วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ด.ต.นครปฐม ซัด ‘บิ๊กตำรวจ’ นำเก๋งคัมรี่มาให้ พา ‘ยิ่งลักษณ์’ หนี

ผกก.สน.ปทุมวัน เผยกรณียึดเก๋งคัมรี่ พา “ยิ่งลักษณ์” หนีออกนอกประเทศ เช็กขนส่งพบสวมทะเบียน รอผู้บังคับบัญชาให้ข้อมูลเอาผิดใครบ้าง ขณะที่ ด.ต.นครปฐม ซัดนายตำรวจระดับสูงเป็นผู้นำรถมาให้...

จากกรณีตรวจยึด รถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่มคัมรี่ สีบรอนซ์ ทะเบียน ฌข 5323 กรุงเทพมหานคร ที่เกี่ยวข้องกับการพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนี เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมานั้น

ต่อมา เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 23 ก.ย.60 พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น ผกก.สน.ปทุมวัน เปิดเผยว่า ทาง สน.ปทุมวัน ดูเพียงในส่วนของรถยนต์เท่านั้น ขณะนี้มีการตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียนรถทั้ง 2 แผ่นป้าย พบว่าป้ายทะเบียนไม่ตรงกับรถเก๋ง โตโยต้า คัมรี่ คันดังกล่าวที่ตรวจยึดมา แต่ป้ายทะเบียนทั้ง 2 แผ่น ออกถูกต้องตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งเป็นของรถคันอื่น เบื้องต้นจากการตรวจสอบรถคัมรี่ พบว่า เป็นรถที่ติดไฟแนนซ์ของ ผู้หญิงรายหนึ่ง ตั้งแต่ปี 2550 ส่วนจะมีการดำเนินคดีกับใครบ้างหรือแจ้งข้อหาหรือไม่ต้องให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงเป็นผู้ให้ข้อมูลเท่านั้น

รายงานข่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 22 ก.ย. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. สั่งการให้คณะทำงาน เข้าดำเนินคดีเกี่ยวกับรถโตโยต้าคันดังกล่าว ต่อ พ.ต.ท.เจริญสิทธ์ จงอิทธิ รอง ผกก. (สอบสวน) สน.ปทุมวัน เบื้องต้นจากการตรวจสอบ แผ่นทะเบียน ฌข 5323 กรุงเทพมหานคร และ ป้ายทะเบียน ฌย 2123 กรุงเทพมหานคร พบว่าเป็นป้ายทะเบียนที่ถูกต้องจากกรมการขนส่งทางบก ซึ่งแผ่นป้ายเป็นของรถยี่ห้อฮอนด้า แต่เมื่อทำการตรวจสอบ เลขตัวถังเครื่อง พบว่า ป้ายทะเบียนจริง คือ สฮ 7093 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถเช่าซื้อ และขาดส่งไฟแนนซ์ ตั้งแต่ปี 2550 โดยมีการเรียกตัวแทนของบริษัทไฟแนนซ์แห่งหนึ่ง มาสอบปากคำตั้งแต่เมื่อวาน (22ก.ย.) ทราบว่า มีหญิง มาทำการเช่าซื้อรถคันดังกล่าวไปจากบริษัท เมื่อปี 2550 และขาดส่งประมาณ 3 งวด จึงทำการฟ้องเพื่อขอยึดรถ และให้ไฟแนนช์ ติดตามยึดรถ เมื่อปี 2550 ซึ่งไม่พบทั้งรถและบุคคลเช่าซื้อ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถคันดังกล่าว

รายงานข่าวต่อไปว่า จากการสอบปากคำเบื้องต้น พ.ต.ท.สามิตร ไชยอิ่นคำ สารวัตรกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธร จังหวัดนครปฐม ให้การว่า รถคันดังกล่าว ด.ต.พรพิพัฒน์ มากบุญงาม ผบ.หมู่ ฝ่ายอำนวยการตำรวจภูธร จังหวัดนครปฐม เป็นผู้นำมา ซึ่ง ด.ต.พรพิพัฒน์ ให้การว่า รถคันนี้ มีนายตำรวจระดับสูงเป็นผู้นำมาให้ ขณะนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหาหรือดำเนินคดีกับใคร เนื่องจากต้องรอผลพิสูจน์จากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งป้ายทะเบียนทั้ง 2 แผ่น ที่พบเป็นของจริงจึงไม่เข้าข่ายการปลอมแปลงเอกสารราชการ แต่การนำป้ายทะเบียนที่ออกโดยกรมการขนส่งทางบก มาให้กับรถอีกครั้งไม่ตรงกัน จะเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.รถยนต์ ซึ่งเป็นโทษปรับเท่านั้น ไม่เข้าเกณฑ์คดีอาญา.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เด้งฟ้าแลบ3ตร. อุ้ม ‘ปู’ หนี อดีตบิ๊กกากีพัน