะของท่านอย่างที่ว่าจริงๆ ขอให้ท่านถอนคำพูดของท่านเสียเถอะครับ อย่าลากเอาคณะอันเป็นที่รักของท่าน วงการศิลปะอันเป็นที่รักของท่าน ลงมาเพื่อ "ปกป้องการกระทำผิด" อีกต่อไปเลย มีการกระทำผิดจริง ก็ต้องว่าไปตามผิด ต้องมีความโปร่งใส มิเช่นนั้นเขาอาจจะกล่าวหาว่าคนศิลปะเห็นผิดเป็นชอบ และซุกปัญหาไว้ใต้พรมได้

สุดท้าย เพจไม่ได้คาดหวังให้ท่านเปลี่ยนแปลงอะไรในตัวท่าน ท่านยังสามารถเป็นท่านได้เหมือนเดิม แต่อยากให้ท่านยอมรับเสียว่า สิ่งที่ท่านพูดนั้นก็มีส่วนผิด และเป็นสิ่งที่ท่านได้ทำไปในที่สาธารณะ ก่อให้เกิดความเชื่อผิดๆ ในหมู่นักศึกษา ขอให้ท่านนั้นได้ทำความเข้าใจ และออกมาแก้ไขความเชื่อผิดๆ เหล่านั้น.