วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เด้งฟ้าแลบ3ตร. อุ้ม ‘ปู’ หนี อดีตบิ๊กกากีพัน

พาส่งชายแดนอ.อรัญประเทศ ยึดเก๋งคัมรี่เก็บดีเอ็นเอพิสูจน์ ‘ศรีวราห์’เข้ารายงานตรง‘บิ๊กตู่’

“ศรีวราห์” เข้าทำเนียบรายงาน “บิ๊กตู่” หลังยึดเก๋งคัมรี่ พา “ยิ่งลักษณ์” อดีตนายกฯ หนีออกนอกประเทศ มี 3 ตำรวจเกี่ยวข้อง แต่ยังไม่พบผิดอาญา นครบาลเด้ง พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น.5 เข้ากรุ ศปก. พร้อมสั่งสอบวินัย ขณะที่ผู้การนครปฐม เซ็นย้าย พ.ต.ท.สืบจังหวัดนครปฐม และ ด.ต.อำนวยการ หลังพบเอี่ยวด้วย แฉข่าวปล่อยสะพัด มี 2 บิ๊กสีกากีเกษียณฯอยู่เบื้องหลังสั่งการ ด้าน “บิ๊กป้อม” รับรายงาน “ศรีวราห์” แล้ว ยันรองผู้การสารภาพ รับคำสั่งพาอดีตนายกฯหนี ส่วนจะเชื่อมโยงอดีต ผบช.น.หรือไม่ ต้องรอผลสอบก่อน

ภายหลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลายเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ละเลย ไม่ระงับยับยั้งปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว เหตุไม่มาฟังคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยทนาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนฟังคำพิพากษา เนื่องจากจำเลยมีอาการป่วยน้ำในหูไม่เท่ากัน วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ ไม่สามารถเดินทางมาฟังคำพิพากษาได้ แต่องค์คณะพิจารณาเชื่อได้ว่าจำเลยมีพฤติการณ์หลบหนี มีคำสั่งให้ออกหมายจับ ปรับนายประกันเต็มจำนวน และนัดฟังคำพิพากษาอีกครั้ง วันที่ 27 ก.ย.2560 ขณะที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. รับมอบหมายให้จัดชุดสืบสวนแกะรอยผู้ที่มีส่วนพา น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนี และยังไม่ปรากฏความเคลื่อนไหว โดยเชื่อว่าออกไปนอกประเทศไทยแล้ว

ยึดเก๋งคัมรี่ สอบ 3 ตร.พาปูหนี

การสืบหาข้อเท็จจริง ใครพาอดีตนายกรัฐมนตรีหลบหนีเริ่มกระจ่างไปอีกขั้น โดยเมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 21 ก.ย. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุลรอง ผบ.ตร. พร้อมชุดสืบสวน นำรถยนต์โตโยต้า รุ่นคัมรี่ สีบรอนซ์ ทะเบียน ฌข 5323 กรุงเทพมหานคร จอดที่ลานจอดรถด้านหลังอาคาร 1 ตร. โดยให้ชุดตรวจพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลาง เข้ามาตรวจเก็บหลักฐาน ลายนิ้วมือแฝง ตามหลักฐานที่ได้มาจากภาพกล้องวงจรปิดเกี่ยวข้องการพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนีหมายจับของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีรับจำนำข้าว พร้อมนำตัวผู้ที่เกี่ยวข้อง 3 คน เป็นนายตำรวจระดับ รอง ผบก.-สว.และ ด.ต. เข้ามาสอบสวนที่ห้องทำงาน พล.ต.อ.ศรีวราห์ แต่ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลใดๆทั้งสิ้น

มีรายงานว่า ตำรวจทั้ง 3 นาย ที่ถูกนำตัวมาสอบปากคำ ประกอบด้วย พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น.5 พ.ต.ท.สามิตร ไชยอิ่นคำ สว.กก.สส.ภ.จ.นครปฐม และ ด.ต.พรพิพัฒน์ มากบุญงาม ผบ.หมู่ อก.บก.ภ.จ.นครปฐม

