วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต้องพิสูจน์!! ศรัทธาแก้วสารพัดนึก วัดลำดวน จ.หนองคาย

“หนองคาย”...ได้ชื่อว่าเป็นเมืองเก่าแก่หนึ่งในประเทศไทย เป็นจังหวัดชายแดนติดริมฝั่งแม่น้ำโขงตรงข้ามกับท่าเดื่อ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ห่างจากเวียงจันทน์ 24 กิโลเมตร

สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ข้ามแม่น้ำโขงทำให้การเดินทางไปมาหาสู่กันสะดวกขึ้น เชื่อมความสัมพันธ์ให้แนบแน่นทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม...“นักท่องเที่ยว” ผู้มาเยือนสามารถเดินชมความสวยงามของสะพานแห่งนี้ได้ถึงกลางสะพาน แต่ถ้าต้องการข้ามแดนไปเที่ยวยังฝั่งลาวก็สามารถทำได้ตามขั้นตอนปฏิบัติ

“วัดลำดวน” ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย อีกสถานที่แห่งศรัทธา ด้วยมี “เจดีย์ศรีสารพัดนึก” ให้ผู้คนได้เข้าไปกราบไหว้สักการะ และใกล้ๆกันนั้นยังมี “วิหารหลวงพ่อศิลาคำ” ที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อศิลาคำ” พระพุทธรูปเก่าแก่อายุกว่า 400 ปี...


เชิญให้พุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธาได้มากราบไหว้

“เจดีย์ศรีสารพัดนึก”...สร้างด้วยอิฐถือปูน ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมสิบสอง ลักษณะทรงระฆังคว่ำ ประเมินกันว่าน่าจะมีอายุไม่น้อยกว่า 200 ปีล่วงมาแล้ว

คำบอกเล่าสืบต่อๆกันมาบอกว่าได้มีผู้เฒ่าผู้แก่เห็นแก้วสีสดใสลอยออกมาจากเจดีย์ไปยัง พระธาตุกลางน้ำหรือพระธาตุหล้าหนอง แล้วก็ลอยกลับมายังเจดีย์เหมือนเดิมเป็นที่น่าเลื่อมใสอัศจรรย์ใจยิ่งนัก

ราวปี 2554 ก็มีเรื่องเล่าต่อๆกันมาจากพระผู้เดินบิณฑบาตยามใกล้รุ่งเช้าก็ได้พบเห็นลูกแก้วสีสดใสจากกลางแม่น้ำโขงลอยเข้ามาที่เจดีย์แห่งนี้เช่นเดียวกัน

นอกจากนี้แล้วยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับ “โจร” ที่แอบมาขโมยของภายในเจดีย์แต่ก็ไม่ได้อะไรติดมือไปแม้แต่ชิ้นเดียว เพราะเห็นงูปรากฏขึ้นมาก็เลยกลัวพากันวิ่งหนีไปแบบไม่คิดชีวิต

จาก...เรื่องราวเรื่องเล่าทั้งหมดเหล่านี้ จึงเป็นที่มาของชื่อ “เจดีย์แก้วสารพัดนึก”

และให้นึกถึงต่อไปในเรื่องของความลี้ลับ ปาฏิหาริย์ อัศจรรย์ พลังเหนือธรรมชาติ ผู้ใดก็ตามที่อยากสำเร็จสมหวังดังใจนึกก็คงต้องไปขอกับแก้วสารพัดนึก...เมื่อบวกกับความเพียร ตั้งมั่นที่อยู่ในตัวแล้วนั้นก็ไม่แน่ว่าความสำเร็จจักอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมเป็นแน่แท้

สิริมงคลใกล้ตัว...ความเชื่อ ความศรัทธาอยู่ที่ตัวเรา เปิดใจให้กว้างรับฟัง เสียงศรัทธาของผู้คนในแต่ละพื้นที่อาจมีทั้งเหมือนหรือแตกต่าง เมื่อได้มาเยือนวัดลำดวนแห่งนี้แล้วก็ต้องไม่พลาดที่จะขึ้นไปกราบสักการะ “หลวงพ่อพระบุญคุ้ม” หรือที่ชาวคุ้มวัดลำดวนเรียกว่า “หลวงพ่อใหญ่”...

องค์พระตั้งตระหง่านหันหน้าไปยังฝั่งสปป.ลาว ที่มาที่ไปความหมายของชื่อไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อนเพราะมาจากขนาดของหลวงพ่อที่มีขนาดใหญ่มาก สร้างขึ้นด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดหน้าตัก 9 เมตร ประดิษฐานอยู่บนหลังคาอุโบสถ มีความสูงจากพื้นดิน 13 เมตร...การขึ้นไปนมัสการต้องขึ้นบันไดไปอย่างมุ่งมั่น

ชั้นแรก...จะเป็นส่วนของอุโบสถ ส่วนชั้นที่สอง...ชั้นบนสุดเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อ พระบุญคุ้มบริเวณนี้นับเป็นจุดชมวิวแบบรอบตัว 360 องศา เห็นแม่น้ำโขง...เมืองหนองคายได้อย่างชัดเจน

ตำนานเรื่องเล่าไม่เท่าภาพถ่ายยืนยัน สิ่งที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่าเป็นปาฏิหาริย์เหนือธรรมชาติ นั่นก็คือ...ภาพปาฏิหาริย์หลวงพ่อบุญคุ้มที่มีเปลวเพลิงครอบอยู่ ด้วยลักษณะเปลวเพลิงที่ดูคล้ายๆกับรูป “พญานาค”...ก็ยิ่งสร้างความอัศจรรย์ใจ เล่าลือกันปากต่อปากออกไปอย่างกว้างขวาง

ภาพที่ว่านี้...ว่ากันว่าถ่ายไว้ได้โดยชาวต่างชาติราวๆปี 2542

ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11...“วันออกพรรษา” กับปรากฏการณ์ “บั้งไฟพญานาค”...ลูกไฟสีแดงอมชมพูพวยพุ่งผุดขึ้นมาเหนือลำน้ำโขง โดยปราศจากเสียง กลิ่น ควัน รวมถึงไม่มีสิ่งบอกเหตุใดๆล่วงหน้า

นี่คือความมหัศจรรย์อีกหนึ่งอย่างที่ทำให้ผู้คนจากทั่วสารทิศเดินทางมาปักหลักอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงเป็นประจำทุกปี เพื่อรอดูบั้งไฟพญานาคที่แต่ละปีมากน้อยแตกต่างกันออกไปตามแต่ละพื้นที่

ดั้งเดิมว่ากันว่า ชาวหนองคายเรียกบั้งไฟพญานาคว่า “บั้งไฟผี” ส่วนชาวเวียงจันทน์ สปป.ลาว จะเรียกว่า “ดอกไม้ไฟน้ำ” ซึ่งมักจะปรากฏให้เห็นในช่วงเวลาพลบค่ำไปจนถึงเที่ยงคืนของวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ตรงกับวันออกพรรษา โดยเป็นอีกหนึ่งตำนานความเชื่อที่ผูกโยงเข้ากับ “พญานาค”...เรื่องราวทางพุทธศาสนาจนเป็น “ตำนานบั้งไฟพญานาค” ที่บอกเล่าสืบต่อๆกันมาจนถึงวันนี้

“ศรัทธา” นำมาซึ่ง “ปาฏิหาริย์” ถ้ามีโอกาสเชิญแวะไปพิสูจน์ด้วยตัวคุณเอง.

รัก–ยม