วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"กูเกิล" อัดฉีด "เอชทีซี" พันล้านเหรียญฯ

ถือเป็นชัยชนะของเอชทีซีที่ได้เงิน 1,100 ล้านเหรียญฯ จากกูเกิลมาต่อท่อน้ำเลี้ยงประทังชีวิต หลังบรรลุข้อตกลงที่กูเกิลจะซื้อทีมวิจัย และสิทธิบัตรของเอชทีซี เพื่อเสริม ความแกร่งในตลาดอุปกรณ์มือถือ

การเข้าซื้อเอชทีซี (HTC) ซึ่งเป็นผู้ผลิตมือถือสัญชาติไต้หวัน นับเป็นก้าวที่ 2 ของกูเกิล ในการบุกเข้าสู่ตลาดมือถือ (Hardware) จากครั้งแรกที่เคยซื้อโมโตโรล่าไปเมื่อปี 2554 ในราคา 12,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และขายต่อหลังผ่านไปแค่ 3 ปี

แต่สำหรับครั้งนี้ มูลค่าที่กูเกิลจ่ายให้กับเอชทีซีอยู่ที่ 1,100 ล้านเหรียญฯ เป็นมูลค่าของทีมวิจัยและพัฒนาจำนวน 2,000 คน หรือครึ่งหนึ่งของทั้งหมด ซึ่งจะต้องย้ายไปทำงานกับกูเกิล รวมทั้งใบอนุญาตในการใช้สิทธิบัตรด้านเทคโนโลยีของเอชทีซี แต่ไม่ใช่สิทธิเฉพาะหรือเอ็กซ์คลูซีฟ โดยกูเกิลไม่ได้สิทธิในการถือหุ้นเอชทีซีแต่อย่างใด

ในวันประกาศข้อตกลงดังกล่าว หุ้นของเอชทีซี ซึ่งซื้อขายในตลาดหุ้นไต้หวัน ถูกพักการซื้อขายชั่วคราว โดยกูเกิลคาดการณ์ว่าข้อตกลงดังกล่าวจะสำเร็จลุล่วงภายในต้นปีหน้า หลังกระบวนการทางกฎหมายเสร็จสิ้นลง

การทุ่มเงินครั้งล่าสุดของกูเกิล แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการก้าวเข้าสู่ธุรกิจผลิตมือถืออีกครั้ง แม้จะเคยพยายามมาแล้วหนึ่งครั้ง และครั้งนี้ก็เหมือนเริ่มต้นใหม่

ความจริงแล้ว กูเกิลและเอชทีซีเคยทำงานร่วมกันมาแล้ว ก่อนหน้านี้เอชทีซีเคยพัฒนามือถือรุ่น Pixel ให้กับกูเกิล ซึ่งทีมงานที่เคยพัฒนา Pixel ก็ได้ถูกกูเกิลซื้อไปเรียบร้อย

Pixel เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของกูเกิล ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่ผ่านมา และกูเกิลมีคิวจะเปิดตัวเวอร์ชั่นอัพเกรดของ Pixel ในเดือนหน้า

กูเกิล ซึ่งเป็นเจ้าของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ มีปัญหาในการต่อยอดผลิตภัณฑ์เมื่อไม่ได้เป็นผู้ผลิตมือถือ ต่างจากแอปเปิลซึ่งเป็นทั้งผู้ผลิตไอโฟนและระบบปฏิบัติการไอโอเอส การเข้าซื้อทีมและสิทธิบัตรของเอชทีซี จึงจะเป็นทางออกต่อปัญหาดังกล่าว

ที่สำคัญ เป็นข้อตกลงที่ทำให้เอชทีซีได้เงินไปหล่อเลี้ยงธุรกิจ ซึ่งกำลังประสบปัญหาเนื่องจากแข่งขันได้ไม่ดีพอ รวมทั้งได้เม็ดเงินไปลงทุนเพิ่มในธุรกิจใหม่ของเอชทีซี นั่นคือ VR (Virtual Reality)

ขณะที่กูเกิลได้ความเชี่ยวชาญและศักยภาพด้านการผลิตมือถือของเอชทีซีไป ถือเป็นการปิดจุดอ่อนที่กูเกิลกำลังเผชิญอยู่.