ศรีวราห์สั่ง พฐ.เก็บดีเอ็นเอในรถ

มีรายงานว่า จากการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว พบร่องรอยการติดสติกเกอร์ตราโล่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ได้ถูกลอกออกไป โดยรถยนต์ยี่ห้อและรุ่นดังกล่าว เป็นรถที่คล้ายกับรถยนต์ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเช่าไว้ใช้สำหรับผู้บังคับบัญชา ระดับ ตร. นอกจากนี้ ยังพบทะเบียนรถที่ติดมากับรถไม่ตรงกับเลขเครื่อง คาดว่าน่าจะนำทะเบียนมาสวมเพื่ออำพราง โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์เรียก พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐ ผบก.สพฐ.ตร. เข้าร่วมตรวจสอบหาดีเอ็นเอ ลายนิ้วมือแฝงที่ติดอยู่ในรถ เพื่อนำมาตรวจเปรียบเทียบบุคคลต้องสงสัยที่ใช้รถพาอดีตนายกรัฐมนตรีหลบหนี

เป็น 1 ใน 2 คันตามภาพวงจรปิด

มีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ชุดสืบสวนทราบชื่อผู้ครอบครองแล้วอยู่ระหว่างการเชิญตัวมาสอบปากคำในฐานะพยาน เจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวเป็นผู้หญิง มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพฯ ยกเลิกใช้รถไปตั้งแต่ปี 55 โดยรถคันที่ตรวจพบ เป็นรถ 1 ใน 2 คัน ที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด ที่ จ.สระแก้ว แต่ยืนยันว่าไม่ได้เป็นรถยนต์ที่ใช้ในราชการ อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 คน ที่เป็นตำรวจ ยังไม่พบว่ามีความผิด หากจะผิดก็คือปลอม ใช้เอกสารราชการปลอม ใช้รถเลี่ยงภาษี และหากรถมีการแจ้งหายไว้ก็จะเข้าฐานความผิดรับของโจร อย่างไรก็ตาม สำนวนคดีนี้จะให้พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เป็นผู้ดำเนินการต่อไป

คุม 3 ตำรวจชี้รถยืนยัน

ต่อมาเวลา 02.00 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ คุมตัว ผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 คน ลงมาชี้รถยนต์โตโยต้าคันที่ตรวจยึด ทั้งนี้ ยังพบแผ่นป้ายทะเบียนปลอม 2 ชุด รวม 4 แผ่น คาดว่าไว้สลับสับเปลี่ยนระหว่างทาง ประกอบด้วย ฌข 5323 กรุงเทพมหานคร และ ฌย 2123 กรุงเทพมหานคร

บิ๊กปูยันทั้งหมดเกี่ยวข้องพาปูหนี

ต่อมาเวลา 10.00 น. วันที่ 22 ก.ย. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.กล่าวถึงการควบคุมตัว รอง ผบก.น.5 หลังควบคุมตัวมา สอบปากคำกลางดึกวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา ว่า ทุกอย่างว่ากันไปตามหลักฐาน รถยนต์คันดังกล่าวได้ยึดไว้ดำเนินคดี ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นคนพาหลบหนีหรือไม่ ยังไม่เหมาะที่จะตอบ แต่ทั้ง 3 นาย เกี่ยวข้องกับการนำพา น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนี รถยนต์คันที่ยึดมาสอดคล้องกับกล้องวงจรปิดที่บันทึกได้ตามเส้นทางมุ่งหน้า จ.สระแก้ว ส่วนจะมีมาก กว่า 1 หรือไม่ยังไม่ขอตอบ โดยรถยนต์ของกลางเจ้าของรถที่แท้จริงได้ระงับการใช้ตั้งแต่ปี 2555 เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามตัว

ให้ต้นสังกัดทั้ง 3 นายสอบวินัย

รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ส่วนที่ถามว่ามีตราโล่ปิดแล้วแกะออกยังไม่เห็น ร่องรอยที่พบไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นร่องรอยอะไร ในส่วนของหมายเลขคัตซี และรายละเอียดทะเบียนรถไม่ตรงกัน ได้มอบให้เจ้าหน้าที่ร้องทุกข์ดำเนินคดีที่ สน.ปทุมวัน เรื่องการปลอมและใช้เอกสารปลอม เมื่อถามว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องดำเนินการอย่างไร รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ต้องหารือถ้าเกี่ยวข้องจะต้องตั้งคณะกรรมการสอบวินัย เพราะทั้ง 3 นาย ยังไม่มีความผิดเรื่องอาญา การพาหลบหนียังไม่มีหมาย โดยโทษทางวินัยให้ผู้บังคับบัญชาของแต่ละหน่วยไปพิจารณา มี บก.น. 5 และ ผบก.ภ.จ. นครปฐม ทั้งนี้ จากการสอบปากคำตำรวจ 3 นายให้การเป็นประโยชน์

ไม่ตอบ ยิ่งลักษณ์หนีทางไหน

เมื่อถามต่อว่า ตำรวจทั้ง 3 นายพา น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนีออกไปทาง จ.สระแก้วหรือไม่ พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ตอบไม่ได้ ถ้าตอบอย่างนั้นก็ไปกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทุกอย่างว่าไปตามกบิลบ้านกบิลเมืองใครผิดอาญาเราก็ดำเนินคดีไป ส่วนจะมีใครเกี่ยวข้องอยู่ระหว่างตรวจสอบ ส่วนตำรวจทั้ง 3 นาย หลังให้ปากคำก็ปล่อยตัวกลับ เพราะไม่มีอำนาจควบคุมข้อหายังไม่มี เบื้องต้นดำเนินการเฉพาะทางวินัย ส่วนโทษทางอาญาถ้าไปเกี่ยวข้องการขโมยรถจะต้องถูกดำเนินการด้วย เมื่อถามว่า รถของกลางที่ยึดมาเป็นรถ พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย หรือ ผกก.หนุ่ย หรือไม่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า “ไม่ตอบ” แต่ยืนยันว่าคืบหน้า ฝ่ายความมั่นคงโดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กำชับให้สืบสวนข้อเท็จจริงแล้วนำชี้แจงให้ทราบ

บิ๊กปูเข้าทำเนียบรายงานบิ๊กตู่

ต่อมาเวลา 12.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ตึกไทยคู่ฟ้า เป็นการส่วนตัว เพื่อรายงานความคืบหน้าภายหลังตรวจค้นรถยนต์ต้องสงสัยที่ได้มาจากบ้านพักแห่งหนึ่งที่ จ.นครปฐม คาดว่าจะเป็นรถที่พา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกช่องผ่านแดน จ.สระแก้ว ตามที่ปรากฏในกล้อง วงจรปิด และหลังจากการสอบปากคำ 3 นายตำรวจ พบความเชื่อมโยงในการพา น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนี

น.พร้อม วันศาลนัดฟังคำพิพากษา

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวว่า ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทั้ง 3 นาย ส่วนมาตรการรองรับวันที่ 27 ก.ย. ที่ศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดอ่านคำพิพากษาคดีโครงการรับจำนำข้าวอีกครั้ง ทาง บช.น. นำโดย พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น.ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว

ศานิตย์สั่งสอบวินัย “รอง ผบก.น.5”

วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. กล่าวถึงการดำเนินการกรณีที่มีนายตำรวจสังกัด บก.น.5 เกี่ยวข้องพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหลบหนี ไม่ไปฟังคำพิพากษาคดีทุจริตจำนำข้าวว่า ได้สั่งการ ผบก.น.5 ตรวจสอบด้านวินัยว่าประพฤติตนเหมาะสมหรือไม่ ส่วนด้านคดีรถยนต์ที่ใช้พาหลบหนียึดมาได้ก็ให้ บก.น.6 ดำเนินการทางด้านคดี ทั้งสองส่วนจะนำมาพิจารณาความผิดทางอาญา ส่วนจะผิดอาญาหรือไม่นั้น ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน กรณีรถยนต์อาจเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.รถยนต์ ความผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก และเกี่ยวกับเรื่องการปลอมแปลง ขณะนี้เร่งรัดให้ สน.ปทุมวัน ตรวจสอบ นิสัยคนไทยคนรู้จักมักคุ้นก็ต้องช่วยเหลือกัน แต่ถ้าทำแล้วขัดต่อวินัยหรือผิดกฎหมายก็ไม่น่าทำ รวมทั้งต้องนำมาพิจารณาว่า รู้จักกันและเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร ทั้งนี้ ได้ให้ ผบก.น.5 เร่งรัดดำเนินการให้เสร็จภายใน 1-2 วัน

เด้ง “ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์” พันเก๋งคัมรี่

มีรายงานว่า พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 เซ็นคำสั่งที่ 270/2560 ลงวันที่ 22 ก.ย.60 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ ด้วยกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่า พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น.5 มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคัมรี่ สีเทา เลขตัวถัง MR053BK4107001933 หมายเลขเครื่อง 2AZ1197836 ติดแผ่นป้ายทะเบียน ฌข 5323 กรุงเทพมหานคร จากการตรวจสอบไม่พบหมายเลขทะเบียนรถดังกล่าวในสารบบของกรมการขนส่งทางบก เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดได้ที่บริเวณใต้อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แขวง และเขตปทุมวัน เมื่อวันที่ 21 ก.ย. เวลาประมาณ 23.30 น. ตามคดีอาญาของ สน.ปทุมวัน ที่ 997/2560 ลงวันที่ 22 ก.ย. 60 เพื่อให้การบริหารงานในภาพรวมตลอดจนการปฏิบัติตามนโยบายของกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ และเพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างโปร่งใส ยุติธรรม จึงมีคำสั่งให้ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น.5 มาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 (ศปก.บก.น.5) ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

บก.น.5 ตั้งคณะ กก.สอบข้อเท็จจริง

นอกจากนี้ พล.ต.ต.มงคลยังได้เซ็นคำสั่งที่ 269/2560 ลงวันที่ 22 ก.ย.60 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ตามคดีอาญาของ สน.ปทุมวัน ที่ 997/2560 ลงวันที่ 22 ก.ย.60 อาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 84 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง สืบสวนในเรื่องดังกล่าว ประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้ พ.ต.อ.เกียรติพงศ์ นาลา รอง ผบก.น.5 เป็นประธานกรรมการ พ.ต.อ.มงคล นันทจิตร ผกก.สส.กลุ่มงานสอบสวน บก.น.5 เป็นกรรมการ พ.ต.ท.ยุต ทองอยู่ รอง ผกก.สส.กลุ่มงานสอบสวน บก.น.5 เป็นกรรมการ พ.ต.ต.อรุณ เลิศศักดิ์เกษตร สว.สส.สน.วัดพระยาไกร และ ร.ต.อ.ณัฐวุฒิ พาณิชย์กุล รอง สว.สส.สน.บางนา เป็นกรรมการและเลขานุการ ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการสืบสวนดำเนินการสืบสวนพิจารณาตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่กำหนดในกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จ แล้วเสนอสำนวนการสืบสวนมาเพื่อพิจารณาต่อไป

ทหารสอบเครียด 3 ตร.

มีรายงานว่า ตลอดทั้งวัน พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ ฝ่ายกฎหมาย คสช.ยังคงสอบปากคำ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น. 5 พ.ต.ท.สามิตร ไชยอิ่นคำ และ ด.ต.พรพิพัฒน์ มากบุญงาม อย่างเคร่งเครียดภายในสำนักงาน พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.บนชั้น 7 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะที่ชุดทำงานของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ เรียกสอบบริษัท ไฟแนนซ์ที่ครอบครองรถยนต์ของกลางพบว่า เลขตัวแชสซีที่มีชื่อเป็นผู้ ครอบครองคนสุดท้ายคือ นางเนียนนิภา เรือนใจดี ตรวจสอบประวัติพบมีหมายจับ 5 หมายคดี ฉ้อโกง เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวมาสอบปากคำ

เผยรองชัยฤทธิ์ขับพาหนี

แหล่งข่าวรายงานว่า การหลบหนีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในวันที่ 23 ส.ค. ก่อนวันพิพากษาคดีโครงการจำนำข้าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้นั่งรถเบนซ์สีดำส่วนตัว พร้อมเลขาออกจากบ้านพักซอยโยธินพัฒนา ไปจอดที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาวัชรพล พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ขับรถยนต์โตโยต้าอัลติส ตราโล่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าไปสมทบ ก่อนที่รถเบนซ์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะขับนำหน้า มีรถของ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ตามหลัง เข้าไปยังหมู่บ้านชัยพฤกษ์ และวิ่งเข้าไปในซอย 23 บ้านพัก พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ เพื่อเปลี่ยนรถเป็นรถยนต์คัมรี่ของกลาง มี พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ เป็นคนขับขี่

ส่งต่อขึ้นกระบะ สถานีรถไฟอรัญฯ

ส่วนเส้นทางในการหลบหนี พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ใช้ถนนสุวินทวงศ์-ฉะเชิงเทรา-พนมสารคาม-เขาหินซ้อน-สระแก้ว-อ.อรัญประเทศ ถึงเวลา 22.00 น. โดยขับเข้าไปจอดข้างสถานีรถไฟซึ่งเป็นที่มืด จากนั้นมีรถยนต์กระบะ 4 ประตู สีทึบไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน จอดรออยู่ พร้อมเปิดสัญญาณไฟให้ทราบ ก่อนจะมีชายไม่ทราบสัญชาติ รูปร่างสูงประมาณ 180 ซม. ลงมาจากรถ พา น.ส.ยิ่งลักษณ์และเลขาฯขึ้นรถออกไปยังแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ส่วน พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ได้ขับกลับเข้ากรุงเทพฯ ก่อนสับเปลี่ยนป้ายทะเบียน ต่อมาวันที่ 28 ส.ค. พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ขับรถยนต์คัมรี่ไปให้ ด.ต.พรพิพัฒน์ ที่ กก.สส.ภ.จ.นครปฐม และ ด.ต.พรพิพัฒน์ ได้นำรถยนต์คัมรี่ไปให้ พ.ต.ท.สามิตร เพื่อนำไปแยกส่วนทำลายหลักฐาน ล่าสุดมีคนปล่อยข่าวออกมาจากชุดสืบสวนว่า มีอดีตบิ๊กตำรวจ 2 คน ที่เกษียณอายุราชการแล้วเป็นผู้สั่งการ โดยมีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องการช่วยเหลืออดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์อีกกว่า 10 คน

สารวัตรสืบ–ด.ต.นครปฐมโดนด้วย

ที่ จ.นครปฐม มีรายงาน พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบก.ภ.จ.นครปฐม มีคำสั่งที่ 487/2560 ให้ พ.ต.ท.สามิตร ไชยอิ่นคำ สารวัตรกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม และ ด.ต.พรพิพัฒน์ มากบุญงาม ผู้บังคับหมู่ ฝ่ายอำนวยการตำรวจภูธร จังหวัดนครปฐม ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติราชการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ตั้งแต่บัดนี้ หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง เพื่อปฏิบัติราชการตามที่ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐมมอบหมาย โดยขาดจากต้นสังกัดจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย.60 เป็นต้นไปโดยให้ไปรายงานตัวที่ศูนย์ปฏิบัติราชการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐมภายในวันที่ 22 ก.ย.60 เวลา 15.00 น.

ย้ายขาดจากต้นสังกัดเข้ากรุ ศปก.

พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบก.ภ.จ.นครปฐม เผยว่า ในการออกคำสั่งย้ายในครั้งนี้ เนื่องจากมีส่วนพัวพันกับกรณีที่พา น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนี อาจจะไม่ใช่คนพาแต่อาจจะเป็นผู้ครอบครองรถ ซึ่งเรื่องนี้ต้องตั้งกรรมการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงก่อน เลยย้ายให้ขาดจากต้นสังกัด เพื่อให้การสอบสวนเป็นไปอย่างสะดวก ตามกฎระเบียบปฏิบัติ ขณะนี้ยังไม่ถือว่ามีความผิด หากการสอบสวนพบว่ามีส่วนในการกระทำผิด ก็ต้องลงโทษกันตามกฎระเบียบ ตร. หากถ้าสอบสวนแล้วไม่พบความผิด สามารถโยกย้ายกลับมาที่เดิมได้ ทั้งนี้ อยู่ที่ผลการสอบสวนของผู้บังคับบัญชา

บิ๊กป้อมยันรองผู้การรับพาหนี

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 10.00 น. ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์รายงานว่า จากการสอบสวนรองผู้การรับสารภาพนำ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมเลขาอีก 1 คน ขับไปส่งให้รถที่มารับช่วงต่อ แต่เรายังหารถคันนั้นไม่เจอ เชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกทางด่านอรัญประเทศ จ.สระแก้ว แน่นอน ยังไม่ทราบออกทางช่องไหน แต่เชื่อว่าเป็นช่องทางออกไปบ่อนกาสิโน เมื่อถามว่ามีความเชื่อมโยงไปถึงนายตำรวจรายอื่นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เขาบอกแค่เป็นคนรับคำสั่งมา ส่วนจะเชื่อมโยงไปยังอดีต ผบช.น. ที่เขามีความสนิทสนมเคยทำงานร่วมกันหรือไม่ ขอรอผลสอบสวนให้ละเอียดกว่านี้ ขณะนี้ตั้งข้อหาคือปลอมแปลงรถ เนื่องจากรถขโมยมา ส่วนข้อหาพา น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนี จะตั้งคณะกรรมการสอบสวน ขณะนี้สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ไปก่อน เมื่อถามว่าตำรวจมะเขือเทศยังมีอยู่ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรถึงกับร้องอุทานว่า “โอ้วว” ก่อนตอบว่า นักข่าวมะเขือเทศก็มีเยอะ เมื่อถามย้ำว่า รองผู้การฯบอกหรือไม่ ใครเป็นคนสั่ง พล.อ.ประวิตรว่า ขอยังไม่บอกสื่อ แต่คนสั่งอยู่ในประเทศ

บิ๊กเจี๊ยบชี้ช่องออกทางคลองลึก

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า ช่องทางธรรมชาติบริเวณ อ.อรัญประเทศ มีคลองลึก ที่มีความกว้างประมาณ 1.5 เมตร สามารถใช้ข้ามไปประเทศเพื่อนบ้านได้ทุกจุด ขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังตรวจสอบรายละเอียดอยู่ ถ้ามีความชัดเจน เขาก็จะชี้แจงรายละเอียดให้สื่อมวลชนทราบต่อไป เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะลงจากรถและเดินข้ามคลองไป พล.อ.เฉลิมชัยตอบว่าไม่ทราบ ขอให้รอเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเป็นฝ่ายชี้แจงรายละเอียด เพื่อป้องกันความสับสน

ตม.เขมรขู่ฟอดสื่อไทย

เที่ยงวันเดียวกัน ร.ต.อ.สุ เพียะ เจ้าหน้าที่ด่าน ตม.ปอยเปต ประเทศกัมพูชา กล่าวถึงกระแสข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อาจหลบหนีออกนอกประเทศทางด่านพรมแดนอรัญประเทศ ว่าเจ้าหน้าที่กัมพูชาทุกคนไม่ได้มีการช่วยเหลือหรืออำนวยความสะดวกให้อดีตนายกฯ หลบหนีเข้าไปในกัมพูชาอย่างแน่นอน อีกทั้งหาก เป็นช่วงเวลาปิดด่านพรมแดนไปแล้วหลัง 22.00 น.ยิ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะการจะเปิดประตูด่านพรมแดนฯเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้ง 2 ฝ่ายต้องเห็นพ้องร่วมกัน จึงเปิดได้ เป็นไปไม่ได้ที่อดีตนายกฯจะขึ้นรถเก๋งหนีออกไปกัมพูชาหลังด่านปิดแล้ว พร้อมขู่ว่าหากสื่อไทยเสนอข่าวกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่กัมพูชาช่วยเหลืออดีตนายกฯของไทยหนีเข้ากัมพูชาหลังเวลาปิดด่านแล้ว จะไม่ยอมเด็ดขาด และรัฐบาลกัมพูชาคงไม่ยอม ให้ถูกกล่าวหาต้องฟ้องร้องกันแน่นอน